
ข่าวแจ้งเตือนสภาพอากาศช่วงวันที่ 25-28 ธันวาคมนี้ ที่ระบุว่าจะมีปริมาณฝนสะสมเพิ่มขึ้นในพื้นที่หาดใหญ่ ทำเอาหลายคนใจคอไม่ดีอีกครั้ง ทั้งที่คราบโคลนจากรอบที่แล้วยังล้างไม่หมด ความกังวลเดิมๆ ก็วนกลับมาฉายซ้ำว่า “รอบนี้จะรอดไหม?”
เมื่อความกลัวก่อตัวขึ้น ข้อเสนอแรกที่มักถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงเสมอคือ “ทำอย่างไรก็ได้ ให้น้ำออกจากตัวเมืองหาดใหญ่ให้เร็วที่สุด” เพื่อปกป้องพื้นที่ไข่แดงทางเศรษฐกิจไม่ให้จมน้ำซ้ำซาก ด้วยความเชื่อที่ว่าการผลักน้ำออกไปให้พ้นตัวคือทางรอดที่ดีที่สุด แต่หากเรากางแผนที่ดูความจริงทางภูมิศาสตร์ประกอบกับข้อมูลทางชลศาสตร์ จะพบว่าข้อเสนอนี้อาจเป็นดาบสองคมที่แก้ปัญหาจุดหนึ่ง แต่ไปสร้างวิกฤตให้อีกจุดหนึ่งอย่างมหาศาล
ปัญหาใจกลางของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ศักยภาพของเครื่องสูบน้ำ แต่อยู่ที่โครงสร้างธรรมชาติของ ‘ทะเลสาบสงขลา’ ซึ่งเปรียบเสมือน ‘ขวดก้นใหญ่แต่ปากแคบ’ การผลักมวลน้ำมหาศาลจากหาดใหญ่ (พื้นที่กลางน้ำ) ลงไปสู่ทะเลสาบ (พื้นที่ปลายน้ำ) อย่างเร่งรีบ โดยที่ทางออกสู่ทะเลอ่าวไทยยังระบายไม่ทัน ไม่ต่างอะไรกับการอัดน้ำเข้าสู่พื้นที่ปิด ผลลัพธ์คือระดับน้ำรอบทะเลสาบจะยกตัวสูงขึ้นและแช่ขังยาวนาน พื้นที่ชุมชนรอบทะเลสาบต้องกลายเป็นพื้นที่รับเคราะห์ เพื่อแลกกับการที่ระดับน้ำในเมืองลดลงเร็วขึ้น
นี่คือโจทย์เรื่อง ‘ความยุติธรรมในการจัดการน้ำ’ ที่ละเอียดอ่อนเกินกว่าจะใช้เพียงวิธีการทางวิศวกรรมแบบเส้นตรงมาแก้ไข
ข้ามไปดูCaseStudyระดับโลกที่ญี่ปุ่น
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีเมืองหนาแน่นตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำคล้ายเรา แต่ในลุ่มน้ำสึรุมิ (Tsurumi River) ที่ไหลผ่านเมืองใหญ่อย่างโยโกฮาม่าและโตเกียว เขาตระหนักดีว่าแม่น้ำปลายทางไม่สามารถรองรับน้ำที่ถูกระบายออกมาพร้อมกันจากเมืองได้ทั้งหมด
เขาจึงก้าวข้ามวิธีคิดแบบ ‘ผลักน้ำทิ้ง’ เปลี่ยนมาใช้นโยบายที่บังคับให้เมืองต้องรับผิดชอบ ‘หน่วงน้ำ’ ในพื้นที่ตัวเอง ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ สวนชิน-โยโกฮาม่า’ (Shin-yokohama Park) ซึ่งเป็นที่ตั้งของ ‘นิสสัน สเตเดียม (Nissan Stadium) พื้นที่นี้ถูกออกแบบให้เป็น ‘Dual Purpose’ คือในยามปกติจะเป็นสวนกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในเมือง แต่เมื่อเกิดพายุฝน จะเปลี่ยนหน้าที่เป็น ‘บ่อหน่วงน้ำยักษ์’ (Detention Basin) ทันที
โดยตัวสนามกีฬานิสสันถูกออกแบบให้ ‘สร้างอยู่บนเสายกสูง’ (Constructed on pillars) เพื่อให้น้ำสามารถไหลเข้าไปท่วมพื้นที่สวนด้านล่างและใต้ถุนสนามได้เต็มพิกัด โดยที่ตัวสนามแข่งขันไม่ได้รับความเสียหาย วิธีนี้คือการอยู่ร่วมกับน้ำอย่างชาญฉลาด คือยอมเสียสละพื้นที่สาธารณะบางส่วนให้ท่วมชั่วคราว เพื่อตัดยอดน้ำไม่ให้ไหลลงสู่แม่น้ำพร้อมกันจนล้นตลิ่งท่วมชุมชน
มองไปที่เนเธอร์แลนด์เมืองที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล
อีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างสังคมคือโครงการ ‘Room for the River’ ที่เมืองไนจ์เมเกน (Nijmegen) ซึ่งเผชิญโจทย์เรื่องคอขวดของแม่น้ำเช่นกัน รัฐบาลดัตช์เลือกที่จะไม่ใช้การสร้างเขื่อนกั้นน้ำให้สูงขึ้นหรือเร่งระบายเพียงอย่างเดียว แต่เลือกที่จะ ‘คืนพื้นที่ให้แม่น้ำ’
หัวใจสำคัญคือการเจรจากับชุมชนเกษตรกรรมที่ต้องกลายเป็นทางน้ำหลาก เปลี่ยนมุมมองจากการบังคับเป็นการ ‘ออกแบบร่วมกัน’ หากพื้นที่ใดมีความจำเป็นต้องรับน้ำเพื่อช่วยระบบส่วนรวม พื้นที่นั้นจะต้องได้รับการยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน ถนนต้องสูงพ้นน้ำ สัญจรได้แม้ในฤดูน้ำหลาก รวมถึงมีการปรับภูมิทัศน์ให้พื้นที่รับน้ำกลายเป็นพื้นที่ที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เป็นสวนสาธารณะริมน้ำที่สวยงาม ทำให้ชาวบ้านรู้สึกว่าตนเองคือ ‘หุ้นส่วน’ ของการแก้ปัญหา ไม่ใช่ ‘ผู้ถูกกระทำ’ จากนโยบายของคนเมือง
ย้อนกลับมาที่หาดใหญ่
บทเรียนจากทั้งสองประเทศสะท้อนให้เห็นว่า การจัดการน้ำของหาดใหญ่ให้ยั่งยืน ไม่ควรหยุดอยู่แค่ข้อเรียกร้องให้ขุดคลองระบายน้ำเพิ่มเพื่อเร่งระบายลงทะเลสาบสงขลา แต่ควรเป็นการมองภาพรวมทั้งระบบนิเวศ
ตั้งแต่ต้นทางคือการเพิ่มพื้นที่หน่วงน้ำภายในตัวเมืองหาดใหญ่เอง การออกแบบสวนสาธารณะหรือแก้มลิงในเมืองที่ใช้งานได้จริง (หรืออัปเกรดจากของเดิมที่มีอยู่แล้ว) ไปจนถึงการจัดการปลายทางอย่างการขุดลอกร่องน้ำบริเวณปากทะเลสาบสงขลาอย่างจริงจังเพื่อให้น้ำออกทะเลได้สะดวกขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือการจัดวางผังเมืองที่ไม่ผลักภาระความเสี่ยงไปให้พื้นที่รอบนอกเพียงฝ่ายเดียว
ท้ายที่สุดแล้ว การแก้ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ไม่ใช่แค่เรื่องของการทำให้น้ำแห้งเร็วที่สุด แต่คือศิลปะการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้ไหลเวียนไปตามระบบนิเวศ เพราะตราบใดที่เรายังแก้ปัญหาด้วยการย้ายมวลน้ำจากที่หนึ่งไปท่วมอีกที่หนึ่ง วงจรความเดือดร้อนก็จะไม่มีวันสิ้นสุด และธรรมชาติจะยังคงส่งบทเรียนบทใหม่ที่อาจรุนแรงยิ่งกว่าเดิมตามสภาวะโลกรวนมาให้เราแก้ไขซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่อีกเรื่อยๆ หลังจากนี้
อ้างอิง
– Ministry of Land, Infrastructure, Transport and Tourism (MLIT), Japan. (n.d.). Tsurumi River Basin Master Plan: Comprehensive Flood Control Measures
– Nissan Stadium. (n.d.). Role of Shin-Yokohama Park Retarding Basin. Nissan-stadium jp
– Rijkswaterstaat, Ministry of Infrastructure and Water Management, The Netherlands. (n.d.). Room for the River Programme: Room for the River Waal (Nijmegen)
– สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.). (2565). ข้อมูลลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา สภาพภูมิศาสตร์และการบริหารจัดการน้ำ. คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ
– กรมอุตุนิยมวิทยา. (2568). พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า: ภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนตกหนักบางแห่งช่วงวันที่ 25-28 ธ.ค. 68
__
#HeartYaiComeback #HugHeartYai
#CurioCity #HatyaiConnext