
จากการสกัดข้อมูลคิดเห็นใน War Room เพื่อเช็กชีพจรเมืองหาดใหญ่หลังน้ำท่วมใหญ่ พบความจริงที่น่ากังวลว่า การฟื้นตัวของเมืองกำลังสะดุดขาตัวเองเพราะเส้นเลือดใหญ่ทางการเงินตีบตัน
สรุปสั้น
ที่สุดในหนึ่งประโยคคือ “เงินไม่มา หาดใหญ่ไม่ฟื้น”
จากการเช็กชีพจรเมืองหาดใหญ่ในที่ประชุม พบความจริงที่น่ากังวลว่า การฟื้นตัวของเมืองกำลัง สะดุดขาตัวเองเพราะเส้นเลือดใหญ่ทางการเงินตีบตัน นี่คือ 4 วิกฤต และ 4 ทางออก จาก War Room ผ่าทางตันเศรษฐกิจเมืองหาดใหญ่
วิกฤตที่ 1: หลุมดำสภาพคล่องที่ดูดกลืน SMEs
ประโยคที่ชัดเจนที่สุดในที่ประชุมคือ “ไม่มีเงิน ทำอะไรไม่ได้” สถานการณ์ตอนนี้แบ่งคนเป็น 3 กลุ่มชัดเจน กลุ่มรายย่อย (Micro) พอตั้งตัวได้จากเงินเยียวยาหลักพัน กลุ่มรายใหญ่ (Large) ยังมีเครดิตเข้าถึงแหล่งทุน
แต่กลุ่มที่น่าห่วงที่สุดคือ SMEs ที่กำลังตายสนิท เพราะเงินเยียวยาไม่พอซ่อมร้าน และกู้แบงก์ไม่ได้ ทำให้เกิด Domino Effect ต้องเลิกจ้างลูกจ้างรายวัน เศรษฐกิจฐานรากจึงพังครืนตามไปด้วย โดยข้อมูลพบว่าผู้ประกอบการกว่า 90% ต้องการเงินกู้ฟื้นฟู แต่เข้าไม่ถึง
วิกฤตที่ 2: กำแพงสถาบันการเงิน x สุญญากาศการเมือง
ปัญหาใหญ่คือ ธนาคารยังใช้กติกาปกติในสถานการณ์ไม่ปกติ มองคนน้ำท่วมเป็นกลุ่มความเสี่ยงสูงจึงไม่กล้าปล่อยกู้ (ทั้งที่มีกลไกค้ำประกันความเสี่ยงและขายหนี้เสียได้) ซ้ำเติมด้วยภาวะ สุญญากาศทางการเมืองจากการยุบสภา ทำให้มาตรการที่รัฐเคยสัญญาไว้ ทั้งพักหนี้ Soft Loan หรือลดค่าน้ำไฟ หายเงียบไปพร้อมรัฐบาลชุดเก่า จนความเชื่อมั่นต่อรัฐดิ่งลงเหว
วิกฤตที่ 3: บาดแผลทางใจที่มองไม่เห็น (Trauma)
นอกจากเรื่องเงิน คือเรื่องใจ หลายคนมีภาวะ Trauma บางคนเงยหน้าขึ้นมายังเห็นภาพน้ำท่วมอยู่เลย บางรายดิ่งถึงขั้นไม่อยากอยู่อีกต่อไป และกลุ่มเปราะบางทางใจกลุ่มใหม่ที่น่าห่วงคือชนชั้นกลางที่มักถูกมองข้ามเพราะคนส่วนใหญ่โฟกัสแต่กลุ่มรายได้น้อย
วิกฤตที่ 4: ต่างคนต่างทำ ขาดศูนย์กลางข้อมูล
คนใจดีมีเยอะ อาสามีแยะ แต่ทำงานแบบเบี้ยหัวแตกเพราะขาด Data Center กลาง ทำให้ไม่รู้ว่าใครช่วยตรงไหนแล้ว ขาดเหลืออะไร ทรัพยากรที่มีจึงถูกใช้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
ทางออกข้อเสนอเร่งด่วนเพื่อกู้ชีพหาดใหญ่
จากปัญหาข้างต้น War Room ได้เคาะแนวทางแก้ไข 4 ข้อที่ต้องทำทันที
- ปลดล็อกการเงิน (Financial Solution)
ต้องร่วมกันกดดัน กกต. และรัฐบาลรักษาการ ให้อนุมัติมาตรการฉุกเฉิน (Soft Loan/พักหนี้) โดยยืนยันว่าเป็นความเดือดร้อนจริง ไม่ใช่การหาเสียง พร้อมเจรจากับธนาคารให้ผ่อนปรนกฎเกณฑ์ และจี้บริษัทประกันให้รีบจ่ายสินไหมเพื่อให้มีเงินหมุนเวียน
- ลดต้นทุน & เติมทรัพยากร (Operation Support)
ท้องถิ่นต้องช่วยลดภาษีที่ดิน/ป้าย เพื่อจูงใจให้เจ้าของที่ลดค่าเช่าให้คนทำธุรกิจ พร้อมสร้าง Marketplace กลางเพื่อหาช่าง หาวัสดุราคาถูก หรือรวมกลุ่มกันซื้อของเพื่อลดต้นทุนการซ่อมแซม
- ออกแบบเมืองสู้ชีวิต (Long-term Resilience)
ต้องเปลี่ยน Mindset เป็น ‘ชาวนาวีโมเดล’ เรียนรู้ที่จะอยู่กับน้ำให้เป็น ผ่านการออกแบบบ้านและร้านค้าใหม่แบบ ชั้น 1 ตั้งโต๊ะ (เสียหายได้/ฟื้นเร็ว) ชั้น 2 ตั้งเตา (หัวใจสำคัญ) โดยมี ม.อ. เป็นเจ้าภาพทำแผนแม่บทน้ำที่เชื่อถือได้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักลงทุน
- ปลุกเศรษฐกิจระยะสั้น (Economic Booster)
จัดงานกระตุ้นเศรษฐกิจในรูปแบบ Local First ที่มีเงื่อนไขว่า เงินต้องหมุนในบ้าน ร้านค้าท้องถิ่นต้องได้ประโยชน์จริง ไม่ใช่ผู้จัดงานจากภายนอกกอบโกยแล้วกลับ พร้อมระดมทุนผ่านการขาย Voucher ล่วงหน้า เพื่อเติมกระแสเงินสดให้ร้านค้าเดี๋ยวนี้
ทั้งหมดคือข้อสรุปจาก War Room ภาคประชาชนส่วนหน้า
เมื่อวันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การศึกษาเพื่อสันติภาพ (ม.อ.)
#HeartYaiComeback #HugHeartYai #HatyaiConnext #หาดใหญ่ #WarRoomหาดใหญ่