
ท่ามกลางกระแสความแคลงใจต่อการทำหน้าที่ของ กกต. สิ่งหนึ่งที่เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์และท้าทายตรรกะทางคณิตศาสตร์มากที่สุด คือข้อมูลจากระบบรายงานผลไม่เป็นทางการ (95%) ที่ชี้ให้เห็นว่า จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส. เขต กับ จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกพรรค (บัญชีรายชื่อ) กลับไม่เท่ากันแม้แต่จังหวัดเดียว เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความคลาดเคลื่อนทางสถิติเล็กน้อย เป็นความผิดปกติระดับโครงสร้างที่ส่อเค้าว่าอาจมีการจัดการตัวเลขเกิดขึ้น
พาทุกท่านไปกางตัวเลขดูความผิดปกตินี้ โดยเริ่มจากบ้านเราที่ สงขลา และเจาะลึกไปยังจังหวัดที่มีความผิดปกติระดับวิกฤต (สีแดงแบบแบ่งเขต สีน้ำเงินแบบบัญชีรายชื่อ)
สงขลาคนหายหรือบัตรเขย่ง
จากข้อมูล 95% ของ กกต. พบว่าจังหวัดสงขลา มีความผิดปกติที่น่าสนใจ กล่าวคือมีผู้มาใช้สิทธิเลือก ส.ส. เขต จำนวน 834,590 คน ในขณะที่มีผู้มาใช้สิทธิเลือกบัญชีรายชื่อสูงถึง 837,989 คน เมื่อนำมาหักลบกันจะพบส่วนต่างที่หายไป -3,399 คน ตัวเลขนี้ตั้งคำถามสำคัญว่ามีคนกว่า 3 พันคนในสงขลาที่รับบัตรบัญชีรายชื่อไปหย่อน แต่กลับไม่มีตัวตนในการเลือก ส.ส. เขตได้อย่างไร หรือในทางกลับกัน บัตรเลือกตั้งแบบเขตหายไปไหนกว่า 3 พันใบ
ความผิดปกติระดับชาติ
เมื่อขยายภาพดูทั่วประเทศ เราพบความผิดปกติที่รุนแรงยิ่งกว่าในหลายจังหวัด ซึ่งขัดแย้งกับตรรกะความเป็นจริงอย่างสิ้นเชิง ยกตัวอย่างเช่น จังหวัดพัทลุงที่มีผู้ใช้สิทธิเขตมากกว่าบัญชีรายชื่อถึง +15,644 คน หรือ จังหวัดศรีสะเกษ ที่เขตมากกว่าพรรค +11,321 คน และจังหวัดแพร่ที่เขตมากกว่าพรรค +10,379 คน
ในทางตรงกันข้ามจังหวัดร้อยเอ็ดกลับมีผู้ใช้สิทธิเขต น้อยกว่า บัญชีรายชื่อถึง -14,584 คน ตัวเลขหลักหมื่นเหล่านี้คือสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติหากกระบวนการเป็นไปอย่างสุจริต
ตรรกะที่ถูกบิดเบือน
เหตุผลที่ตัวเลขเหล่านี้เป็นเรื่อง ‘เป็นไปไม่ได้’ นั้นอธิบายได้ด้วยหลักความจริงง่ายๆ ข้อแรกคือกฎแห่งคู่ ผู้มีสิทธิทุกคนเมื่อเดินเข้าคูหาจะได้รับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบพร้อมกัน สีเขียวสำหรับเขตและสีชมพูสำหรับพรรค โอกาสที่เจ้าหน้าที่จะลืมแจกใบใดใบหนึ่งเป็นหลักหมื่นคนนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้
ข้อสองคือนับทุกใบ ผู้ใช้สิทธิไม่ว่าจะกากบาทเลือกใคร กาช่องไม่เลือกใคร (Vote No) หรือทำบัตรเสีย ทันทีที่บัตรถูกหย่อนลงหีบ มันจะถูกนับเป็น ‘ผู้มาใช้สิทธิ’ ทั้งสิ้น ดังนั้นตัวเลขยอดรวมของผู้มาใช้สิทธิทั้งสองประเภท ต้องเท่ากันเสมอ
หักล้างข้ออ้างทะเบียนบ้าน
อาจมีข้อโต้แย้งว่าตัวเลขผู้มาใช้สิทธิเลือก ส.ส. อาจไม่เท่ากับจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกบัญชีรายชื่อ ด้วยเหตุว่าบางคนอาจมีชื่อในทะเบียนบ้านไม่ครบ 90 วัน จึงไม่ได้เลือก ส.ส. เขต ขณะที่ทุกคนมีสิทธิเลือกบัญชีรายชื่อ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ตัวเลขผู้มาใช้สิทธิเขตจะต้องน้อยกว่าบัญชีรายชื่อเสมอ
แต่ถ้าดูจังหวัดกลุ่มตัวอย่างที่ยกมา ข้อมูลจริงจาก พัทลุง ศรีสะเกษ และแพร่ กลับพบว่ามีผู้มาใช้สิทธิเขตมากกว่า บัญชีรายชื่อเป็นหลักหมื่นคน ซึ่งหักล้างข้ออ้างเรื่อง 90 วันนี้อย่างสิ้นเชิง และชี้ให้เห็นว่าความผิดปกตินี้ไม่ได้เกิดจากกฎระเบียบ แต่เกิดจากความผิดปกติของตัวเลข
งบดุลที่ปิดไม่ลง
ในทางบัญชี หากสินทรัพย์ไม่เท่ากับหนี้สินบวกทุน เราเรียกว่า ‘งบดุลไม่ลงตัว’ ซึ่งหมายถึงข้อผิดพลาดร้ายแรง ในทางการเลือกตั้งก็เช่นกัน หากตัวเลขผู้มาใช้สิทธิเขตไม่เท่ากับบัญชีรายชื่อในระดับหลักหมื่น มันสะท้อนว่ากระบวนการนับคะแนนหรือการรายงานผลมีความผิดปกติอย่างมหันต์ หาก กกต. ไม่ได้มีการ ‘ตกแต่งตัวเลข’ จากส่วนกลาง คำอธิบายเดียวที่เหลืออยู่คือต้องมีการทุจริตในระดับหน่วยเลือกตั้งอย่างมโหฬาร เช่น การหย่อนบัตรผี หรือ บัตรเขย่ง ทางออกเดียวที่จะเรียกความเชื่อมั่นกลับมาได้ ไม่ใช่แค่การชี้แจงด้วยวาจา ประชาชนต้องการการเปิดเผยผลคะแนนรายหน่วยทันที และพิจารณานับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจ ก่อนที่ศรัทธาของประชาชนจะติดลบไปมากกว่านี้
อ้างอิง
– ข้อมูลเลือกตั้ง 95% ไม่เป็นทางการ จากเว็บไซต์ กกต. (ณ วันที่ 10 ก.พ. 2569)
HatyaiConnext
เลือกตั้ง69 บัตรเขย่ง กกตมีไว้ทำไม นับคะแนนใหม่ สงขลา หาดใหญ่ นับใหม่ทั้งประเทศ นับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ