เปิดวิสัยทัศน์ 3 ขุนพล ‘ผู้กอบกู้เมืองหาดใหญ่’ ผ่าตัดเมืองจมน้ำสู่ทางรอดเศรษฐกิจใหม่ ใครคือคนที่ใช่สำหรับเรา

โค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง ส.ส.สงขลา เขต 2 ในวันที่ 8 ก.พ. 69 ท่ามกลางบริบทเมืองที่เพิ่งผ่านพ้นวิกฤตมหาอุทกภัยและเศรษฐกิจที่ยังล้มลุกคลุกคลาน รายการ ‘ไทยรัฐนิวส์รูม’ ได้เปิดเวทีประชันวิสัยทัศน์ครั้งสำคัญระหว่าง 3 ตัวเต็ง นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ (ประชาชน) จูรี นุ่มแก้ว (ประชาธิปัตย์) และ ศาสตรา ศรีปาน (ภูมิใจไทย)

Hatyai Connext จึงขออาสาถอดรหัสความคิดแบบเจาะลึกรายบุคคล ตั้งแต่การแก้ปัญหาน้ำท่วมเฉพาะหน้า ไปจนถึงแผนพลิกฟื้นเศรษฐกิจระยะยาว เพื่อให้คุณมีข้อมูลครบถ้วนที่สุดก่อนเข้าคูหา

🍊 นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ (ประชาชน): “บริหารจัดการคือหัวใจ – ปรับคลองตัว U – อัปเกรดเงินเยียวยา”

เริ่มกันที่หมอสุภัทร ที่นำเสนอด้วยมาดนักบริหาร เน้นเรื่อง ‘Management’ และ ‘Trust’ (ความเชื่อมั่น) เป็นสำคัญ โดยชี้เป้าปัญหาระยะสั้นว่าเป็นวิกฤตศรัทธา เครื่องสูบน้ำเสีย ประตูระบายน้ำพัง ระบบเตือนภัยล้มเหลว ทางออกคือต้องซ่อมแซมประตูระบายน้ำและเครื่องสูบน้ำทุกจุดให้พร้อมใช้งานทันที และต้องมี ‘Commander’ หรือผู้บัญชาการเหตุการณ์ที่มีอำนาจตัดสินใจเด็ดขาด บูรณาการข้อมูลจากทุกหน่วยงาน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ สำหรับโมเดลระยะยาว เสนอแนวคิด ‘Systemic Water Basin Management’ สร้างพื้นที่หน่วงน้ำ (Retarding Basin) ขนาดใหญ่ เช่น ทุ่งน้ำน้อย เพื่อชะลอน้ำไม่ให้ไหลเข้าเมืองพร้อมกันตูมเดียว ควบคู่กับการ ‘ปรับปรุงคลองในเมืองจากรูปตัว V เป็นตัว U’ เพื่อเพิ่มพื้นที่หน้าตัดให้ระบายน้ำได้มากขึ้น

ด้านเศรษฐกิจ หมอสุภัทรเน้นเรื่องการ ‘เพิ่มวงเงินเยียวยา’ โดยผลักดันให้เงินค่าซ่อมแซมบ้านจากเดิม 49,500 บาท เพิ่มเป็น 100,000 บาท และต้องครอบคลุมค่าแรงด้วย เพื่อให้เพียงพอต่อความเสียหายจริง พร้อมย้ำว่าสิ่งแรกที่ต้องทำคือ ‘ความสะอาด’ ขยะต้องเก็บให้หมด ฝุ่นโคลนต้องจัดการ เพื่อเรียกบรรยากาศเมืองกลับมา จากนั้นจึงเปลี่ยนหาดใหญ่สู่ ‘Creative City’ ดึงคนรุ่นใหม่กลับมาทำงานที่บ้าน ผ่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และผลักดัน ‘Medical Hub & Wellness’ ใช้จุดแข็งเรื่องการแพทย์ของ ม.อ. ดึงดูดนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ รวมถึงสนับสนุนรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อสิงคโปร์-กัวลาลัมเปอร์-หาดใหญ่

🩵 จูรี นุ่มแก้ว (ประชาธิปัตย์): “เข้าใจหัวอกคนเจ็บปวด – แก้ที่คอขวด – เมืองสุขภาพและการท่องเที่ยว”

ต่อด้วยคุณจูรี ที่เปิดประเด็นด้วยการสะท้อนภาพความจริงที่เจ็บปวดว่า “เดินหาเสียงเนี่ย ชาวบ้านบางหลังเขายังนอนกั้นม่านอยู่เลย บ้านพังหมด ความรู้สึกเขาเหมือนโดนทิ้ง วันนี้เขาไม่ได้ต้องการแค่นักการเมือง แต่เขาต้องการคนที่เข้าใจความเจ็บปวดของเขาจริงๆ และพร้อมจะพูดแทนเขาในสภา” ในมุมมองการจัดการน้ำ คุณจูรีชี้ว่าสิ่งที่ต้องทำทันทีคือการแก้ปัญหาคอขวด ขยายคูคลองและทางลอดต่างๆ เพื่อให้น้ำไหลผ่านเมืองให้เร็วที่สุด พร้อมเสนอโมเดลระยะยาว ‘Smart Canal’ หรือการเปลี่ยนถนนให้ทำหน้าที่เป็นคลองระบายน้ำชั่วคราวในยามวิกฤต (ลดระดับถนนบางเส้นลง 2-3 เมตร ให้กลายเป็นคลองเมื่อน้ำมา) ควบคู่ไปกับการ ‘ตัดยอดน้ำ’ จากต้นทาง (สะเดา/คลองหอยโข่ง/คลองแงะ) ไม่ให้ไหลเข้าเมืองหาดใหญ่โดยตรง แต่ให้เบี่ยงอ้อมเมืองไปลงทะเลสาบสงขลาผ่านแนวคลองคู่ขนานกับถนนวงแหวนรอบนอก

ส่วนด้านเศรษฐกิจ คุณจูรีมองว่าชาวบ้านกำลังหมดตัวและหมดใจ สิ่งที่รัฐต้องทำทันทีคือ ‘หยุดกระแสเงินสดขาออก’ ด้วยการพักหนี้ทั้งต้นและดอกเบี้ย เป็นเวลา 2 ปี เพื่อให้เขาตั้งตัวได้ และผลักดันสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) รายละ 1 แสนบาท ที่เข้าถึงง่ายโดยไม่ติดเงื่อนไขเครดิตบูโร ในระยะยาวต้องแก้โจทย์ให้หาดใหญ่เป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวมาเลเซีย ‘มานอนค้าง’ เปลี่ยนจากเมืองทางผ่านให้เป็นเมืองพักผ่อน โดยชูจุดขายเรื่อง ‘Health & Wellness Tourism’ (การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ) ควบคู่กับอาหารและการท่องเที่ยว เพื่อดึงเม็ดเงินให้หมุนเวียนตกถึงมือคนตัวเล็กตัวน้อยอย่างแท้จริง

🔷 ศาสตรา ศรีปาน (ภูมิใจไทย): “รื้อผังเมืองที่หมดอายุ – กองทุนภัยพิบัติ AI – เมืองน่าอยู่ระดับสากล”

ปิดท้ายที่ฝั่งคุณศาสตรา ที่เน้นย้ำเรื่อง ‘ปัญหาเชิงโครงสร้าง’ โดยเปิดข้อมูลสำคัญที่น่าตกใจว่า “ผังเมืองรวมหาดใหญ่ หมดอายุมาตั้งแต่ปี 2555” ทำให้การก่อสร้างบ้านเรือนขวางทางน้ำ ทางออกคือต้องเร่งจัดทำผังเมืองใหม่ และเสนอแผน Quick Win สร้าง ‘ทางเบี่ยงน้ำ (Bypass)’ จากเขาคอหงส์ลงคลอง ร.5 และ ร.10 เพื่อไม่ให้น้ำเข้าเมือง พร้อมใช้โมเดล Mega Project เชื่อมโยงงบประมาณจากส่วนกลาง โดยทิ้งท้ายด้วย Quote เด็ดว่า “เราต้องคุยกันด้วยข้อมูลจริง ต้องบูรณาการร่วมกัน ถ้าเราแก้ผังเมืองไม่ได้ เราก็จะเจอปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากแบบนี้ตลอดไป”

ในมิติเศรษฐกิจและการเยียวยา คุณศาสตราเสนอไอเดียล้ำสมัยอย่าง ‘กองทุนภัยพิบัติแห่งชาติ’ ที่ใช้ระบบ AI จ่ายเงินเยียวยาอัตโนมัติ 100,000 บาทต่อครัวเรือนทันทีที่เกิดภัย ลดขั้นตอนราชการที่ยุ่งยาก พร้อมมองภาพใหญ่เรื่องการเชื่อมโยงกับ ‘Land Bridge’ และระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) โดยตั้งเป้าผลักดัน ‘รถไฟทางคู่’ เชื่อมต่อสถานีปาดังเบซาร์ เข้าสู่ชุมทางหาดใหญ่ เพื่อให้หาดใหญ่เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ ควบคู่กับการสร้าง ‘Liveable City’ (เมืองน่าอยู่) ที่มีระบบขนส่งสาธารณะ EV Bus และการออกแบบ Universal Design เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมืองอย่างยั่งยืน

อำนาจในการเปลี่ยนแปลงอยู่ในมือคนหาดใหญ่

คำว่า “อำนาจที่ยิ่งใหญ่ มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง” อาจฟังดูเหมือนบทหนังฮีโร่ แต่สำหรับชาวหาดใหญ่ในนาทีนี้ มันคือความจริงที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราได้ฟังวิสัยทัศน์ เห็นภาพฝัน และรับรู้ถึงวิธีการของทั้ง 3 ขุนพลจนครบถ้วนแล้ว

แต่สุดท้าย แผนการที่ดีที่สุดเหล่านี้จะไม่มีวันเกิดขึ้นจริงเลย หากปราศจาก ‘ฉันทามติ’ จากเจ้าของพื้นที่ตัวจริงอย่างพวกเรา ในวันที่เมืองบอบช้ำที่สุด เสียงของคุณจึงมีความหมายที่สุด การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่การกาบัตร แต่มันคือการกำหนดชะตาชีวิตว่าเราจะส่งต่อหาดใหญ่แบบไหนให้ลูกหลาน

8 กุมภาพันธ์นี้ จะเลือกใครไป ‘ผ่าตัด’ เมืองหาดใหญ่

ให้รอดพ้นจาก ICU? อยู่ที่ตัวคุณแล้ว

__

#HeartYaiComeback #HugHeartYai #CurioCity #HatyaiConnext #ไทยรัฐนิวส์รูม #น้ำท่วมหาดใหญ่ #วิสัยทัศน์หาดใหญ่ #หมอสุภัทร #จูรี #ศาสตรา #ภูมิใจไทย #ประชาธิปัตย์ #ประชาชน