ข้ามไปเนื้อหา
เมือง 18 ม.ค. 2569 โดย Hatyai Connext

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ป้อมปราการทางปัญญา และ ‘Humanware’ ที่ขาดไม่ได้ในสมการแก้น้ำท่วมหาดใหญ่

เมื่อพูดถึงการแก้ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ สายตาของสังคมมักจับจ้องไปที่ ‘Hardware’ ขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นคลองระบายน้ำ เครื่องสูบน้ำยักษ์ หรือแก้มลิงคอนกรีต

แต่ในทุกวิกฤตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน สิ่งที่ทำให้หาดใหญ่รอดพ้นความโกลาหลมาได้ หรือฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ไม่ใช่แค่เรื่องของปูนและเหล็ก แต่คือ ‘Software’ ที่ทรงพลังที่สุดที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง นั่นคือ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.)

หากเราวิเคราะห์โครงสร้างการรับมือภัยพิบัติของหาดใหญ่ เราจะพบว่า ม.อ. ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงสถานศึกษา แต่คือ ‘Strategic Hub’ (ศูนย์กลางยุทธศาสตร์) ที่ทำหน้าที่ปิดช่องโหว่ของการทำงานภาครัฐ และเป็นกุญแจดอกสำคัญที่ไขคลี่คลายสถานการณ์วิกฤตด้วย 4 กลไกสำคัญ

คลังสมองศูนย์ข้อมูลและฐานปฏิบัติการลมหายใจ

ม.อ. ทำหน้าที่เป็นทั้ง ‘สมอง’ และ ‘หัวใจ’ ของเมือง ผ่านการทำงานที่สอดประสานกัน การบูรณาการข้อมูลที่รอบด้าน ม.อ. ทำหน้าที่เป็น ‘Academic Platform’ ที่ระดมสมองผู้เชี่ยวชาญมาช่วยสอบทานข้อมูล (Cross-check) สนับสนุนการตัดสินใจของภาครัฐให้แม่นยำที่สุด

นอกจากนี้ยังมี ‘PSU Broadcast’ ที่ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางคนสำคัญในการ ‘แปลไทยเป็นไทย’ ย่อยข้อมูลวิชาการยากๆ ให้กลายเป็นข่าวสารที่เข้าใจง่ายและเชื่อถือได้ เพื่อสื่อสารไปยังประชาชนลดความตื่นตระหนก (Panic Control) และกลายเป็นหนึ่งในช่องทางหลักที่ชาวหาดใหญ่รอฟังมากที่สุดในช่วงวิกฤต

ตัดภาพไปที่ ‘โรงพยาบาลสงขลานครินทร์’ คือสมรภูมิรักษาชีวิต แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ จะรวมตัวกันประจำการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อ Operate ระบบดูแลคนไข้ให้ไหลลื่นที่สุด (Patient Flow) รองรับทั้งคนไข้เดิมและคลื่นผู้ป่วยหนักที่ถูกส่งต่อ (Refer) มาจากโรงพยาบาลรอบนอกที่ถูกน้ำท่วม นี่คือป้อมปราการสุดท้ายทางสาธารณสุขที่ไม่เคยหยุดทำงานแม้แต่วินาทีเดียว

การเปลี่ยนพื้นที่เรียนเป็นพื้นที่รอด

ศักยภาพของ ม.อ. ไม่ใช่แค่เรื่องชัยภูมิที่ตั้งอยู่สูง แต่คือความสามารถในการ ‘ปรับเปลี่ยนฟังก์ชัน’ (Space Adaptation) ของอาคารสถานที่ให้ตอบโจทย์วิกฤตได้ทันที

โถงใต้อาคาร (Open Ground Floor) ที่เคยเป็นเพียงโถงโล่งหรือที่นั่งพักผ่อนสำหรับนักศึกษา ถูกเปลี่ยนสภาพชั่วคราวให้เป็น ‘คลังเสบียงและศูนย์กู้ชีพ’ (Logistics Hub) รองรับภูเขาสิ่งของบริจาค อาหารแห้ง และเป็นจุดพักอุปกรณ์กู้ภัย เรือท้องแบน เครื่องปั่นไฟ เพื่อให้ง่ายต่อการขนย้ายและกระจายออกสู่พื้นที่ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว

ลานจอดรถถูกเปลี่ยนหน้าที่จากที่จอดรถอาจารย์และนักศึกษา ให้กลายเป็น ‘ลานพักพิงยานพาหนะ’ ของชาวเมืองนับหมื่นคันที่หนีน้ำขึ้นมา

ศูนย์กีฬา (Sport Complex) ถูกเปลี่ยนสภาพจากสนามแข่ง เป็น ‘Mega Shelter’ หรือศูนย์พักพิงขนาดยักษ์ พื้นที่ลานกว้างกลายเป็นจุดคัดกรองและที่นอน ห้องน้ำนักกีฬารองรับผู้ประสบภัยนับพัน นี่คือการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างชาญฉลาด

พลังอาสาสมัครลูกพระบิดาผู้เปลี่ยนความโกลาหลให้เป็นระบบ

นี่คือปัจจัยที่สำคัญที่สุดและทดแทนไม่ได้ คือพลังของ ‘Humanware’ หรืออาสาสมัครนักศึกษาและบุคลากร ที่ทำหน้าที่ใน 2 ระยะสำคัญ

ระยะวิกฤต (Crisis Management) : ทันทีที่ศูนย์พักพิงเปิดรับคนนับพัน นักศึกษากลายร่างเป็น ‘ผู้จัดการระบบ’ ทันที ทั้งการจัดระเบียบลงทะเบียนผู้ประสบภัย การบริหารจัดการจราจรในพื้นที่จอดรถหนีน้ำ การจัดคิวแจกอาหาร และดูแลความเป็นอยู่ของผู้คนในศูนย์พักพิง เปลี่ยนความโกลาหลหน้างานให้กลายเป็นระเบียบ เพื่อให้ทุกคนอยู่รอดปลอดภัย

ระยะฟื้นฟู (Post-Flood Recovery) : เมื่อน้ำลด บทบาทของพวกเขาจะเปลี่ยนไปสู่ภารกิจกู้เมือง ตัวอย่างที่ชัดเจนคือกิจกรรม ‘Hatyai Rise Up’ ที่เหล่านักศึกษาจะวางปากกาแล้วจับไม้กวาด เดินเท้าออกจากรั้วมหาวิทยาลัยเข้าสู่ชุมชน เพื่อช่วยชาวบ้านขัดล้างคราบโคลนตมและทำความสะอาดถนนหนทาง ฟื้นคืนสภาพเมืองให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

การส่งไม้ต่อให้มูลนิธิกระจกเงา

บทบาทของ ม.อ. ไม่ได้จบลงเมื่อน้ำแห้ง แต่ยังทำหน้าที่เป็นข้อต่อที่สำคัญในช่วงการฟื้นฟูเมือง (Recovery Phase) โดยการเปิดพื้นที่ให้มืออาชีพตัวจริงอย่าง ‘มูลนิธิกระจกเงา’ เข้ามาบัญชาการภารกิจล้างเมืองและประสานความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ

ในระยะนี้ ม.อ. ยังคงสถานะเป็น ‘ฟันเฟืองหลัก’ (Key Mechanism) ที่ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ทั้งการสนับสนุนพื้นที่ตั้งฐานบัญชาการ รวมถึงการเชื่อมโยงทรัพยากรและเครือข่ายที่มี เพื่อสนับสนุนให้ภารกิจฟื้นฟูของมูลนิธิกระจกเงาและภาคีเครือข่ายเดินหน้าไปได้อย่างทรงพลังที่สุด

การแก้ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ในอนาคต หากเราลงทุนแต่กับคลองระบายน้ำแต่ละเลยการสนับสนุนองค์กรอย่าง ม.อ. และเครือข่ายอาสาสมัคร ก็เท่ากับเรามีแต่ ‘ร่างกาย’ แต่ขาด ‘จิตวิญญาณ’ เมืองหาดใหญ่ควรผนวกทุกเครือข่ายเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ ‘แผนแม่บทถาวร’ ในการจัดการภัยพิบัติ สนับสนุนงบประมาณ เครื่องมือ และการฝึกอบรม เพื่อให้พลังของอาสาสมัครและองค์ความรู้ที่มีอยู่แล้วถูกใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุด

Image Courtesy of มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

__

#HeartYaiComeback #HugHeartYai

#CurioCity #HatyaiConnext #HatyaiRiseUp