
ท่ามกลางฝุ่นตลบทางการเมือง หลายท่านที่เคยสนับสนุนรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 อาจกำลังรู้สึกสับสนและลังเลที่จะโหวตแก้ไข ด้วยเหตุผลที่เข้าใจได้ว่าต้องการ ‘ความสงบ’ และต้องการ ‘ปราบโกง’ ซึ่งเป็นจุดขายหลักของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน แต่หากเราลองถอยออกมามองความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา เราอาจพบคำตอบที่น่าเจ็บปวดว่า กติกาที่เราเคยเชื่อมั่นว่าดี กลับกลายเป็นโซ่ตรวนที่ล็อกประเทศไว้กับความล้มเหลวเสียเอง หายใจลึกๆ แล้วลองไตร่ตรองดูเหตุผลว่าทำไมการ ‘กาเห็นชอบ’ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ คือทางออกที่จะตอบโจทย์ความต้องการอย่างแท้จริง
ยกระดับสวัสดิการไม่ใช่การยึดคืน
ความกังวลใหญ่ที่สุดคือ “กลัวว่าถ้าแก้รัฐธรรมนูญแล้ว บัตรคนจนหรือเงินช่วยเหลือจะหายไป” ขอเรียนชี้แจงให้ชัดเจนตรงนี้ว่า “ไม่เป็นความจริง”
สิ่งที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่พยายามทำคือการเปลี่ยนวิธีคิดจากการสงเคราะห์ที่ท่านต้องคอยพิสูจน์ความจน ต้องลงทะเบียนซ้ำซาก และต้องลุ้นการอนุมัติให้กลายเป็น ‘สวัสดิการถ้วนหน้า’
นั่นหมายความว่า เงินช่วยเหลือต่างๆ จะถูกอัปเกรดให้เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน เหมือนสิทธิบัตรทองหรือเรียนฟรีที่รัฐต้องจ่ายให้กับทุกคนเสมอกันตั้งแต่เกิดจนตาย ไม่ว่าจะเป็นเงินอุดหนุนเด็กเล็กหรือเบี้ยผู้สูงอายุสำหรับพ่อเฒ่าแม่เฒ่าทั่ว โดยไม่ต้องรู้สึกว่าเป็นภาระหรือต้องร้องขอ ของเก่าที่มีอยู่ไม่หายไป แต่จะได้สิ่งใหม่ที่มีศักดิ์ศรีและความมั่นคงมากกว่าเดิม
เมื่อรัฐธรรมนูญปราบโกงพังทลายต่อหน้าต่อตา
หากท่านสนับสนุนรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 เพราะเกลียดการทุจริต ขอให้มองกรณีศึกษาที่เจ็บปวดที่สุดในบ้านเรา คือ ‘ซากอควาเรียมหอยสังข์’ ที่ตั้งตระหง่านประจานความล้มเหลวมากว่า 15 ปี ผลาญงบไปกว่า 1,400 ล้านบาท หรือเหตุการณ์ ‘อาคาร สตง. ถล่ม’ และโครงการก่อสร้างแปลกๆ อีกมากมาย
สิ่งสำคัญที่ต้องตระหนักคือถึงแม้มหากาพย์อควาเรียมนี้จะไม่ได้เริ่มสร้างในยุครัฐธรรมนูญฉบับปี 60 แต่การดำรงอยู่ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ คือการ ‘ตัดสิทธิ์’ และ ‘แช่แข็ง’ กระบวนการตรวจสอบของภาคประชาชนให้ยาวนานออกไปโดยปริยายเพราะภายใต้โครงสร้างปัจจุบัน อำนาจการตรวจสอบถูกผูกขาดไว้ที่องค์กรอิสระที่ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน ทำให้เราไม่สามารถเร่งรัดเอาผิดหรือถอดถอนใครได้เลย การกาเห็นชอบครั้งนี้ จึงไม่ใช่การเปิดช่องให้คนโกง แต่คือการทวงคืนอาญาสิทธิ์ในการตรวจสอบให้กลับมาอยู่ในมือประชาชนเพื่อยุติวงจรการโกงที่ตรวจสอบไม่ได้นี้เสียที
งบหมื่นล้านแพงไปไหมหรือราคาที่ต้องจ่ายเพราะใครฉีก
อีกหนึ่งประเด็นที่มักหยิบยกมาขึ้นมาคือ “การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ต้องใช้งบประมาณสูงถึง 14,000 ล้านบาท เอาเงินไปทำอย่างอื่นดีกว่าไหม?” เป็นความจริงที่เงินจำนวนนี้สูง แต่คำถามที่สำคัญกว่าตัวเงินคือ “แล้วทำไมเราถึงต้องมาเสียเงินร่างใหม่กันอีกครั้ง?”
หากย้อนกลับไปดูต้นตอ เราจะพบว่าเราไม่จำเป็นต้องเสียเงินหมื่นล้านนี้เลย หากรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนในอดีตไม่ถูกฉีกด้วยจากรัฐประหาร การที่ประเทศต้องวนลูปกลับมานับหนึ่งใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าคือต้นทุนที่แพงกว่าตัวเงินมากนัก มันคือต้นทุนโอกาสที่หายไปนับสิบปี
ลองคิดดูเล่นๆ ว่า แค่ซากอควาเรียมแห่งเดียวก็ปาเข้าไป 1,400 ล้านบาทแล้ว หากเรายอมจ่าย 14,000 ล้านบาท เพื่อสร้างกติกาที่หยุดยั้งโครงการอัปยศเหล่านี้ได้ตลอดไป มันคือการลงทุนเพื่อตัดรายจ่ายที่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว ดีกว่าปล่อยให้ประเทศเสียหายวันละหลายพันล้านจากการบริหารที่ตรวจสอบไม่ได้เช่นทุกวันนี้
ปลดล็อกสงขลาให้ภาษีเราดูแลบ้านเรา
เคยสงสัยไหมว่าทำไม สงขลา-หาดใหญ่ ถึงมีงบพัฒนาเมืองเพียงหยิบมือ? ทำไมปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากถึงต้องรออนุมัติงบจากส่วนกลางทุกครั้ง? คำตอบคือ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันรวมศูนย์อำนาจและงบประมาณกว่า 80% ไว้ที่ส่วนกลาง ท้องถิ่นมีหน้าที่เพียงรับคำสั่ง
สำหรับคนที่รักบ้านเกิด การโหวตเห็นชอบร่างใหม่คือกุญแจสำคัญที่จะกระจายอำนาจ ให้ท้องถิ่นมีสถานะเป็นนิติบุคคลที่มีอิสระในการบริหารงบประมาณ ลองจินตนาการว่าถ้าภาษีที่คนหาดใหญ่หาได้ ถูกนำมาใช้สร้างระบบระบายน้ำ หรือพัฒนาระบบขนส่งเชื่อมต่อเมืองได้ทันทีโดยไม่ต้องรอเซ็นอนุมัติจากกรุงเทพฯ บ้านเราจะพัฒนาไปได้ไกลและสงบสุขจากความเจริญที่จับต้องได้จริง
ซ่อมบ้านไม่ได้ทุบเสาเอก
อีกหนึ่งความกังวลคือข่าวลือเรื่องการ “ล้มล้างมาตรา 112” หรือหมวดพระมหากษัตริย์ ขอให้ทำความเข้าใจใหม่ด้วยข้อมูลที่ถูกต้องว่า การลงประชามติครั้งนี้ เปรียบเสมือนการโหวตว่าจะจ้างสถาปนิก (ส.ส.ร.) มาออกแบบแปลนบ้านใหม่ไหม? เพราะบ้านหลังเดิมโครงสร้างเศรษฐกิจพัง ท่อประปาแตก
ซึ่งในเงื่อนไขการแก้รัฐธรรมนูญ มีกติกาที่เขียนล็อกไว้อย่างแน่นหนาอยู่แล้วว่า “ห้ามแตะต้องหมวด 1 (บททั่วไป) และหมวด 2 (พระมหากษัตริย์) รวมถึงห้ามเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครอง” ดังนั้น การกาเห็นชอบ คือการบอกว่า “มาช่วยกันซ่อมหลังคาบ้านที่รั่วเถอะ” ส่วนเสาเอกของบ้านนั้นปลอดภัยและไม่มีใครสามารถไปแตะต้องได้ตามกฎหมาย อย่าปล่อยให้ความกลัวที่ถูกปั่นกระแส ปิดโอกาสในการซ่อมแซมคุณภาพชีวิตของพวกเราเอง
โพยลับเข้าคูหา8กุมภาจำให้แม่น
เนื่องจากมีการยุบสภาเมื่อปลายปี 68 ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ท่านจะได้รับบัตรถึง 3 ใบ ขอให้ตั้งสติและจำสูตรนี้ไว้ให้แม่น
1. ใบที่หนึ่ง: เลือก ส.ส. เขต (คนทำงานที่ไว้ใจ)
2. ใบที่สอง: เลือก พรรคการเมือง (นโยบายที่ชอบ)
3. ใบที่สาม: บัตรประชามติ ให้มองหาช่องคำว่า “เห็นชอบ” แล้วกาลงไปอย่างมั่นใจ
จำง่ายๆ ว่า ‘2 ใบแรกเลือกผู้แทนไปบริหารประเทศ ใบที่ 3 เลือกกติกามาพัฒนาชีวิต’ นี่คือโอกาสที่ท่านจะได้ใช้สิทธิในฐานะเจ้าของบ้านเพื่อรื้อถอนโครงสร้างที่ผุพัง แล้วร่วมกันลงเสาเข็มสร้างบ้านหลังใหม่ ให้เป็นบ้านที่มั่นคง ปลอดภัย และโปร่งใสตรวจสอบได้อย่างแท้จริง
#HatyaiConnext #แก้รัฐธรรมนูญ #ประชามติ #กาเห็นชอบ #สงขลา #หาดใหญ่ #การกระจายอำนาจ #เลือกตั้ง69