เงินเยียวยาฉันอยู่หนใด แล้วจะได้เมื่อไหร่? เปิดปม 9,000 และ 49,500 ที่ยังมาไม่ถึง เมื่อพิษยุบสภาแช่แข็งงบ

ท่ามกลางความเสียหายหลังน้ำลด คำถามที่คาใจคนหาดใหญ่ที่สุดคือ ‘เงินเยียวยาฉันอยู่หนใด?’ ทำไมอนุมัติแล้วเงินยังไม่เข้า? ความจริงที่น่าเจ็บปวดคือเรื่องของ ‘ไทม์ไลน์ที่ผิดที่ผิดเวลา’ เพราะมหาอุทกภัยครั้งนี้ ดันเกิดขึ้นในช่วงเวลาคาบเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญทางการเมือง เมื่อเช้ามืดวันที่ 12 ธันวาคม 2025 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร ลงนามโดยนายกรัฐมนตรี เพื่อผ่าทางตันจากสภาวะรัฐบาลเสียงข้างน้อย ผลของการจรดปากกาเซ็นชื่อในวันนั้น ทำให้สถานะของรัฐบาลเปลี่ยนเป็น ‘รัฐบาลรักษาการ’ ทันที และนี่คือจุดเริ่มต้นของ ‘ฝันร้ายคนหาดใหญ่’ เพราะกลไกการเบิกจ่ายงบประมาณฉุกเฉิน ถูกล็อกกุญแจตายด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญในชั่วข้ามคืน

เปิดกฎเหล็กทำไมเงินถึงติดล็อก

เมื่อมีสถานะเป็นรักษาการ คณะรัฐมนตรีจะมีอำนาจเพียงประคองงานราชการและต้องปฏิบัติตาม ‘ข้อห้าม 4 ประการ’ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 169 อย่างเคร่งครัด ซึ่งข้อที่ 3 นี่แหละคือตัวการสำคัญที่ทำให้เงินยังไม่ออก

1. ห้ามก่อภาระผูกพัน ห้ามอนุมัติโครงการใหม่ที่จะผูกมัดคณะรัฐมนตรีชุดหน้า

2. ห้ามแต่งตั้งโยกย้าย ห้ามย้ายข้าราชการ (เว้นแต่ กกต. เห็นชอบ)

3. ห้ามใช้งบฉุกเฉิน ห้ามอนุมัติงบกลาง (เว้นแต่ กกต. เห็นชอบ) ซึ่งเงินเยียวยาน้ำท่วม 9,000 และ 49,500 บาท อยู่ในหมวดนี้เต็มๆ

4. ห้ามใช้ทรัพยากรรัฐหาเสียง ห้ามใช้กลไกรัฐเอื้อประโยชน์ต่อพรรคการเมือง

อะไรร่วงอะไรรอด

ผลพวงจากการยุบสภาครั้งนี้ ไม่ได้แช่แข็งแค่เงินเยียวยา แต่ยังทำให้ร่างกฎหมายและโครงการที่สังคมรอคอย ‘ตกไป’ ทันที เพื่อให้เห็นภาพว่าผลกระทบมันวงกว้างขนาดไหน ร่างกฎหมายสำคัญอย่าง ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ กฎหมายนิรโทษกรรม พ.ร.บ.อากาศสะอาด รวมถึงโครงการปากท้องอย่าง ‘โครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2’ และ ‘นโยบายรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดสาย’ ทั้งหมดนี้ต้องหยุดชะงักและเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ในรัฐบาลหน้า ส่วนภารกิจที่ยังทำได้ต่อเนื่องมีเพียงเรื่องความมั่นคง เช่น การตรึงกำลังชายแดนไทย-กัมพูชา เท่านั้น

เงินติดล็อกไม่ได้แปลว่าทางตัน

กลับมาที่เงินเยียวยาของชาวหาดใหญ่ แม้จะติดกฎเหล็กข้อ 3 ที่ห้ามใช้งบฉุกเฉิน แต่ในวงเล็บระบุชัดเจนว่า ‘(เว้นแต่ กกต. เห็นชอบ)’ นี่คือกุญแจสำรองดอกสำคัญ หากรัฐบาลรักษาการเห็นว่าความเดือดร้อนของชาวหาดใหญ่เป็นเรื่อง ‘คอขาดบาดตาย’ จริงๆ คณะรัฐมนตรีสามารถทำเรื่องเสนอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนต้องใช้เงินก้อนนี้ เพื่อขอปลดล็อกได้ทันที ช่องทางนี้เปิดอยู่ตลอดเวลา ไม่เคยปิด

วิเคราะห์สาเหตุถ้าคุยได้ทำไมถึงเงียบ

เมื่อกฎหมายเปิดช่อง แต่ทำไมเราถึงเห็นแต่ความเงียบ? นักวิเคราะห์มองว่าปัญหานี้เกิดจาก ‘กับดักความกลัว’ และ ‘จุดโฟกัสที่เปลี่ยนไป’ ข้อแรกคือความกลัวผิดกฎข้อ 4 (ห้ามใช้ทรัพยากรหาเสียง) ในช่วงเลือกตั้งใหม่ที่จะเกิดขึ้นใน 45-60 วัน การอนุมัติเงินเยียวยาเป็นดาบสองคม รัฐบาลกลัวถูกร้องเรียนว่าใช้เงินหลวงหาเสียงแฝง เลยเลือกที่จะ ‘เลี่ยงความเสี่ยง’ (อยู่เฉยๆ เท่ากับไม่ผิด) ข้อสองคือนาทีนี้ทุกคนสวมหมวก ‘ผู้เล่นทางการเมือง’ เต็มตัว เวลาทั้งหมดจึงทุ่มไปที่การหาเสียง มากกว่าจะมานั่งจี้งานเอกสารกับ กกต.

ความจริงที่น่าเจ็บใจตะโกนจนคอแตกเรื่องก็ยังไม่เดิน

ที่ผ่านมา ‘องค์กรภาคเอกชน’ ในหาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นหอการค้าฯ สภาอุตสาหกรรม หรือสมาคมท่องเที่ยว คือกลุ่มที่ขยับตัวไวที่สุด พยายามยื่นข้อมูลความเสียหายกดดันให้รัฐเร่งคุยกับ กกต. แต่ผลลัพธ์คือ ‘ความเงียบ’ นี่คือเครื่องยืนยันว่า ในช่วงสุญญากาศที่ต่างฝ่ายต่างมุ่งหน้าเข้าคูหา เสียงของภาคธุรกิจอาจดังไม่พอที่จะแทรกแซงวาระทางการเมืองได้

ระวังสัญญาลับแลกคะแนนเสียง

ในจังหวะที่เงินไม่ออกแบบนี้ สิ่งที่ต้องระวังที่สุดคือการฉวยโอกาสทางการเมือง เราอาจได้เห็นว่าที่ผู้สมัครหรือหัวคะแนนบางคน อาศัยความล่าช้านี้มากระซิบให้ความหวังหน้าบ้าน หรือทำ ‘สัญญาใจ’ ว่า ‘เลือกผมสิ เลือกพรรคนี้สิ เดี๋ยวผมเข้าไปคุยกับ กกต. ให้ เดี๋ยวเงินออกไวแน่นอน’

ขอให้รู้เท่าทันเลยว่าอย่าหลงเชื่อเด็ดขาด เงินก้อนนี้คือ ‘สิทธิ์ตามกฎหมาย’ ที่เราต้องได้อยู่แล้ว 100% ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาล และการเร่งรัด กกต. คือ ‘หน้าที่’ ที่รัฐบาลรักษาการต้องทำอยู่แล้ว ไม่ใช่บุญคุณพิเศษ การเอาความเดือดร้อนของประชาชนมาเป็นตัวประกันเพื่อแลกคะแนนเสียง เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องและน่ารังเกียจ

ทางออกสุดท้ายจะรวมพลังหรือจะรอ

เมื่อสถานการณ์เป็นแบบนี้ ชาวหาดใหญ่มีทางเลือกคร่าวๆ เหลืออยู่ 2 ทาง

ทางเลือกที่ 1 คือ ‘การรอ’ รอให้การเลือกตั้งจบลง รอการรับรองผล ส.ส. รอการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ รอการแถลงนโยบาย ซึ่งกินเวลาอีกหลายเดือนกว่างบประมาณจะกลับมาเบิกจ่ายได้ปกติ ถามใจดูว่าสภาพบ้านและสภาพคล่องในกระเป๋าของเรารอได้นานขนาดนั้นหรือไม่?

ทางเลือกที่ 2 คือ ‘การรวมพลังของผู้เดือดร้อนตัวจริง’ ในเมื่อเสียงภาคเอกชนยังไม่ดังพอ ภาคประชาชนต้องรวมตัวกันให้เข้มแข็งกว่าเดิม อาจถึงเวลาที่ตัวแทนผู้ประสบภัย ต้องรวมตัวกันถือหนังสือบุกไปยื่นถึง ‘สำนักงาน กกต. ใหญ่ที่กรุงเทพฯ’ ด้วยตัวเอง เพื่อยืนยันตัวตนให้เห็นว่าภัยพิบัติรอไม่ได้ เพราะถ้าเราไม่ลุกขึ้นมาทวงถามด้วยตัวเอง ก็ดูเหมือนจะไม่มีใครยอมเสี่ยงไขกุญแจดอกนี้ให้เราได้ทันเวลาจริงๆ

อ้างอิง

– ราชกิจจานุเบกษา (ประกาศยุบสภา 12 ธ.ค. 2025)

– รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 169

– มติคณะรัฐมนตรี เรื่อง หลักเกณฑ์การจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (9,000 / 49,500 บาท)

– รายการสมมุติว่า ตอน เลือกตั้งใหม่ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม | 4 ม.ค. 69 ThaiPBS

__

#HeartYaiComeback #HugHeartYai

#CurioCity #HatyaiConnext #เงินเยียวยา #น้ำท่วมหาดใหญ่ #หาดใหญ่