ข้ามไปเนื้อหา
เมือง 6 ก.พ. 2569 โดย Hatyai Connext

ภาคใต้เปลี่ยน ประเทศเปลี่ยน รักฝังรากเปลี่ยนยากแต่เปลี่ยนจริง ทำไมโจทย์ ‘เปลี่ยนใจคนใต้’ ถึงยากที่สุดและปัจจัยที่จะสั่นสะเทือนไปทั้งประเทศ

มีคำกล่าวที่น่าสนใจในแวดวงสังคมวิทยาการเมืองไทยว่า "หากคุณเปลี่ยนใจคนใต้ได้ คุณก็เปลี่ยนประเทศไทยได้" ประโยคนี้ไม่ได้กล่าวเกินจริง ภาคใต้เปรียบเสมือนกลุ่ม Laggards เป็นกลุ่มที่เปลี่ยนใจยากที่สุด เมื่อใดที่กลุ่มนี้ตัดสินใจเปลี่ยน นั่นหมายความว่ากระแสความเปลี่ยนแปลงนั้นได้กลายเป็น ‘บรรทัดฐานใหม่’ ของสังคมไปแล้วอย่างสมบูรณ์

พาไปถอดรหัสผ่านทฤษฎีทางจิตวิทยาและสังคม ว่าเหตุใด ‘ความรักจริงของคนใต้’ จึงเป็นตัวแปรที่ทรงพลังที่สุด

กับดักความภักดีและต้นทุนทางใจ

ในมุมมองพฤติกรรมศาสตร์ คนใต้มีลักษณะที่เรียกว่า High Brand Loyalty หรือความภักดีต่อสิ่งที่ตนเลือกสูงมาก ปรากฏการณ์นี้อธิบายได้ด้วยทฤษฎีต้นทุนจมทางความรู้สึกและความไม่ลงรอยทางปัญญา

คนใต้มีวัฒนธรรมการให้ค่ากับคำว่า ‘ใจ’ และ ‘สัจจะ’ สูงมาก เมื่อตัดสินใจเชื่อหรือศรัทธาสิ่งใด พวกเขาไม่ได้ลงทุนแค่เหตุผล แต่ลงทุนด้วยตัวตนและศักดิ์ศรีลงไปเต็มร้อย การจะเปลี่ยนใจจึงยากกว่าคนภาคอื่น เพราะการยอมรับว่าสิ่งที่เคยเลือกนั้นผิดพลาดหรือต้องเปลี่ยนใหม่ เท่ากับเป็นการปฏิเสธตัวตนในอดีตของตัวเอง ดังนั้นหากวันหนึ่งคนใต้พร้อมใจกันเปลี่ยน นั่นแปลว่าหลักฐานความล้มเหลวของสิ่งเดิม ต้องชัดเจนรุนแรงมากพอที่จะทำลายกำแพงแห่งศักดิ์ศรีนี้ลงได้

กำแพงเพื่อนบ้านและวัฒนธรรมพวกพ้อง

สิ่งที่ทำให้โครงสร้างสังคมภาคใต้แข็งแกร่งเป็นพิเศษคือความเป็นปึกแผ่นภายในกลุ่ม สังคมคนใต้ไม่ได้อยู่แบบตัวใครตัวมัน แต่ผูกพันกันด้วยระบบเกลอที่เข้มข้น ยิ่งไปกว่านั้นคือวัฒนธรรมเพื่อนบ้านคือรั้วที่แข็งแรงที่สุด การตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ มักไม่ได้เกิดขึ้นในห้องนอน แต่เกิดขึ้นที่รั้วบ้านหรือวงน้ำชา หากใครคนหนึ่งริเริ่มความคิดที่แปลกแยกออกไป เขาไม่ได้เผชิญแรงต้านจากแค่ครอบครัว แต่ต้องตอบคำถามกับเครือข่ายสังคมรอบบ้านให้ได้ แรงกดดันทางสังคมนี้เองที่ทำหน้าที่เป็นระบบภูมิคุ้มกัน คอยสกัดกั้นชุดความคิดใหม่ๆ ไม่ให้แทรกซึมเข้ามาได้ง่ายๆ เว้นแต่ความคิดนั้นจะถูกยอมรับโดยหัวหน้ากลุ่มหรือผู้มีบารมีในระแวกนั้นเสียก่อน

การส่งต่อความเคารพจากรุ่นสู่รุ่น

อีกหนึ่งปัจจัยที่มองข้ามไม่ได้คือระบบอาวุโสที่ไม่ใช่แค่เรื่องอายุ การส่งต่อชุดความคิดผ่านความเคารพ ในครอบครัวคนใต้ ‘คำพูดของพ่อเฒ่าแม่เฒ่า’ หรือผู้นำตระกูล มักมีน้ำหนักดั่งคำประกาศิต เด็กใต้มักถูกสอนให้เคารพผู้ใหญ่ ห้ามเถียง ซึ่งนัยหนึ่งคือความกตัญญูที่งดงาม ตรงข้ามคือกลไกการ ‘ถ่ายทอดอุดมการณ์’ ที่แนบเนียนที่สุด ความเชื่อทางการเมืองหรือสังคมจึงมักถูกส่งต่อเป็นมรดกตกทอดจากปู่สู่พ่อ จากพ่อสู่ลูก การจะเปลี่ยน Mindset คนรุ่นใหม่จึงไม่ใช่แค่การต่อสู้กับข้อมูลข่าวสาร แต่คือการต่อสู้กับความเกรงใจและความรักที่มีต่อบุพการี การเปลี่ยนแปลงในภาคใต้จึงมักเกิดขึ้นอย่างช้าๆ เพราะต้องรอให้เกิดการผลัดใบของเจเนอเรชันอย่างแท้จริง

ระบบตรวจสอบความจริงผ่านสภากาแฟ

ทำไมสื่อกระแสหลักบางครั้งถึงเจาะคนใต้ไม่เข้า? เพราะภาคใต้มีระบบนิเวศการสื่อสารที่แข็งแกร่งมากคือวัฒนธรรมสภากาแฟ ซึ่งทำหน้าที่เป็นการยืนยันทางสังคมที่ทรงพลัง

ข้อมูลข่าวสารจะไม่ได้ไหลจากสื่อสู่คนโดยตรง แต่จะไหลผ่านผู้นำทางความคิดในวงสนทนา หากข่าวลือหรือนโยบายใหม่ถูกโยนลงไปในวง แล้วผู้นำความคิดในโต๊ะนั้นส่ายหน้า ข้อมูลนั้นจะตกไปทันที แต่ในทางกลับกัน หากเรื่องใดผ่านการรับรองจากฉันทามติของสภากาแฟ เรื่องนั้นจะกลายเป็นความจริงที่ถูกส่งต่ออย่างรวดเร็วและเข้มข้น ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงในภาคใต้จึงไม่เคยเกิดจากปัจเจก แต่เกิดจากฉันทามติของกลุ่มที่เคลื่อนตัวไปพร้อมกัน

เอกราชทางเศรษฐกิจสร้างอิสระทางความคิด

อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ Mindset คนใต้มีความเป็นเอกเทศสูง คือรากฐานทางเศรษฐกิจ ทฤษฎี Hierarchy of Needs ของมาสโลว์ช่วยอธิบายเรื่องนี้ได้ดี ในอดีตภาคใต้มีความมั่นคงทางอาหารและรายได้จากพืชเศรษฐกิจ (ยาง/ปาล์ม/ประมง) ทำให้ความต้องการพื้นฐานได้รับการตอบสนองได้ด้วยตัวเอง

เมื่อท้องอิ่มและพึ่งพาตัวเองได้ อิทธิพลจากส่วนกลางหรือนโยบายประชานิยมแบบแจกหว่าน จึงมีผลน้อยกว่าภาคอื่น คนใต้จึงมีพื้นที่ว่างในการตัดสินใจด้วย ‘อุดมการณ์’ หรือ ‘ความถูกใจส่วนตัว’ มากกว่าเรื่องปากท้องเพียวๆ ความเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่จะชนะใจคนใต้ จึงต้องไม่ใช่แค่เรื่องผลประโยชน์ระยะสั้น แต่ต้องตอบโจทย์เรื่องความยั่งยืนและความเคารพในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์

โดมิโนตัวสุดท้ายกับการเปลี่ยน

บทสรุปที่ว่า "ภาคใต้เปลี่ยน ประเทศเปลี่ยน" อธิบายได้ดีที่สุดด้วยทฤษฎี The Tipping Point ของ Malcolm Gladwell ภาคใต้เปรียบเสมือนป้อมปราการด่านสุดท้ายของความเชื่อแบบเดิม

หากเปรียบประเทศไทยเป็นกระดานโดมิโน ภาคอื่นๆ อาจเปรียบเสมือนโดมิโนช่วงต้นที่ล้มง่ายตามกระแสลม แต่ภาคใต้คือโดมิโนตัวใหญ่ที่หนาและหนักที่สุด หากวันใดที่โดมิโนตัวนี้ล้มลงหรือเปลี่ยนทิศทาง ย่อมเป็นสัญญาณที่ยืนยันว่า ‘แรงลมแห่งการเปลี่ยนแปลง’ นั้น ทรงพลังมหาศาลจนไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป และสังคมไทยได้ก้าวข้ามเดินหน้าผ่านจุดสำคัญไปได้ไปแล้ว

อ้างอิง

– Cognitive Dissonance: Festinger, L. (1957). A Theory of Cognitive Dissonance

– Diffusion of Innovations: Rogers, E. M. (2003). Diffusion of Innovations

– Tipping Point: Gladwell, M. (2000). The Tipping Point: How Little Things Can Make a Big Difference

– Hierarchy of Needs: Maslow, A. H. (1943). A Theory of Human Motivation

– Two-step Flow of Communication: Katz, E., & Lazarsfeld, P. F. (1955). Personal Influence

#HatyaiConnext #SouthernMindset #Sociology #BehavioralScience

#สังคมคนใต้ #การเปลี่ยนแปลงสังคม #หาดใหญ่ #สงขลา #คนใต้ #ภาคใต้