ส่วนตัวบนพื้นที่ส่วนรวม เส้นแบ่งล่องหนบนถนนสาธารณะ ทำความเข้าใจปัญหากั๊กที่จอดรถสู่การจัดระเบียบเมืองหาดใหญ่ร่วมกัน

ภาพคุ้นตาของการขับรถวนหาที่จอดในเมืองหาดใหญ่ มกลงเอยด้วยการเผชิญหน้ากับด่านอุปสรรคสารพัดรูปแบบ ตั้งแต่เก้าอี้พลาสติก ถังน้ำ ราวตากผ้า ไปจนถึงกรวยจราจรที่ถูกนำมาตั้งจองพื้นที่ริมถนนหน้าบ้านหรือหน้าร้านค้า

ปัญหานี้กลายเป็นความขัดแย้งเรื้อรังที่สร้างความหงุดหงิดใจให้แก่ผู้สัญจร ควบคู่ไปกับความรู้สึกชอบธรรมของเจ้าของบ้าน การมองปรากฏการณ์นี้เพียงมิติของ ‘ความเห็นแก่ตัว’ อาจทำให้เราพลาดโอกาสในการทำความเข้าใจรากเหง้าของปัญหา แท้จริงแล้วพฤติกรรมการกั๊กที่จอดรถคือภาพสะท้อนของความบกพร่องทางผังเมืองและสภาวะทางจิตวิทยาสังคมที่ซ้อนทับกันอย่างซับซ้อน

สัญชาตญาณหวงถิ่นและอคติแห่งความเป็นเจ้าของ

พฤติกรรมการนำสิ่งของมาตั้งขวางหน้าบ้านสามารถอธิบายได้ด้วยสัญชาตญาณการหวงถิ่นผนวกกับอคติแห่งความเป็นเจ้าของ มนุษย์มีแนวโน้มที่จะขยายขอบเขตความรู้สึกเป็นเจ้าของพื้นที่ออกไปเกินกว่าโฉนดที่ดินของตนเอง โดยเฉพาะพื้นที่ทางกายภาพที่เชื่อมต่อกับหน้าประตูบ้าน เมื่อมีคนแปลกหน้ามาจอดรถขวางหน้าบ้าน เจ้าของบ้านมักรู้สึกถูกรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวและสูญเสียความสะดวกสบาย การนำสิ่งของมาตั้งจับจองจึงเป็นกลไกป้องกันตัวทางจิตวิทยาเพื่อรักษาสถานะความเป็นเจ้าของพื้นที่นั้นไว้ แม้ในทางกฎหมายพื้นที่ดังกล่าวจะเป็นของสาธารณะก็ตาม

ภาพสะท้อนของโครงสร้างเมืองที่บกพร่อง

หากเราถอยออกมามองในภาพกว้าง การกั๊กที่จอดรถไม่ได้เป็นเพียงปัญหาระดับปัจเจกบุคคล แต่เป็นอาการป่วยที่สะท้อนถึงโครงสร้างผังเมืองที่บกพร่อง หาดใหญ่เติบโตมาในรูปแบบของเมืองที่พึ่งพารถยนต์ส่วนบุคคลเป็นหลัก สวนทางกับระบบขนส่งมวลชนสาธารณะที่ยังไม่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพเพียงพอ เมื่อปริมาณรถยนต์เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด เมืองกลับขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานอย่างการจัดสรรพื้นที่จอดรถที่เป็นระบบในย่านพาณิชยกรรม ภาระทั้งหมดจึงถูกผลักมาสู่พื้นที่ริมถนน ความจำเป็นในการแย่งชิงทรัพยากรที่มีจำกัดนี้คือแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้พลเมืองต้องลุกขึ้นมาหาวิธีการเอาตัวรอดด้วยการจองพื้นที่ด้วยตนเอง

โศกนาฏกรรมของพื้นที่สาธารณะ

แม้เราจะเข้าใจถึงความจำเป็นและอคติทางจิตวิทยา ความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือถนนเป็นพื้นที่สาธารณะ การตั้งสิ่งของกีดขวางการจราจรเข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ทั้ง พ.ร.บ.จราจรทางบก และ พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ การอ้างสิทธิ์ในการใช้พื้นที่ส่วนรวมเพื่อประโยชน์ส่วนตนนำไปสู่โศกนาฏกรรมของพื้นที่สาธารณะ

เมื่อพื้นที่ริมถนนถูกยึดครอง ผู้ใช้รถต้องขับวนหาที่จอดจนสร้างปัญหาจราจรติดขัด คนเดินเท้าถูกบีบให้ต้องลงไปเดินบนถนนเสี่ยงต่ออุบัติเหตุไปจนถึงการบานปลายกลายเป็นความขัดแย้งรุนแรงระหว่างเพื่อนบ้าน ผลลัพธ์สุดท้ายคือทุกคนในสังคมต่างสูญเสียประโยชน์และคุณภาพชีวิตที่ดีไปพร้อมๆ กัน

จากพื้นที่ขัดแย้งสู่การจัดการร่วมกัน

การแก้ปัญหาที่เรื้อรังนี้ไม่สามารถพึ่งพาเพียงการบังคับใช้กฎหมายแบบไล่จับผิดซึ่งมักสร้างความตึงเครียดและแก้ปัญหาได้เพียงชั่วคราว เมืองจำเป็นต้องอาศัยการจัดการเชิงโครงสร้างหรือการบริหารจัดการพื้นที่ริมฟุตบาทอย่างเป็นระบบ เช่น การกำหนดโซนที่จอดรถแบบเก็บเงินในพื้นที่เศรษฐกิจหนาแน่น เพื่อสร้างการหมุนเวียนของรถยนต์และนำรายได้กลับมาพัฒนาเมือง การผลักดันให้เกิดการลงทุนสร้างพื้นที่จอดรถสาธารณะที่ได้มาตรฐาน รวมไปถึงการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนทางเลือกที่เข้าถึงง่าย

การก้าวข้ามปัญหานี้จำเป็นต้องอาศัยวุฒิภาวะของพลเมืองหาดใหญ่ในการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์จาก ‘พื้นที่ของฉัน’ ไปสู่ความเข้าใจในสิทธิของ ‘พื้นที่สาธารณะ’ ควบคู่ไปกับการที่ภาครัฐต้องเร่งอุดช่องโหว่ด้านโครงสร้างพื้นฐานอย่างจริงจัง เมื่อเมืองมีทางเลือกในการสัญจรและมีพื้นที่จอดรถที่เพียงพอและเป็นธรรม เก้าอี้และถังน้ำที่เคยทำหน้าที่เป็นกำแพงขวางกั้นความสัมพันธ์ของผู้คนก็จะค่อยๆ หายไปจากถนนของเมืองหาดใหญ่ในที่สุด

อ้างอิง

– Altman, I. (1975). The Environment and Social Behavior: Privacy, Personal Space, Territory, Crowding

– Kahneman, D., Knetsch, J. L., & Thaler, R. H. (1990). Experimental Tests of the Endowment Effect and the Coase Theorem

– Hardin, G. (1968). The Tragedy of the Commons

– Shoup, D. (2005). The High Cost of Free Parking

#HatyaiConnext #CurioCity #กั๊กที่จอดรถ

#ที่จอดรถหาดใหญ่ #ผังเมือง #พื้นที่สาธารณะ #จิตวิทยาสังคม #สังคมวิทยาเมือง #หาดใหญ่