ข้ามไปเนื้อหา
อีเวนต์ 9 พ.ค. 2569 โดย Hatyai Connext

หาดใหญ่พร้อมต้อนรับนักวิ่งทั่วทุกสารทิศ ชวนเจ้าบ้านเปลี่ยนถนนเป็นรอยยิ้มไปกับงานวิ่งระดับโลก HATYAi 21

พรุ่งนี้แล้วสำหรับงานวิ่งระดับโลก ‘HATYAi 21’ ที่จะเนรมิตถนนในเมืองให้กลายเป็นสนามแข่งขันมาตรฐานสากล นอกจากการเตรียมความพร้อมของสถานที่ สิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้งานนี้สมบูรณ์แบบคือมวลชนชาวหาดใหญ่ทุกคน

ในฐานะเจ้าบ้านการส่งรอยยิ้มและเสียงเชียร์ตลอดเส้นทางคือกลไกสำคัญที่จะสร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวและนักวิ่งอยากกลับมาเยือนเมืองนี้ซ้ำในทุกๆ ปี

เศรษฐกิจงานวิ่งที่ไม่ได้มีแค่เรื่องเหงื่อ

งานวิ่งสเกลระดับประเทศไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมนันทนาการ บริบทที่ตัวงานวางไว้คือการท่องเที่ยวเชิงกีฬาที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มกำลังซื้อสูงเข้าสู่พื้นที่ ตามหลัก Event Economics (เศรษฐศาสตร์การจัดงาน) นักวิ่งมักไม่ได้เดินทางมาเพียงลำพัง พวกเขามักมาพร้อมเเพื่อน แก๊งวิ่ง ครอบครัวหรือทีมสนับสนุน สถิติชี้ว่าพวกเขาจะมีการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป ผ่านการจองโรงแรม ทานอาหาร และช้อปปิ้ง ช่วงวันงานจึงเกิด Multiplier Effect (ตัวทวีคูณทางเศรษฐกิจ) ที่เปลี่ยนวันหยุดสุดสัปดาห์ให้กลายเป็นช่วงเวลาที่เม็ดเงินสะพัดที่สุด ร้านค้าในหาดใหญ่เตรียมรับการอัดฉีดรายได้ตรงสู่ชุมชนได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

บทเรียนจากญี่ปุ่นเมื่อเมืองและงานวิ่งหลอมรวมกัน

โมเดลความสำเร็จของการจัดงานมาราธอนในระดับสากลไม่ได้วัดกันที่ระบบการจัดการเพียงอย่างเดียว พลังของภาคประชาชนคือตัวชี้วัดความสำเร็จที่แท้จริง กรณีศึกษาจากงานวิ่งในประเทศญี่ปุ่นอย่าง ‘Tokyo Marathon’ หรือ ‘Osaka Marathon’ แสดงให้เห็นถึงแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างลึกซึ้ง ชาวเมืองไม่ได้มองว่าการปิดถนนคือความน่ารำคาญ หากพวกเขามองเป็นเทศกาลเฉลิมฉลองของเมือง ประชาชนนับแสนคนออกมายืนเรียงรายริมถนนเพื่อส่งเสียงเชียร์ มอบขนมท้องถิ่น และเล่นดนตรีให้กำลังใจนักวิ่ง พลังบวกเหล่านี้สร้างมนต์เสน่ห์ที่ทำให้นักวิ่งจากทั่วโลกใฝ่ฝันอยากกลับไปสัมผัสบรรยากาศเหล่านั้นอีกครั้ง

เปลี่ยนการปิดถนนเป็นการเปิดใจ

ประเด็นเรื่องการสัญจรที่ติดขัดจากการปิดถนนเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับงานวิ่งมาตรฐาน World Athletics ที่ต้องปิดการจราจรสมบูรณ์เพื่อความปลอดภัยสูงสุดและรับรองสถิติ หากเรามองข้ามความไม่สะดวกสบายชั่วครู่และเปลี่ยนมุมมองใหม่ การเสียสละพื้นที่ถนนเพียงไม่กี่ชั่วโมงคือการลงทุนเพื่อภาพลักษณ์ของเมือง การออกมายืนหน้าบ้านเพื่อตบมือ ส่งเสียงเชียร์ หรือแม้การส่งรอยยิ้มทักทายนักวิ่งที่วิ่งผ่านคือการทำหน้าที่ทูตวัฒนธรรมที่ลงทุนน้อยที่สุดและทรงพลังที่สุด ความอบอุ่นจากเจ้าบ้านคือของที่ระลึกที่มีค่ามากกว่าเหรียญรางวัล

รีแบรนด์เมืองด้วยรองเท้าผ้าใบ

ในระยะยาวงานวิ่งมาตรฐานโลกจะเป็นเครื่องมือ Destination Branding (การสร้างแบรนด์จุดหมายปลายทาง) เพื่อพลิกโฉมหาดใหญ่ จากเดิมที่มักถูกมองว่าเป็นเมืองทางผ่านหรือเมืองตลาดนัด ภาพลักษณ์ใหม่จะถูกยกระดับสู่การเป็นเมืองแห่งกีฬาและอีเวนต์ระดับนานาชาติ ภาพนักวิ่งนับหมื่นคนพร้อมใจกันวิ่งผ่านแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองจะถูกส่งต่อไปยังสื่อโซเชียลทั่วโลก สร้างมูลค่าทางสื่อที่ประเมินค่าไม่ได้ นี่คือการประกาศศักยภาพว่าคนหาดใหญ่มีความพร้อมและมีศักยภาพในการเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลก

วันที่ 10 พฤษภาคมนี้ มาร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับหาดใหญ่ ออกมาต้อนรับผู้มาเยือนด้วยความอบอุ่น เปลี่ยนถนนทุกสายให้กลายเป็นเส้นทางแห่งมิตรภาพ พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าเมืองของเรามีดีมากกว่าแค่อาหารอร่อย ผนวกกับการมีผู้คนที่เป็นมิตรและพร้อมต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วทุกมุมโลก

Image Courtesy of HATYAi 21

อ้างอิง

– Chalip L (2004) Beyond impact A general model for sport event leverage

– Getz D (2008) Event tourism Definition evolution and research

– Inoue Y (2017) Spectator participation in running events and its impact on the host community The case of the Tokyo Marathon

#HatyaiConnext #HATYAi21 #หาดใหญ่21 #RunningEconomy #WorldAthleticsLabel #มาราธอน #การพัฒนาเมือง #งานวิ่ง #ปิดถนน