
เงยหน้ามองดวงจันทร์ดวงเดียวกัน แต่ความรู้สึกช่างห่างไกล เมื่อรายอปีนี้ตั๋วเครื่องบินกลับหาดใหญ่แพงจนสู้ไม่ไหว หน้าที่การงานก็ทิ้งไม่ได้ สุดท้ายความอบอุ่นของครอบครัวจึงถูกย่อส่วนเหลือเพียงการสวมกอดกันผ่านหน้าจอโทรศัพท์ ชุดข้อความข้างต้นคงอธิบายหลายความรู้สึกของชาวมุสลิมที่ต้องไกลบ้านห่างครอบครัวได้เป็นอย่างดี
ช่วงเย็นของวันนี้ท้องฟ้าจะถูกจับจ้องเพื่อค้นหา ‘ฮีลาล’ หรือดวงจันทร์เสี้ยวแรกแห่งเดือนเชาวาล เพื่อเป็นสัญญาณสิ้นสุดเดือนรอมฎอนและก้าวเข้าสู่การเฉลิมฉลองวันตรุษของศาสนา หรือที่รู้จักกันในชื่อวันฮารีรายอ วันตรุษอีดิลฟิตรี ซึ่งเป็นวันสำคัญต่อมุสลิมทั่วโลก
รวมถึงชาวหาดใหญ่และจังหวัดชายแดนใต้ที่ประกาศให้เป็นวันหยุดราชการเฉกเช่นเดียวกับตรุษจีน นี่คือช่วงเวลาแห่งความสุขที่ครอบครัวจะได้กลับมารวมตัวกันพร้อมหน้าพร้อมตา แต่ในขณะที่สถานีรถไฟ บขส. และสนามบินหาดใหญ่กำลังคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่หอบกระเป๋า กลับบ้านเกิด กลับมีคนหนุ่มสาววัยทำงานและนักศึกษาอีกจำนวนไม่น้อย ที่ต้องทนกลืนน้ำตาและยอมรับสภาพการเป็นคนไกลบ้านที่ไม่ได้กลับไปฉลองรายอกับครอบครัวในปีนี้
กำแพงราคาตั๋วที่สูงลิ่ว
หากลองกดเข้าแอปพลิเคชันจองตั๋วเครื่องบินเส้นทางกรุงเทพฯ-หาดใหญ่ในช่วงสัปดาห์นี้ หลายคนคงต้องถอนหายใจยาวให้กับตัวเลขที่พุ่งทะยานจนน่าตกใจ จริงอยู่ที่ใครหลายคนอาจมองว่านี่คือกลไกปกติของธุรกิจการบินแบบ Dynamic Pricing ที่ราคาตั๋วจะปรับขึ้นตามความต้องการในช่วงเทศกาล และมักมีคำถามสวนกลับมาว่า “ทำไมถึงไม่วางแผนจองล่วงหน้าข้ามเดือน?” ความจริงที่น่าเห็นใจคือบริบทของการกำหนดวันฮารีรายอนั้นต้องอิงตามผลการดูดวงจันทร์ ทำให้พี่น้องมุสลิมไม่สามารถรู้วันที่แน่ชัดล่วงหน้าได้นานนัก ประกอบกับความไม่แน่นอนในการรออนุมัติวันลาจากบริษัท กว่าจะฟันธงวันเดินทางได้ชัวร์ๆ ค่าตั๋วเที่ยวเดียวก็มักจะดีดตัวไปสูงลิบลิ่วจนแทบจะเทียบเท่ากับการซื้อตั๋วไปเที่ยวต่างประเทศ สำหรับมนุษย์เงินเดือนหรือเด็กจบใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นสร้างตัวในเมืองหลวง การต้องควักเงินเก็บก้อนใหญ่เพื่อแลกกับการกลับบ้านเพียงไม่กี่วันกลายเป็นภาระทางการเงินที่หนักหนาเกินกว่าจะแบกรับไหว กลไกราคากลายเป็นกำแพงสูงชันที่กีดกันไม่ให้คนสู้ชีวิตได้กลับไปซึมซับความอบอุ่นจากอ้อมกอดของพ่อแม่ที่บ้านเกิด
ฟันเฟืองที่หยุดหมุนไม่ได้
นอกจากกำแพงเรื่องค่าใช้จ่ายแล้ว หน้าที่การงานคืออีกหนึ่งพันธนาการที่รั้งคนไกลบ้านเอาไว้ โครงสร้างการทำงานในเมืองหลวงหรือจังหวัดอื่นๆ ที่ไม่ได้ประกาศให้วันฮารีรายอเป็นวันหยุดราชการเหมือนในพื้นที่ชายแดนใต้ ทำให้การลางานเป็นเรื่องยากลำบาก มากไปกว่านั้นการกำหนดวันรายอยังต้องอิงตามผลการดูดวงจันทร์ซึ่งจะทราบผลล่วงหน้าเพียงแค่หนึ่งคืน ความไม่แน่นอนนี้สวนทางกับระบบขององค์กรและบริษัทที่มักเรียกร้องให้พนักงานต้องวางแผนวันหยุดล่วงหน้านานๆ เมื่อฟันเฟืองของระบบทุนนิยมไม่สอดรับกับวิถีชีวิตและปฏิทินทางศาสนา ผู้คนจำนวนมากจึงจำยอมต้องนั่งทำงานต่อหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทั้งที่ในใจโบยบินกลับไปนั่งล้อมวงกินข้าวพูดคุยกับครอบครัวแล้ว
รสชาติความคิดถึงกลางเมืองใหญ่
ความโดดเดี่ยวของวิถีรายอต่างถิ่นมักจะโจมตีหนักที่สุดในตอนเช้าตรู่ จังหวะที่ต้องตื่นมาแต่งตัวไปละหมาดอีดที่มัสยิดใกล้หอพักเพียงลำพัง ท่ามกลางบรรยากาศและผู้คนที่แปลกหน้า การเดินกลับมายังห้องเช่าสี่เหลี่ยมที่เงียบเหงา ไร้เสียงหัวเราะของเครือญาติ ไร้กลิ่นหอมของกับข้าวคือความอ้างว้างที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ สิ่งเดียวที่พอจะช่วยหล่อเลี้ยงความรู้สึกในวันนั้นได้คือการวิดีโอคอลกลับไปหาครอบครัวเพื่อร่วมแสดงความยินดี ขอมาอัฟ (ขออภัย) ในสิ่งที่เคยล่วงเกิน และปล่อยให้น้ำตาแห่งความคิดถึงไหลรินเงียบๆ ผ่านหน้าจอมือถือ
ลึกสุดใจไม่มีใครอยากจากบ้านเกิด
ภายใต้รอยยิ้มที่พยายามส่งผ่านวิดีโอคอลเพื่อไม่ให้คนที่บ้านเป็นห่วงคือการซุกซ่อน ‘ภาวะโหยหาบ้านเกิด’ หรือ Homesick ที่ก่อตัวกัดกินหัวใจอย่างเงียบเชียบ ลึกๆ แล้วคนส่วนใหญ่มีความผูกพันกับสถาบันครอบครัวและวิถีชุมชนสูงมาก หากเลือกได้คงไม่มีใครอยากทิ้งถิ่นฐานที่คุ้นเคยเพื่อมาเป็นฟันเฟืองตัวเล็กๆ ในเมืองหลวง
การต้องระเหเร่ร่อนจากบ้านเกิดเมืองนอนจึงมักเป็นผลมาจากไฟลต์บังคับทางเศรษฐกิจ โอกาสทางการศึกษา และข้อจำกัดของโครงสร้างเมืองที่ยังไม่สามารถสร้างแหล่งงานมารองรับคนรุ่นใหม่ได้เพียงพอ ความเจ็บปวดในวันสำคัญเช่นนี้ จึงไม่ใช่แค่การอดกินของอร่อยฝีมือคนรัก เป็นการตอกย้ำบาดแผลในใจว่าเพื่อแลกกับความอยู่รอดและความก้าวหน้า พวกเขาจำต้องเฉือนช่วงเวลาแห่งความสุขในชีวิตทิ้งไปและก้มหน้าทนรับความโดดเดี่ยวนี้ไว้เพียงลำพัง
โอบกอดความเหงาฉบับคนสู้ชีวิต
แม้จะไม่ได้กลับไปสวมกอดครอบครัว การคนไกลบ้านที่ต้องออกเดินทางเพื่อแสวงหาความก้าวหน้าก็แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งอย่างถึงที่สุด ในความโดดเดี่ยว ยังมีแง่มุมของการเติบโตซ่อนอยู่ เมื่อกลับบ้านไม่ได้หลายคนจึงเลือกที่จะรวมกลุ่มกับเพื่อนฝูงมุสลิมคนใต้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน สร้างพื้นที่แห่งความผูกพันขนาดย่อมขึ้นมากลางป่าคอนกรีต แบ่งปันอาหารและรอยยิ้มให้แก่กัน เพื่อปลอบประโลมหัวใจที่บอบช้ำ
เนื่องในวันตรุษอีดิ้ลฟิตรี 2569 เทศกาลฮารีรายอปีนี้แม้ตัวจะอยู่ไกลบ้าน แต่ Hatyai Connext ขอเป็นตัวแทนส่งความปรารถนาดีถึงพี่น้องมุสลิมทุกคน
อ้างอิง
– Stroebe, M., Schut, H., & Nauta, M. (2015). Homesickness: A systematic review of the scientific literature
#HatyaiConnext #วันฮารีรายอ #รายอต่างถิ่น #Homesick #คนไกลบ้าน
#มุสลิม #ศาสนาอิสลาม