
ปรากฏการณ์เลือกตั้ง 69 และการรวมตัวเพื่อกดดันให้มีการนับคะแนนใหม่ในจังหวัดชลบุรี ได้พิสูจน์แล้วว่า ‘คนชลบุรี’ คือคนที่น่าจับตามองที่สุดในนาทีนี้และ ‘เอาจริง’ ยิ่งกว่าใครในประเทศ
อะไรทำให้เมืองที่เคยขึ้นชื่อเรื่อง ‘เจ้าพ่อ’ และ ‘ระบบบ้านใหญ่’ กลายเป็นพื้นที่ที่ภาคประชาชนตื่นตัว ลุกขึ้นมาท้าทายอำนาจรัฐและกัดไม่ปล่อยมากที่สุด? ไปสำรวจลักษณะนิสัยคนจริงเมืองชลฯ ที่ผสมผสานระหว่างความใจนักเลงและความเป็นพลเมืองโลกเข้าด้วยกัน
ภูมิศาสตร์คนน้ำเค็มกับใจนักเลง
ในทางภูมิศาสตร์สังคมพื้นที่ชายฝั่งทะเลมักหล่อหลอมผู้คนให้มีนิสัย ใจถึง พึ่งได้ และไม่กลัวคลื่นลม ชลบุรีคือเมืองชายทะเลที่มีประวัติศาสตร์ของกลุ่มอิทธิพลหรือที่เรียกกันว่า ‘เจ้าพ่อ’ มาอย่างยาวนาน
คำว่านักเลงใน DNA คนชลบุรี ไม่ได้หมายถึงอันธพาล มันคือสิ่งที่หมายถึง ‘ความกล้าได้กล้าเสีย’ และ ‘การรักพวกพ้อง’ เมื่อถูกพัฒนามาสู่ยุคประชาธิปไตย นิสัยนี้จึงกลายเป็นการปกป้องสิทธิของพวกพ้องอย่างดุเดือด หากพวกเขารู้สึกว่ากำลังถูกอำนาจรัฐรังแกหรือโกง ความเป็นนักเลงเก่าจะสั่งให้พวกเขาลุกขึ้นสู้ทันทีโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม
ชนชั้นแรงงานสร้างสรรค์ผู้จ่ายภาษีหนัก
โครงสร้างประชากรของชลบุรีต่างจากที่อื่นเพราะนี่คือศูนย์กลางของ EEC (Eastern Economic Corridor) ประชากรส่วนใหญ่คือ ชนชั้นกลางใหม่ และแรงงานทักษะสูงในนิคมอุตสาหกรรม
คนกลุ่มนี้คือคนที่ทำงานหนัก แลกมาด้วยหยาดเหงื่อและที่สำคัญคือจ่ายภาษีเต็มเม็ดเต็มหน่วย เมื่อคนมีสถานะทางเศรษฐกิจดีขึ้นและมีการศึกษาสูงขึ้น พวกเขาจะมีความอดทนต่อการทุจริตน้อยลง ดังนั้นการที่คะแนนเสียงของเขาถูกบิดเบือนหรือการนับคะแนนมีพิรุธ จึงไม่ได้เป็นแค่เรื่องทางการเมืองแต่เป็นเรื่องของ ‘การถูกเอาเปรียบ’ ซึ่งคนชลบุรีที่ทำงานหนักรับไม่ได้
ความตรงไปตรงมาและกัดไม่ปล่อย
ด้วยสภาพอากาศแบบร้อนชื้นชายฝั่งผสมกับความเป็นเมืองที่รถติดและการแข่งขันสูง ทำให้จังหวะชีวิตของคนชลบุรีมีความ รวดเร็ว ร้อนแรง และตรงไปตรงมา
คนชลบุรีเน้นการกระทำที่จุดเกิดเหตุ ชอบคือชอบ เกลียดคือด่า ผิดคือต้องแก้เดี๋ยวนี้ เราจึงได้เห็นภาพการรวมตัวหน้าหน่วยเลือกตั้งแบบข้ามวันข้ามคืน การไลฟ์สดจับตาหีบบัตรแบบไม่หลับไม่นอน นี่ไม่ใช่แค่การประท้วงตามอารมณ์ เป็นการต่อสู้ด้วย ‘ข้อมูลและหลักฐาน’ ผสานกับความใจสู้แบบคนน้ำเค็ม ที่ถ้าไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนก็อย่าหวังว่าพวกเขาจะถอย
จิตวิญญาณเถ้าแก่ที่เกลียดการโกงตาชั่ง
ปัจจัยที่แท้จริงที่ทำให้คนชลบุรีต่างจากที่อื่นคือความเป็นนักค้าขายและนักแสวงหาโอกาสที่สืบทอดกันมาในเมืองท่าชายทะเล คนชลบุรีดั้งเดิมเติบโตมากับการค้าขาย การทำธุรกิจ ทำให้มีนิสัยให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ที่ยุติธรรมเปรียบเหมือนเถ้าแก่ที่ยอมไม่ได้ ถ้าใครมาโกงตาชั่งหรือทอนเงินไม่ครบ
เมื่อมองการเลือกตั้งผ่านแว่นตานี้ การที่คะแนนเขย่งหรือตัวเลขไม่ตรง ไม่ใช่แค่ความผิดพลาดทางเทคนิค มันคือการถูกโกงสัญญาสำหรับคนที่มีหัวการค้า ความไม่ซื่อสัตย์ทางตัวเลขคือเรื่องจริงจังขั้สุด พวกเขาไม่ได้ออกมาเรียกร้องด้วยอุดมการณ์ลอยๆ แบบนักฝัน วิธีการเรียกร้องของเขาจึงถ่ายทอดผ่านตรรกะของคนทำมาหากินที่ว่า “จ่ายไปเท่าไหร่ (ลงคะแนน) ต้องได้ของกลับมาเท่านั้น (ผลลัพธ์)” ใครจะมามั่วบัญชีกับคนชลบุรีบอกเลยว่าคิดผิด
คนชลคนจริง
ปรากฏการณ์ที่ชลบุรีบอกเราว่า ระบบอุปถัมภ์แบบเดิมที่เคยครอบงำพื้นที่นี้ กำลังถูกท้าทายอย่างรุนแรงด้วยพลังของพลเมืองที่ไม่ยอมให้ใครมากำหนดชะตาชีวิตแทน คนชลบุรีโกรธแล้วจะแสดงออกด้วยการ ‘จี้ให้ถึงที่สุด’ ณ จุดเกิดเหตุ จนกว่าความจริงจะปรากฏ และนี่คือมาตรฐานใหม่ของคำว่า ‘คนจริง’ ในสนามการเลือกตั้งครั้งนี้
#HatyaiConnext #เลือกตั้ง69 #คนชลบุรี #นับคะแนนใหม่ #ActiveCitizen #การเมืองไทย #EEC #ประชาธิปไตย