Neo-Orientalism ความหวังดีอาบยาพิษจากคนเมือง ทำไมเราไม่ควรมอง ‘คนต่างจังหวัด’ เป็นเพียงผู้ถูกกระทำ

ในวงสนทนาทางสังคมและการเมืองยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะหลังผ่านพ้นฤดูกาลเลือกตั้ง เรามักสัมผัสได้ถึงกระแสความคิดหนึ่งจากกลุ่มคนเมืองหรือปัญญาชน ที่พยายามอธิบายปรากฏการณ์ในชนบทด้วยท่าทีที่ดูเหมือนจะ เข้าใจและเต็มไปด้วยความปรารถนาดี

หากพิจารณาให้ลึกลงไป จะพบว่าภายใต้ความเห็นอกเห็นใจนั้น แฝงไว้ด้วยมุมมองที่อันตรายไม่น้อยไปกว่าการเหยียดหยาม นั่นคือการมองว่า ‘คนต่างจังหวัด’ คือวัตถุเปราะบางที่ถูกกระทำจากโครงสร้างจนหมดสภาพ เป็นผู้บริสุทธิ์ที่ต้องได้รับการทะนุถนอม และต้องรอให้ ‘คนเมือง’ อย่างเราเป็นกระบอกเสียงแทน

กับดักของความบริสุทธิ์

ปรากฏการณ์ทางความคิดนี้ มีรากฐานคล้ายคลึงกับแนวคิด Noble Savage ในวรรณกรรมตะวันตกยุคอาณานิคม หรือวิธีคิดของกลุ่ม Woke บางส่วนในโลกตะวันตกที่มองผู้ลี้ภัยหรือชนพื้นเมืองว่าเป็นผู้บริสุทธิ์โดยเนื้อแท้ เป็นกลุ่มคนที่ใสซื่อปราศจากมลทินและไม่สามารถเป็นผู้กระทำความผิดได้ เพราะสถานะความเป็นเหยื่อได้ลบล้างด้านมืดของความเป็นมนุษย์ออกไปจนหมดสิ้น

เมื่อตรรกะชุดนี้ถูกนำมาสวมทับสังคมไทย ‘คนต่างจังหวัด’ จึงถูกลดทอนสถานะให้เหลือเพียง ‘ผู้ถูกกดขี่ที่น่าสงสาร’ ที่วันๆ ต้องเผชิญกับการถูกสูบทรัพยากรเข้าสู่ศูนย์กลาง ถูกทิ้งให้ยากจน และขาดโอกาสทางการศึกษา จนคนเมืองเกิดความรู้สึกผิด และเชื่อไปว่าการตัดสินใจของพวกเขา ไม่ว่าจะถูกหรือผิดในสายตาเรา เป็นสิ่งที่ ‘แตะต้องไม่ได้’ และเราไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะวิพากษ์วิจารณ์

การลดทอนศักดิ์ศรีที่แนบเนียน

แม้เจตนาเริ่มต้นจะมาจากความหวังดีที่อยากปกป้อง แต่การกระทำเช่นนี้กลับกลายเป็นการพรากความเป็นมนุษย์ออกจากพวกเขาอย่างแนบเนียนที่สุด เพราะการมองใครสักคนเป็นผ้าขาวตลอดเวลาคือการปฏิเสธความจริงที่ว่า พวกเขาก็เป็นมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อ มีกิเลส มีความโลภ มีความโกรธ และมีพลวัตทางความคิดที่ซับซ้อนเฉกเช่นเดียวกับเรา

การยกพวกเขาขึ้นไว้บนหิ้งแห่งความน่าสงสารคือการปฏิเสธเจตจำนงเสรี ของเขา มันคือการบอกทางอ้อมว่าพวกเขาไม่มีศักยภาพทางศีลธรรมเพียงพอที่จะรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง เหมือนเรามองเด็กเล็กที่ไม่ประสีประสา ซึ่งในระยะยาว มุมมองเช่นนี้ไม่ได้ช่วยสร้างความเสมอภาค แต่กลับเป็นการตอกย้ำโครงสร้างอำนาจที่คนเมืองยังคงวางตัวอยู่เหนือกว่าในฐานะผู้ปกป้อง

มองข้ามเจตจำนงที่ซับซ้อน

นี่คือ Neo-Orientalism (บูรพานิยมใหม่) แบบฉบับไทยๆ ที่ปิดกั้นไม่ให้เรามองเห็นศักยภาพที่แท้จริงของพี่น้องต่างจังหวัด เรามักทึกทักเอาเองว่าพวกเขาไม่มี ความเป็นตัวของตัวเองทางการเมืองเพียงพอ คิดเองไม่เป็น หรือชีวิตต้องพึ่งพิงอยู่กับระบบอุปถัมภ์แบบเก่าอย่างแยกไม่ออก

ทั้งที่ในความเป็นจริง สังคมชนบทไทยเปลี่ยนไปมหาศาล พวกเขามีการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร มีเครือข่ายผลประโยชน์ที่ซับซ้อน และหลายครั้งพวกเขาก็เลือกผู้แทนฯ หรือผู้นำท้องถิ่น ด้วยเหตุผลเชิงยุทธศาสตร์ที่ชาญฉลาดเพื่อความอยู่รอดของปากท้องและชุมชน ไม่ใช่เพราะ ‘ความไม่รู้’ หรือ ‘ถูกหลอก’ อย่างที่คนเมืองมักจินตนาการแทน

เปลี่ยนความสงสารเป็นความเคารพ

หากเราต้องการเห็นสังคมไทยที่เท่าเทียมและก้าวข้ามความขัดแย้งจริงๆ สิ่งที่ควรทำไม่ใช่การสงสารจนเกินจริงหรือการกล่าวโทษจนเกินงาม แต่คือการหันมามองกันในระดับสายตาเดียวกัน

เราต้องกล้ามองคนต่างจังหวัดในฐานะพลเมืองที่เท่าเทียมที่มีสิทธิ์ที่จะ ‘เลือก’ และมีหน้าที่ต้อง ‘รับผิดชอบ’ ต่อผลของการเลือกนั้นเช่นเดียวกับคนกรุงเทพฯ

การยอมรับว่าเขาก็เป็นมนุษย์ที่มีทั้งด้านมืดและด้านสว่าง มีความเฉลียวฉลาดและมีความผิดพลาดได้เหมือนกันกับเรา นั่นต่างหากคือการให้เกียรติและการเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่แท้จริง

อ้างอิง

– Said, E. W. (1978). Orientalism.

– Spivak, G. C. (1988). Can the Subaltern Speak?.

– Ellingson, T. J. (2001). The Myth of the Noble Savage.

__

HatyaiConnext

#NeoOrientalism #การเมืองไทย #ความเหลื่อมล้ำ #คนต่างจังหวัด #UrbanGuilt #PoliticalAutonomy #ความเท่าเทียม #สังคมไทย