หาดใหญ่มหานครพาณิชยกรรมกับความท้าทายเมื่อพลวัตสังคมก้าวเร็วกว่าโครงสร้างพื้นฐาน
การเติบโตของเมืองจากการหลั่งไหลเข้ามาของผู้คนที่ฝากความหวังไว้กับธุรกิจและตัวเลขทางเศรษฐกิจ ล้วนเป็นเครื่องมือวัดศักยภาพของเมืองแห่งนี้ ขณะที่กลไกทางเศรษฐกิจสามารถขยายวงกว้างไปข้างหน้า สิ่งที่มักเป็นความท้าทายของเมืองที่เติบโตแบบก้าวกระโดดทั่วโลก รวมถึงหาดใหญ่คือปรากฏการณ์เมืองโตเร็วกว่าสาธารณูปโภค ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการก้าวต่อไปว่าเราจะเติมเต็มความท้าทายนี้อย่างไร
ระยะก้าวที่ต่างกันของการพัฒนา
ในมุมมองของการเปลี่ยนแปลงทางสังคม การเติบโตของเมืองมีระยะก้าวที่ต่างกัน ภาคธุรกิจและการค้าสามารถลงทุนและขยายตัวได้ไวตามกลไกตลาด ในทางกลับกันโครงสร้างพื้นฐานของเมือง ไม่ว่าจะเป็นระบบขนส่งสาธารณะ ทางเท้า สิ่งแวดล้อม หรือระบบจัดการน้ำ ต้องอาศัยการวางแผนแม่บทและระยะเวลาในการสร้าง เมื่อเศรษฐกิจวิ่งนำหน้าไปก่อน จึงเกิดสภาวะรอยต่อที่สาธารณูปโภคเดิมรองรับปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้นไม่ทัน
ปรากฏการณ์นี้จึงเป็นเสมือนบททดสอบของเมืองที่กำลังขยายตัวว่าจะบริหารจัดการความเร็วในการเติบโตให้สอดรับกับขีดความสามารถของเมืองได้อย่างไร
มูลค่าที่สูงลิ่วกับการจัดสรรพื้นที่สาธารณะ
เมื่อเมืองเติบโตจนกลายเป็นศูนย์กลางความหวังทางเศรษฐกิจ มูลค่าพื้นที่ก็สูงขึ้นตามความต้องการใช้งาน การพัฒนาที่ดินส่วนใหญ่จึงมุ่งไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ให้คุ้มค่า แม้เป็นวัฏจักรปกติ แต่ความท้าทายที่ตามมาคือท่ามกลางตึกระฟ้าและย่านการค้าที่หนาแน่น เราจะผสานพื้นที่สาธารณะเข้าไปในสมการของเมืองที่มีที่ดินราคาสูงลิ่วนี้ได้อย่างไร เพื่อให้เมืองมีความสมดุลระหว่างพื้นที่สร้างรายได้และพื้นที่สำหรับพักผ่อน
การรักษาความรู้สึกต่อสถานที่
หาดใหญ่เป็นเมืองที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว การมีผู้คนพลุกพล่านและร้านค้าริมทางคือเอกลักษณ์ที่สร้างเอกภาพให้กับย่าน เมื่อเมืองขยายตัวการออกแบบสาธารณูปโภคที่เอื้อต่อการเดินเท้าและทำกิจกรรมร่วมกันจึงยิ่งมีความสำคัญต่อการรักษาความผูกพันกับพื้นที่เอาไว้ หากสามารถพัฒนาทางเท้าให้เดินสบายขึ้น หรือมีพื้นที่ให้นั่งพักใต้ร่มไม้ ร้านค้าย่อม ๆ จะไม่ได้เป็นแค่จุดแวะซื้อของแต่จะพัฒนาเป็นพื้นที่ที่ผู้คนอยากซึมซับบรรยากาศก่อให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ และคงกลิ่นอายพื้นที่ดั้งเดิมของหาดใหญ่ไว้ร่วมกับความทันสมัยได้อย่างกลมกลืน
สภาวะรอยต่อที่พลวัตทางพาณิชยกรรมเติบโตทิ้งห่างความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน จึงก่อให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตพลเมือง การจะขับเคลื่อนเมืองให้ก้าวข้ามวิกฤตการณ์นี้ จึงเป็นมากกว่าการไล่แก้ปัญหาด้วยสาธารณูปโภคแบบเดิม แต่อาจหมายรวมไปถึงการบริหารจัดการผังเมืองเชิงรุก ทั้งการใช้เทคโนโลยีจัดการโครงสร้างพื้นฐาน การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น หรือกระทั่งความร่วมมือจากภาคเอกชน ทั้งนี้ควรควบคู่ไปกับการออกแบบเมืองที่ยึดผู้อยู่อาศัยเป็นสารตั้งต้นผ่านการแทรกพื้นที่พักผ่อนและพัฒนาพื้นที่ที่เอื้อต่อการมีปฏิสัมพันธ์ เพื่อรักษาสมดุลระหว่างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และเสน่ห์ดั้งเดิมหาดใหญ่ให้เติบโตไปพร้อมกัน
อ้างอิง
– ผลกระทบเมื่อประชากรโลกเริ่มเข้าสู่ภาวะ Urban Sprawl. (2558). สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ.
– ส่องโอกาสและความท้าทาย “Urbanization” การขยายตัวจากชนบทสู่สังคมเมืองใหม่. (2566). KRUNGSRI PRIME.