หาดใหญ่เมือง 15 นาที นิเวศแห่งการเข้าถึงและพื้นที่สุขภาวะของทุกคน
เมื่อกางแผนที่โครงสร้างพื้นฐานของหาดใหญ่ดูใหม่อีกครั้ง เราจะพบว่าเมืองมีต้นทุนความกะทัดรัด (Urban Compactness) ที่น่าสนใจเป็นทุนเดิม โจทย์สำคัญจึงควรถักทอพื้นที่ที่มีอยู่ให้เชื่อมถึงกันได้ในระยะการเดิน 15 นาที และเตรียมความพร้อมให้พื้นที่ยืดหยุ่นพอจะรองรับสภาวการณ์เมือง การเปลี่ยนหาดใหญ่ให้เป็นเมืองเดินได้จึงไม่ใช่แค่ปรับปรุงทางเท้าให้ราบเรียบ แต่ควรเป็นการออกแบบสวัสดิการเมืองในรูปแบบของพื้นที่สาธารณะที่พร้อมรองรับคุณภาพชีวิตพลเมืองในทุกตารางนิ้ว
นิเวศแห่งการเข้าถึง
หัวใจของแนวคิด 15-Minute City โดย Carlos Moreno คือการกระจายบริการพื้นฐานให้กลายเป็นเรื่องใกล้ตัว แทนที่จะรวมศูนย์ไว้ที่ใดที่หนึ่ง สำหรับหาดใหญ่กลยุทธ์ที่สอดคล้องกับต้นทุนเดิมอาจเป็น Pocket Park Network หรือโครงข่ายพื้นที่สุขภาวะในชุมชน การเปลี่ยนพื้นที่ว่างหรือจุดตัดในชุมชนให้กลายเป็นพื้นที่ทำกิจกรรมขนาดย่อมจะช่วยลดระยะทางสัญจรลง ซึ่งไม่เพียงลดการใช้รถยนต์ แต่ยังทำหน้าที่เป็นตัวเร่งเศรษฐกิจจากรอยเท้า (Foot Traffic Economy) เนื่องจากปริมาณคนเดินเท้าที่เพิ่มขึ้น จะแปรเปลี่ยนเป็นโอกาสในการจับจ่ายให้กับร้านค้าท้องถิ่นและรถเข็นขายของในย่านช่วยให้เม็ดเงินไหลเวียนอยู่ในฐานรากได้
UrbanResilienceจากลานกิจกรรมสู่พื้นที่รับมือวิกฤต
พื้นที่สาธารณะเหล่านี้ต้องมีความยืดหยุ่นมากพอที่จะทำหน้าที่เป็นอวัยวะสำคัญยามเมืองเผชิญภัยพิบัติ จากทุกวิกฤตการณ์ที่เคยประสบ เมืองที่ชาญฉลาดจะใช้แนวคิด Adaptive Capacity ออกแบบสวนสาธารณะให้เป็นได้ทั้งพื้นที่สันทนาการในยามปกติ และเป็นแก้มลิงชั่วคราว หรือพื้นที่พึ่งพิงในยามคับขันที่มีระบบพลังงานสำรองและจุดกระจายทรัพยากรพร้อมสรรพ พื้นที่สุขภาวะของหาดใหญ่จึงก้าวข้ามแค่เรื่องความสวยงาม แต่คือความปลอดภัยที่ช่วยให้เมืองรอดชีวิตได้ในทุกสถานการณ์
สิทธิในเมืองเพราะความสุขไม่ควรเป็นของใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
เมื่อมองผ่านเลนส์ Right to the City ความเป็นธรรมของเมืองไม่ได้วัดกันที่จำนวนสวนสาธารณะขนาดใหญ่ แต่อยู่ที่ความเท่าเทียมในการเข้าถึงการกระจาย Pocket Parks ไปยังชุมชนต่าง ๆ อย่างทั่วถึง ความครอบคลุมจึงเป็นการคืนกำไรทางสุขภาพให้กับคนทุกกลุ่ม ตั้งแต่เด็กที่ต้องการที่วิ่งเล่น ไปจนถึงผู้สูงอายุที่ต้องการที่พักผ่อน การเดินถึงพื้นที่สุขภาวะใน 15 นาที คือการลดต้นทุนชีวิตและเพิ่มปันผลความสุขให้กับพลเมือง
การออกแบบเมืองที่ใช้สุขภาวะและความใกล้ชิดเป็นตัวตั้ง พื้นที่สาธารณะที่เดินถึงกันได้จะเป็นมากกว่าที่พักผ่อน และจะกลายเป็นต้นทุนสำคัญของการใช้ชีวิต นั่นจึงเป็นตัวกำหนดทั้งสุขภาพ เศรษฐกิจ และทิศทางการเติบโตของเมืองในระยะยาว
อ้างอิง
– Moreno, C. (2021): Urban Proximity for a Post-Pandemic City: The 15-Minute City Model
– Arup (2020): City Resilience Index and Hybrid Infrastructure Framework
– Lefebvre, H. (1968): The Right to the City and Social Justice in Urban Space