มกราคมมี 31 วัน แต่คนหาดใหญ่มันนานเหมือน 3 ปี สภาวะนาฬิกาชีวิตเดินช้า ในวันที่เราต้องกู้ซากบ้านและหัวใจ

เคยไหม… ตื่นมาเช้านี้ แล้วเหลือบมองปฏิทินด้วยความสงสัยว่า นี่ยังไม่หมดเดือนมกราอีกเหรอ?

ถ้าคุณกำลังรู้สึกแบบนี้ อยากบอกให้รู้ว่าคุณไม่ได้บ้าและคุณไม่ได้คิดไปเองโดยเฉพาะสำหรับชาวหาดใหญ่-สงขลา ความรู้สึกหน่วงๆ เหมือนเราติดอยู่ในลูปเวลาที่วนเวียนไม่รู้จบนี้ เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลที่สุดแล้ว

ในขณะที่คนจังหวัดอื่น มกราคมคือเดือนแห่งการเริ่มต้นใหม่ แต่สำหรับพวกเราชาวหาดใหญ่ มกราคมปีนี้คือเดือนแห่งการเริ่มต้นกู้คืน

แทนที่จะได้วางแผนเที่ยว เราต้องวางแผนขัดพื้น แทนที่จะได้ซื้อของขวัญ เราต้องวิ่งเต้นเรื่องเคลมประกัน แทนที่จะได้สูดอากาศเย็นๆ เราต้องอยู่กับกลิ่นโคลนและกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ ความเหนื่อยล้าทางกายที่ผสมกับความกังวลทางใจ ทำให้เข็มนาฬิกาของความรู้สึกเดินช้าลงจนน่าใจหาย

แล้วทำไมมันถึงเป็นแบบนั้น? ในทางจิตวิทยาและประสาทวิทยา มีคำอธิบายที่น่าสนใจเกี่ยวกับปรากฏการณ์นี้

เมื่อสมองเปิดโหมดเอาตัวรอด

ปกติในวันสบายๆ ที่เราทำอะไรเดิมๆ สมองจะบันทึกความทรงจำแบบข้ามๆ หรือ Low Resolution ทำให้เรารู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็ว

แต่เมื่อเกิดวิกฤตน้ำท่วม สมองส่วนอะมิกดาลา (Amygdala) ซึ่งทำหน้าที่จัดการความกลัวและภัยคุกคาม จะตื่นตัวขีดสุดเพื่อความอยู่รอด มันสั่งให้สมองบันทึกทุกรายละเอียด ระดับน้ำที่สูงขึ้นทุกชั่วโมง เสียงไซเรน ความมืดมิด ความกังวลใจ

ข้อมูลที่อัดแน่นมหาศาลในหน่วยความจำนี้เอง ที่ทำให้เมื่อเรามองย้อนกลับไปตั้งแต่วันนั้นถึงปัจจุบัน สมองจะประมวลผลว่า “โห… เรื่องราวมันเยอะขนาดนี้ มันต้องผ่านมานานมากแล้วแน่ๆ” ทั้งที่จริงๆ ผ่านไปแค่ไม่กี่สัปดาห์ นี่คือภาวะที่เรียกว่า Time Dilation หรือการยืดขยายของเวลาในความรับรู้

ภาวะล้าจากการตัดสินใจ

ตลอดเดือนที่ผ่านมา คนหาดใหญ่ต้องตัดสินใจเรื่องยากๆ ถี่กว่าคนทั่วไปหลายเท่า

“จะซ่อมรถหรือขายซากดี?”

“เฟอร์นิเจอร์ชิ้นนี้ทิ้งหรือเก็บ?”

“เอกสารเยียวยาต้องใช้อะไรบ้าง?”

การที่สมองต้องประมวลผลปัญหาที่ดาหน้าเข้ามาไม่หยุดหย่อน ทำให้เกิดภาวะ ‘Cognitive Load’ หรือสมองล้า เวลาทางจิตวิทยาจึงดูเหมือนเดินช้าลง เพราะเราต้องใช้พลังงานประคองสติในทุกๆ นาที ไม่ให้สติแตกไปเสียก่อน

จะผ่านสิ้นเดือนนี้ไปอย่างไรในวันที่ใจเริ่มหมดแรง

ถ้าวันนี้คุณรู้สึกว่า ‘ไม่ไหวแล้ว นานเกินไปแล้ว’ อยากให้ลองปรับมุมมองเล็กๆ เพื่อประคองใจตัวเองให้ผ่านเส้นชัยสิ้นเดือนนี้

1. เปลี่ยนคำว่า ‘นานจัง’ เป็น ‘เราเก่งจัง’ ความรู้สึกว่าเวลานาน คือหลักฐานชั้นดีว่าคุณได้ต่อสู้และจัดการกับเรื่องราวมากมายมหาศาล การที่คุณยังยืนไหวในวันนี้คือชัยชนะที่ยิ่งใหญ่มากแล้ว คุณผ่านเรื่องยากที่สุดมาได้แล้ว

2. โฟกัสที่ ‘ชัยชนะรายวัน’ อย่าเพิ่งมองกองปัญหาทั้งหมดที่เหลืออยู่ แต่มองสิ่งที่ทำสำเร็จไปแล้วในวันนี้ เช่น วันนี้ขัดห้องน้ำเสร็จแล้ว 1 ห้อง วันนี้จ่ายค่าไฟครบแล้ว หรือวันนี้ยื่นเอกสารครบแล้ว การรับรู้ความสำเร็จเล็กๆ จะช่วยให้สมองหลั่งโดปามีนและทำให้เวลากลับมาเดินเป็นปกติขึ้น

3. อนุญาตให้ตัวเองพักโดยไม่ต้องรู้สึกผิด ถ้าเหนื่อยก็แค่นอน ถ้าร้องไห้ก็แค่ปล่อยออกมา การพักไม่ใช่การหนีปัญหา แต่คือการชาร์จแบตให้สมองส่วนหน้ากลับมาทำงานได้ดีขึ้น เพื่อสู้ต่อในวันพรุ่งนี้

อีกไม่กี่วัน เดือนมกราคมที่แสนโหดร้ายกำลังจะผ่านไป กุมภาพันธ์กำลังจะเข้ามา ขอให้เป็นเดือนที่น้ำลดตอปัญหาไม่ผุด แต่เป็นความสุขและความหวังที่ผุดขึ้นมาแทน

กอดแน่นๆ และเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวหาดใหญ่ทุกคน เราจะผ่านเดือนนี้ไปด้วยกัน

อ้างอิง

– Stetson, C., Fiesta, M. P., & Eagleman, D. M. (2007). Does Time Really Slow Down during a Frightening Event

– Baumeister, R. F. (2002). Ego Depletion and Self-Control Failure: An Energy Model of the Self’s Executive Function

– Hammond, C. (2012). Time Warped: Unlocking the Mysteries of Time Perception

#HatyaiConnext #มกราคมอันยาวนาน #น้ำท่วมหาดใหญ่ #TimeDilation #สุขภาพจิต #หาดใหญ่