ถึงทีเราจะรวยไม่ไหวแล้ว หาดใหญ่เตรียมรับแรงกระแทก สมการรัฐบาลใหม่ยาแรงกระตุ้นเศรษฐกิจ เตรียมจุดพลุเงินดิจิทัลผนึกคนละครึ่งพลัส

ท่ามกลางฝุ่นตลบของการจับขั้วทางการเมือง ข่าวใหญ่ล่าสุดที่สร้างความฮือฮาคือการประกาศจับมือกันระหว่าง ‘พรรคเพื่อไทย’ และ ‘พรรคภูมิใจไทย’ เพื่อรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล นอกเหนือจากเกมการเมืองที่เข้มข้นแล้ว สิ่งที่คนหาดใหญ่และคนทำมาค้าขายต้องจับตาดูให้ดีคือการหลอมรวมนโยบายประชานิยมระดับเรือธงของทั้งสองพรรคที่อาจจะกำลังก่อตัวกลายเป็นพายุหมุนทางเศรษฐกิจลูกใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

หากสมการนี้เกิดขึ้นจริง หมายความว่าคนไทย 1 คน มีโอกาสได้รับเม็ดเงินอัดฉีดแบบจัดเต็ม ทั้งเงินดิจิทัล 10,000 บาท ผสมโรงกับคนละครึ่งพลัส 2,400 บาท เบ็ดเสร็จแล้วคือเม็ดเงิน 12,400 บาทต่อหัว

คำถามคือเมืองศูนย์กลางการค้าอย่างหาดใหญ่ พร้อมรับแรงกระแทกแห่งความมั่งคั่งนี้หรือยัง?

ทฤษฎีตัวคูณทวีคูณ

ในทางเศรษฐศาสตร์มหภาคสามารถอธิบายได้ด้วยผลกระทบตัวคูณ ซึ่งระบุว่าการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ ไม่ได้จบแค่การจับจ่ายครั้งแรก จะกระจายการหมุนเวียนเปลี่ยนมือไปเรื่อยๆ จนสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ใหญ่กว่าเงินต้นหลายเท่า

ลองจินตนาการภาพคนหาดใหญ่หลายแสนคน นำเงินดิจิทัลหมื่นบาทไปซื้อมือถือใหม่หรือออกไปกินข้าวนอกบ้านกันยกใหญ่ ผู้ประกอบการและพ่อค้าแม่ค้าที่ได้เงินก้อนนั้น ก็เอาไปจ่ายค่าเทอมลูกหรือซื้อของต่อ ผนวกกับโครงการคนละครึ่งพลัสที่กระตุ้นให้เกิดความโน้มเอียงหน่วยสุดท้ายที่จะบริโภคหรือการ ‘กล้าควักกระเป๋าจ่าย’ ในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้นเพราะรัฐช่วยออกครึ่งหนึ่ง เม็ดเงินเหล่านี้จะไหลเวียนหล่อเลี้ยงเส้นเลือดฝอยในเมืองอย่างอลังการ

โอกาสทองของรายย่อย

แม้หลายคนจะเคยมองว่านโยบายแจกเงินเป็นเพียงการกระตุ้นระยะสั้น แต่ในภาวะที่เศรษฐกิจเมืองหาดใหญ่ซบเซา การลงทุนหรืออัดฉีดเงินก้อนมหึมาในคราวเดียวคือหนทางเดียวที่จะทำลายวงจรความยากจนและดึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนในพื้นที่ให้กลับมาได้

นี่คือจังหวะที่ร้านค้ารายย่อย สตรีทฟู้ด และธุรกิจบริการในหาดใหญ่ ต้องเตรียมปัดฝุ่นหน้าร้าน อัปเกรดระบบชำระเงินดิจิทัลและคิดโปรโมชันดักรอเอาไว้ล่วงหน้า เพราะเมื่อนโยบายทั้งสองตัวถูกปลดล็อกพร้อมกัน มันจะไม่ใช่แค่การหยอดน้ำข้าวต้ม แต่คือการชุบชีวิตให้เมืองกลับมาคึกคักชนิดที่เรียกว่าตั้งตัวกันแทบไม่ทัน

ความพร้อมของเมือง

การรวมเสียงของสองขั้วอำนาจอาจเป็นเรื่องของนักการเมือง ในส่วนของเม็ดเงิน 12,400 บาทต่อคนคือเรื่องปากท้องของเราโดยตรง

วิกฤตที่ผ่านมาสอนให้คนหาดใหญ่แข็งแกร่งและครั้งนี้เมื่อ โอกาสกำลังวิ่งเข้าหาแบบคอมโบชุดใหญ่ มันจึงขึ้นอยู่กับว่าพวกเราพร้อมที่จะกางแขนรับแรงกระแทกแห่งความรวยนี้ แล้วเปลี่ยนให้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อสร้างความมั่งคั่งที่ยั่งยืนให้เมืองได้หรือไม่

ถึงทีหาดใหญ่จะกลับมาผงาดอีกครั้งแล้ว ไม่ใช่ตอนนี้แล้วจะเป็นตอนไหนได้

อ้างอิง

– Keynes, J. M. (1936). The General Theory of Employment, Interest, and Money.

– Rosenstein-Rodan, P. N. (1943). Problems of Industrialisation of Eastern and South-Eastern Europe (Big Push Model)

#HatyaiConnext #เศรษฐกิจหาดใหญ่ #เงินดิจิทัล #คนละครึ่งพลัส #ตั้งรัฐบาล #เพื่อไทย #ภูมิใจไทย #โอกาสทางธุรกิจ #หาดใหญ่