
บรรยากาศช่วงก่อนเทศกาลตรุษจีนปี 2569 ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ยังคงอยู่ในสภาวะที่น่ากังวล ยอดการจองห้องพักล่วงหน้าเฉลี่ยเพียงร้อยละ 30-40 ตัวเลขนี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญหากเทียบกับช่วงปีก่อนหน้าซึ่งมียอดจองสูงถึงร้อยละ 70-80 การพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านงานอีเวนต์ใหญ่ หลายจุดทั่วเมือง อาจจะยังไม่สามารถดึงดูดความมั่นใจของนักท่องเที่ยวให้กลับมาได้เต็มที่ จนกว่าจะถึงวินาทีสุดท้าย
อดีตกับจุดศูนย์รวมจิตวิญญาณ
ย้อนกลับไปในอดีตยุคเฟื่องฟู หัวใจของตรุษจีนหาดใหญ่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันที่โรงหนังโอเดียน (โรงหนังแกรนด์ ) ความขลังไม่ได้มีเพียงโปรแกรมหนังที่ฉายยันสว่าง หัวใจสำคัญคือการกระจุกตัวของเมือง สมัยนั้นผู้คนไหลมารวมกันที่จุดเดียว ก่อให้เกิดความพลุ่งพล่านร่วมกันทางสังคมที่เข้มข้น บรรยากาศหน้าโรงหนังที่เต็มไปด้วยเสียงตะโกนขายของและการเบียดเสียดของผู้คนคือ ‘กลิ่นอาย’ ที่คนหาดใหญ่ถวิลหาความรู้สึกอุ่นใจที่เห็นเมืองทั้งเมืองออกมาใช้ชีวิตร่วมกันโดยไม่ต้องนัดหมาย
สี่พิกัดและความเงียบระหว่างทาง
ภาพปี 2569 เปลี่ยนไป แม้มีการจัดงานใหญ่ถึง 4 แห่ง ได้แก่ 1.มูลนิธิท่งเซียเซี่ยงตึ้ง 2.โรงเรียนศรีนคร 3.ถนนเสน่หานุสรณ์ และ 4.เซ็นทรัลหาดใหญ่ สิ่งที่จางหายไปคือความเชื่อมโยงของพื้นที่งานปีนี้มีลักษณะเป็นเกาะแห่งการเฉลิมฉลอง คึกคักเฉพาะในจุดจัดงาน พื้นที่ระหว่างทางยังคงเงียบเหงาจากการปิดตัวของร้านค้า การเดินทางจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งไม่ได้ผ่านย่านการค้าที่สว่างไสวเหมือนก่อน ทว่าผ่านตึกแถวที่ปิดไฟมืด บรรยากาศโดยรวมของเมืองจึงดูไม่ต่อเนื่อง
บาดแผลจากน้ำท่วมและยอดจองที่วูบลง
ปรากฏการณ์ความซบเซานี้อธิบายได้ด้วยทฤษฎี Risk Perception การรับรู้ความเสี่ยงของนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ แม้โรงแรมจะเปิดให้บริการตามปกติ แต่ร้านค้าและร้านอาหารจำนวนมากที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมยังคงปิดให้บริการ การขาดเงินทุนและความกังวลต่อมาตรการรับมือน้ำท่วมในอนาคตส่งผลให้ผู้ประกอบการชะลอการลงทุนใหม่ ยอดจองห้องพักที่หายไปกว่าครึ่งสะท้อนถึงความไม่มั่นใจในการกลับมาใช้จ่ายในพื้นที่ย่านเศรษฐกิจที่ยังคงมีร่องรอยความเสียหาย
เปลี่ยนจากการร่วมเป็นการเลือก
พฤติกรรมของคนเปลี่ยนไปตามสภาพเศรษฐกิจและทางเลือกที่มากขึ้น ปัจจุบันผู้คนเลือกไปเฉพาะจุดที่ตอบโจทย์ตัวเองที่สุดแล้วกลับบ้าน กิจกรรมเน้นไปที่การถ่ายรูปเช็คอินซึ่งเป็นประสบการณ์ส่วนบุคคลมากกว่าประสบการณ์ร่วม
กลิ่นอายของความนัวแบบตลาดโต้รุ่งถูกแทนที่ด้วยความเป๊ะของงานอีเวนต์ที่วางไว้อย่างดี การกวาดความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของเมืองให้กลับมาเหมือนเดิมจึงเป็นโจทย์ที่ท้าทายอย่างยิ่งท่ามกลางวิกฤตความเชื่อมั่นที่ยังไม่คลี่คลาย
เมืองที่รอการประสาน
ความเงียบเหงาในตรุษจีนปีนี้ไม่ใช่เพียงผลลัพธ์ของภัยธรรมชาติ เป็นสัญญาณเตือนถึงการสูญเสีย ‘เนื้อเยื่อทางสังคม’ ที่เคยยึดโยงเมืองเข้าไว้ด้วยกัน เมื่อทางเดินระหว่างงานอีเวนต์ยังคงมืดมิดด้วยตึกแถวที่ปิดตัว แสงสว่างจากโคมไฟบนเวทีจึงทำได้เพียงสะท้อนภาพความเหงาของย่านเศรษฐกิจที่รอวันเยียวยา การฟื้นฟูหาดใหญ่ในวันพรุ่งนี้อาจไม่ใช่การจัดงานให้กระจัดกระจายมากขึ้น คำตอบอยู่ที่การถักทอความมั่นใจให้ร้านค้ารายย่อยกลับมาเปิดไฟอีกครั้ง เพื่อให้หัวใจของเมืองกลับมาเต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างที่มันเคยเป็นมา
อ้างอิง
– Matichon Online. (2569, กุมภาพันธ์ 13). ยอดจองโรงแรมหาดใหญ่ ตรุษจีน 2569 วูบ
– Hatyai Chinese New Year. (2026). Event Poster
#HatyaiConnext #ตรุษจีนหาดใหญ่2569 #เศรษฐกิจหาดใหญ่ #วิกฤตน้ำท่วม #การท่องเที่ยวสงขลา #หาดใหญ่