ทำไมหาดใหญ่ผลิตคนเก่งได้ แต่รักษาพวกเขาไว้ไม่ได้ ? เมื่อเงินเดือนและไลฟ์สไตล์ ไล่คนรุ่นใหม่จนหมดเมือง

ทุกปีในช่วงรับปริญญา เราเห็นบัณฑิตจบใหม่นับหมื่นคน แต่คำถามที่น่าเจ็บปวดคือ “ปีหน้าพวกเขาจะยังอยู่ที่นี่กี่คน?”

Hat Yai Exodus หรือการอพยพออกของแรงงานทักษะสูง กำลังกัดกินศักยภาพการเติบโตของเมืองอย่างเงียบเชียบ นี่ไม่ใช่แค่เพราะกรุงเทพฯ ศิวิไลซ์กว่า แต่เกิดจากโครงสร้างเมืองและระบบธุรกิจที่ผลักไสพวกเขาออกไปโดยไม่รู้ตัว

กับดักเงินเดือนและโอกาสเติบโต

ตามทฤษฎี Push-Pull Factors ในการย้ายถิ่นฐาน ปัจจัยดึงดูด (Pull) ของกรุงเทพฯ ไม่ใช่แค่แสงสี แต่คือส่วนต่างค่าจ้างที่สูงกว่าหาดใหญ่ 30-50% สำหรับงานตำแหน่งเดียวกัน แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าตัวเงินคือ Career Path เส้นทางอาชีพในหาดใหญ่ ธุรกิจส่วนใหญ่เป็น SMEs หรือธุรกิจครอบครัว ซึ่งมักมีข้อจำกัดเรื่องโครงสร้างองค์กร เด็กจบใหม่มองไม่เห็นว่าอีก 5 ปีข้างหน้าจะเติบโตไปอยู่ตรงไหน หากไม่ใช่ลูกหลานเจ้าของกิจการ

เพดานกระจกในธุรกิจกงสี

โครงสร้างเศรษฐกิจหาดใหญ่ขับเคลื่อนด้วย ธุรกิจครอบครัวซึ่งมีจุดแข็งเรื่องความมั่นคง แต่เป็นจุดอ่อนร้ายแรงในการดึงดูด Talent คนรุ่นใหม่ต้องการระบบการทำงานที่เป็นมืออาชีพ การวัดผลด้วย KPI ที่ชัดเจน และวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง แต่พวกเขามักเจอกับระบบเครือญาติหรือวัฒนธรรม “เถ่าแก่สั่งมา” ที่ปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์ ทำให้พวกเขารู้สึกว่าเป็นได้แค่ลูกจ้าง ไม่ใช่ พาร์ทเนอร์ ขององค์กร

ผลิตวิศวกรแต่ตลาดต้องการเสมียน

เกิดภาวะ Skills Mismatch ความไม่สอดคล้องของทักษะอย่างรุนแรงในตลาดแรงงานหาดใหญ่ มหาวิทยาลัยในพื้นที่ผลิตบัณฑิตสายวิทย์-เทคโนโลยี ออกมาจำนวนมาก แต่โครงสร้างเศรษฐกิจเมืองยังเน้นพาณิชยกรรมและบริการแบบดั้งเดิม ตำแหน่งงานที่เปิดรับส่วนใหญ่จึงเป็น งานธุรการ พนักงานขาย หรือบัญชีทั่วไป ทำให้คนเก่งๆ ไม่มีพื้นที่ให้ปล่อยของและต้องย้ายไปหาเวทีที่ใหญ่กว่าในเมืองหลวง

เมืองที่ไม่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์

ทฤษฎี The Creative Class ของ Richard Florida ระบุว่า คนรุ่นใหม่ที่มีทักษะสูงจะเลือกอยู่ในเมืองที่มีพื้นที่สร้างสรรค์ ระบบขนส่งสาธารณะที่ดี และความหลากหลายทางวัฒนธรรม แต่หาดใหญ่ในสายตาคนรุ่นใหม่คือเมืองที่ “ไม่มีรถส่วนตัว = พิการ” ขาดแคลนพื้นที่สาธารณะที่ไม่ใช่ห้างสรรพสินค้า และขาดแคลน Event ทางศิลปะและดนตรี เมื่อเมืองน่าเบื่อ ก็ยากที่จะรั้งคนมีความคิดสร้างสรรค์ให้อยู่ต่อ

ทางออกก่อนเมืองจะร้าง

หากหาดใหญ่ไม่ต้องการกลายเป็นเมืองคนแก่ที่เหลือแต่เจ้าของกิจการรุ่นใหญ่และแรงงานต่างด้าว ภาคเอกชนต้องเร่งปรับตัวด้วยการทำ Modernization เปลี่ยนระบบกงสีให้เป็นระบบบริษัท และภาครัฐต้องสร้าง New Economy เช่น Digital Hub Medical Hub ให้เกิดขึ้นจริง เพื่อสร้างงานที่รองรับทักษะขั้นสูง ไม่เช่นนั้น… เราอาจจะต้องส่งลูกหลานไปทำงานที่อื่น แล้วรอเจอกันแค่ช่วงเทศกาลตลอดไป

อ้างอิง

– Florida, R. (2002). The Rise of the Creative Class. Basic Books.

– Lee, E. S. (1966). A Theory of Migration. Demography.

– World Bank. (2020). Thailand Economic Monitor: Productivity for Prosperity. World Bank Group.

– National Statistical Office of Thailand. (2024). Internal Migration Survey. NSO.

__

#HeartYaiComeback #HugHeartYai #CurioCity #HatyaiConnext #BrainDrain #HatyaiEconomy #สมองไหล #คนรุ่นใหม่ #ตลาดแรงงานหาดใหญ่ #SMEHatyai