
จากวาทกรรมเอาอยู่สู่วิกฤตคลังเปราะบางเดิมพันอนาคตเมืองที่คนหาดใหญ่ต้องรู้
การประชุมสภาเทศบาลนครหาดใหญ่ สมัยสามัญ สมัยแรก ประจำปี 2569 กินเวลายาวนานกว่า 5 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่ 13.30 น. ไปจบเวลาประมาณ 19.00 น. วาระนี้ก้าวข้ามการประชุมตามระเบียบปกติสู่วาระแห่งหน้าประวัติศาสตร์เมือง เนื้อหาทั้งหมดถูกสรุปขมวดรวมทุกประเด็นที่คนหาดใหญ่ต้องรู้เพื่อชวนทุกคนมาทำความเข้าใจไปพร้อมกัน เนื่องจากหลายมิติของการบริหารจัดการวิกฤตอาจมีข้อมูลเบื้องลึกที่เรากำลังเข้าใจผิด วงประชุมทำหน้าที่เสมือนพื้นที่ชำแหละบาดแผลจากมหาอุทกภัยช่วงปลายปี 2568 สถานการณ์ที่สร้างความเสียหายสูงสุดในรอบหลายทศวรรษถูกนำมาทบทวนผ่านกระบวนการถอดบทเรียน สมาชิกสภาเทศบาลใช้เวทีนี้สะท้อนเสียงวิพากษ์จากฐานราก ตรวจสอบความโปร่งใส และงัดข้อกับฝ่ายบริหารในประเด็นการจัดสรรทรัพยากร ท่ามกลางวิกฤตความศรัทธาที่ยังคงปกคลุมบรรยากาศของพื้นที่เศรษฐกิจแห่งนี้
5สาระสำคัญอย่างสั้นจากสภาเทศบาลนครหาดใหญ่
1. รอยร้าวทางการสื่อสารของวาทกรรม ‘เอาอยู่’ สร้างภาวะชะล่าใจให้ประชาชน ประกอบกับระบบสายด่วนกุญชรล่มและปัญหาการจัดลำดับความสำคัญของทีมกู้ภัย ส่งผลให้การอพยพในพื้นที่เปราะบางล่าช้า
2. ฝนสามร้อยปีและคอขวดอำนาจ ปรากฏการณ์ฝนตกแช่หนักหนือเขาคอหงส์ทะลุขีดจำกัดโครงสร้างเดิม อำนาจสั่งการถูกดึงเข้าส่วนกลางทันทีที่ประกาศธงแดง ท้องถิ่นจึงสูญเสียความคล่องตัวในการระดมทรัพยากร
3. สภาวะเปราะบางทางการคลัง ภารกิจจัดการขยะและลอกคูคลองสูบเงินสะสมเมืองจาก 460 ล้านบาท เหลือสภาพคล่องเพียง 140 ล้านบาท ขณะนี้กำลังเร่งโอนเงินเยียวยาครอบครัวละ 49,000 บาทรอบแรกวงเงิน 99 ล้านบาท
4. เดิมพันอนาคตด้วยโปรเจกต์ยักษ์ : ผลักดันแผนสร้างอุโมงค์ระบายน้ำมูลค่า 1,800 ล้านบาท ควบคู่กับการฟื้นฟูเศรษฐกิจผ่านการเปิดพื้นที่ค้าขายฟรีและงานสงกรานต์เพื่อดึงเม็ดเงินกลับสู่เมือง
5. สภาตีตกงบเก้าอี้ผู้บริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติลงมติคัดค้านการโยกงบซ่อมแซมศูนย์บริการสาธารณสุข 3 ล้านบาทไปจัดซื้อครุภัณฑ์สำนักงาน เป็นการตอกย้ำจุดยืนในการปกป้องสิทธิพื้นฐานของประชาชนเหนือความสะดวกสบายของหน่วยงาน
วิกฤตศรัทธาและการพยากรณ์เชิงพื้นที่
ต้นตอของความสูญเสียมหาศาลไม่ได้มาจากมวลน้ำเพียงอย่างเดียว วาทกรรม ‘เอาอยู่’ จากการถ่ายทอดสดของผู้นำเมืองในช่วงต้นของวิกฤตสร้างภาวะความชะล่าใจให้กับภาคประชาชน การประเมินสถานการณ์ที่คลาดเคลื่อนส่งผลให้การอพยพและเคลื่อนย้ายทรัพย์สินหยุดชะงัก เมื่อมวลน้ำทะลักเข้าโจมตีจริง ระบบการสื่อสารส่วนกลางและสายด่วนกุญชรกลับล่มสลาย ประชาชนในพื้นที่ชั้นเดียวอย่างเขต 8 และอีกหลายโซนต้องติดค้างบนหลังคานานถึง 3 วันโดยไร้ปัจจัยสี่
วิกฤตครั้งนี้สะท้อนความล้มเหลวของการพยากรณ์เชิงพื้นที่ ฝ่ายบริหารประเมินสถานการณ์โดยจับตาดูแค่มวลน้ำที่ไหลมาจากอำเภอสะเดาเป็นหลัก การละเลยปรากฏการณ์ฝนตกหนักเฉพาะจุดเหนือเขาคอหงส์กลายเป็นปัจจัยตายตัวที่ทำให้การแจ้งเตือนล่าช้า ความล้มเหลวเชิงปฏิบัติการยิ่งเด่นชัดเมื่อเกิดปัญหา การจัดลำดับความสำคัญทรัพยากรช่วยเหลืออย่างเรือเจ็ตสกีถูกร้องเรียนว่าดึงไปรับรองผู้บริหารระดับสูงแทนการมุ่งหน้าไปกู้ชีพผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่วิกฤต ผนวกกับอุปสรรคทางกายภาพจากการจอดรถหนีน้ำบนสะพานหลักที่กลายเป็นคอขวดสกัดกั้นเส้นทางทีมกู้ภัย
ข้อจำกัดโครงสร้างและต้นทุนมนุษย์
ฝ่ายบริหารตั้งรับข้อวิจารณ์ด้วยการกางข้อมูลทางอุตุนิยมวิทยา ปรากฏการณ์ฝนตกแช่แบบ Rain Bomb ที่ทิ้งตัวลงเหนือเขาคอหงส์ด้วยปริมาณน้ำฝนสะสม 400 มิลลิเมตร ถูกนิยามว่าเป็นภัยพิบัติระดับฝน 300 ปี ความรุนแรงนี้ทะลุขีดจำกัดของโครงสร้างพื้นฐานเดิมทั้งหมด
นายกเทศมนตรีชี้แจงถึงรอยต่อของอำนาจที่หายไปเมื่อมีการประกาศยกธงแดง อำนาจการสั่งการเบ็ดเสร็จถูกดึงกลับไปยังส่วนกลางและผู้ว่าราชการจังหวัดภายใต้ระเบียบของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เทศบาลนครหาดใหญ่ในฐานะหน่วยปฏิบัติการส่วนหน้าจึงสูญเสียความคล่องตัว ภาพสะท้อนที่น่าสะเทือนใจคือต้นทุนทางทรัพยากรบุคคล ข้าราชการระดับสูงอย่างผู้อำนวยการสำนักสาธารณสุขต้องอุทิศตนทำงานท่ามกลางวิกฤตส่วนตัว ทั้งการสูญเสียรถยนต์ที่จมน้ำและต้องพักอาศัยในค่ายทหารนานหลายเดือน การประคองสติให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์เพื่อสอนทำ CPR ช่วยชีวิตประชาชนในเวลาตีหนึ่งสะท้อนภาพคนทำงานที่แบกรับภาระหนักอึ้งในฐานะผู้ประสบภัยเช่นเดียวกัน
วิกฤตสาธารณสุขหลังน้ำลด
การบริหารจัดการหลังน้ำลดเผชิญความท้าทายอย่างหนัก ปริมาณขยะมหาศาลกว่า 400,000 ตันสะสมยาวนาน เกิดความล่าช้าในพื้นที่เขต 3 และเขต 4 สาเหตุหลักมาจากรถขนขยะของบริษัทคู่สัญญาชำรุดจากการจมน้ำ เทศบาลต้องเร่งจ้างเหมาเพิ่มเติมและจัดจุดพักขยะชั่วคราว
ประเด็นการควบคุมโรคเกิดข้อถกเถียงเรื่องประสิทธิภาพการฉีดพ่นยุง ฝ่ายบริหารอธิบายถึงปัญหาภาวะยุงดื้อยาและข้อจำกัดทางเทคนิค การเลือกใช้ระบบละอองฝอย (ULV) ที่มีประสิทธิภาพสูงไร้ควันพวยพุ่ง สร้างความเข้าใจผิดให้ประชาชนที่คุ้นชินกับการพ่นหมอกควันว่าเจ้าหน้าที่ละทิ้งการปฏิบัติงานในพื้นที่
ความเปราะบางทางการคลังของเมือง
การเปิดเผยสถานะเงินสะสมของเมืองสะท้อนภาพความตึงเครียดทางการเงินอย่างชัดเจน ก่อนเกิดอุทกภัย เทศบาลมียอดเงินสะสมที่สามารถใช้จ่ายได้จริงราว 460 ล้านบาท ภารกิจฟื้นฟูเมืองสูบเม็ดเงินเหล่านี้ไปอย่างมหาศาล การจ้างเหมาจัดเก็บขยะใช้เม็ดเงิน 100 ล้านบาท การขุดลอกคูระบายน้ำ 130 ล้านบาท ค่าเช่ารถเก็บขนขยะชิ้นใหญ่ 80 ล้านบาท การซ่อมแซมสถานีสูบน้ำ 64.5 ล้านบาท การซ่อมแซมยานพาหนะ 20 ล้านบาท และการจัดซื้ออุปกรณ์กู้ภัยใหม่ 13.9 ล้านบาท
ปัจจุบันเมืองเหลือเงินสะสมสภาพคล่องเพียง 140 ล้านบาท ตัวเลขนี้สะท้อนภาวะความเปราะบางทางการคลังอย่างรุนแรง นโยบายการจ่ายเงินเยียวยาครอบครัวละ 49,000 บาท ดำเนินการจ่ายรอบแรกไปแล้ว 6,000 ครัวเรือนด้วยงบประมาณ 99 ล้านบาท ทางเทศบาลกำลังเร่งตรวจสอบสิทธิให้ครอบคลุมเป้าหมาย 47,000 ครัวเรือนทั่วเมือง
ยุทธศาสตร์พันล้านและแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ
แผนการป้องกันในระยะยาวถูกนำเสนอผ่านโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ โครงการอุโมงค์ระบายน้ำถนนกาญจนวณิชย์มูลค่า 1,800 ล้านบาทถูกตั้งเป้าให้เป็นเส้นทางผันน้ำป่าจากเขาคอหงส์ลงสู่คลอง ร.4 แผนงานนี้พ่วงมากับการขยายพื้นที่แก้มลิงคลองเรียนเพิ่มอีก 20 ไร่ และการปรับเปลี่ยนโครงสร้างคลองเตยจากรูปตัววีเป็นตัวยูเพื่อเร่งอัตราการระบายน้ำ
นอกเหนือจากงานวิศวกรรม เมืองได้เตรียมแผนฟื้นฟูความเชื่อมั่นผ่านโครงการ Hat Yai Market ที่เปิดพื้นที่ให้คนท้องถิ่นค้าขายฟรี การจัดงานสงกรานต์ด้วยงบสนับสนุน 10 ล้านบาทจากองค์การบริหารส่วนจังหวัด ผนวกกับความร่วมมือในโครงการกระเช้าลอยฟ้าเฟส 2 วิสัยทัศน์เหล่านี้คือความพยายามกู้คืนชีพจรเศรษฐกิจให้กลับมาเต้นอีกครั้ง
ความขัดแย้งเชิงนโยบายและบทสรุป
บรรยากาศสภาเดือดดาลขึ้นเมื่อวาระการขอโอนงบประมาณซ่อมแซมศูนย์บริการสาธารณสุขจำนวน 3 ล้านบาท ถูกเสนอให้นำไปจัดซื้อครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์และเก้าอี้สำนักงานทดแทนของเดิมที่จมน้ำ สมาชิกสภาฝ่ายคัดค้านลุกขึ้นปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนในเขต 4 โดยให้เหตุผลว่าการนำงบประมาณบริการสาธารณะไปซื้อเก้าอี้ผู้บริหารคือสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ มติสภาส่วนใหญ่ตีตกยัตตินี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนจากฝ่ายนิติบัญญัติว่าสิทธิพื้นฐานของคนตัวเล็กต้องมาก่อนความสะดวกสบายของหน่วยงาน
จากการประชุมสภาเทศบาลนครหาดใหญ่ความยาวกว่า 5 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่ 13.30 น. ไปจบเวลาประมาณ 19.00 น. สกัดออกมาเป็นยุทธศาสตร์ที่เมืองต้องเร่งลงมือทำ การบูรณาการตั้งศูนย์บัญชาการเบ็ดเสร็จที่ดึงผู้นำชุมชนเข้าร่วมจะช่วยอุดช่องโหว่เรื่องความไม่คุ้นเคยพื้นที่ ระบบติดตามการจัดการขยะดิจิทัลต้องถูกนำมาใช้เพื่อความโปร่งใส การกระจายยุทโธปกรณ์กู้ภัยลงสู่ระดับย่อยคือหลักประกันความเสี่ยงหากระบบสั่งการส่วนกลางล่มสลายอีกครั้ง
หาดใหญ่กำลังยืนอยู่บนทางแยกที่ต้องเลือกว่าจะปล่อยให้วิกฤตครั้งนี้เป็นเพียงความทรงจำอันเลวร้ายหรือจะใช้ซากความสูญเสียเป็นฐานรากในการประกอบสร้างเมืองที่แข็งแกร่งกว่าเดิม
อ้างอิง
– Hat Yai City Municipality (2026) การถ่ายทอดสดประชุมสภาเทศบาลนครหาดใหญ่ สมัยสามัญ สมัยแรก ประจำปี 2569 วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.30 น
#HatyaiConnext #สภาเทศบาลนครหาดใหญ่ #มหาอุทกภัยหาดใหญ่ #ถอดบทเรียนน้ำท่วม #การบริหารจัดการเมือง #เศรษฐกิจหาดใหญ่ #การเมืองท้องถิ่น