Hatyai หรือ Haadyai ความลับที่ซ่อนอยู่ในภาษาอังกฤษของหาดใหญ่ วิวัฒนาการภาษาจากยุคทางรถไฟสู่ปัจจุบัน

ป้ายชื่อร้านค้า สถานีรถไฟ และเว็บไซต์ต่างๆ ในพื้นที่มีการสะกดชื่อเมืองที่แตกต่างกันอย่างน่าสนใจ ทั้ง ‘Had Yai’ ‘Hadyai’ ‘Haad Yai’ ‘Hat Yai’ รวมไปถึง ‘Hatyai’ ความหลากหลายที่เห็นไม่ใช่ความผิดพลาดทางหลักภาษา ร่องรอยบนป้ายเหล่านี้คือเครื่องบันทึกประวัติศาสตร์ที่สะท้อนวิวัฒนาการของเมืองตั้งแต่ยุคตั้งรกราก การทำความเข้าใจที่มาของตัวอักษรจะช่วยเปิดมุมมองให้เห็นอิทธิพลของชาวต่างชาติและการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัยได้อย่างลึกซึ้ง

อิทธิพลตะวันตกและสระเสียงยาว

เส้นทางรถไฟสายใต้ที่ทอดยาวสู่แหลมมลายูได้นำพาวิศวกรชาวอังกฤษเข้ามาบุกเบิกพื้นที่ เอกสารการเดินรถและแผนที่ทางทหารในยุคแรกเริ่มจึงเลือกใช้รูปแบบ ‘Haad Yai’ เป็นหลักการถ่ายเสียงข้ามภาษา (Cross-linguistic Transcription) ชาวตะวันตกพยายามถอดเสียงสระอาซึ่งเป็นสระเสียงยาวด้วยการเขียนตัวอักษร A สองตัวติดกัน รูปแบบการสะกดนี้จึงทำหน้าที่เสมือนเครื่องบันทึกเสียงที่สะท้อนการลากเสียงยาวตามสำเนียงดั้งเดิมของคนท้องถิ่นได้อย่างแม่นยำ

ถอดรหัสการเทียบรูปอักษรแม่กด

การใช้ตัว D เป็นตัวสะกดในรูปแบบ ‘Hadyai’ ในอดีตนั้น แท้จริงแล้วไม่ได้มาจากหลักสัทศาสตร์ (Phonetics) หรือการถอดตามเสียงอ่านจริง มีรากฐานมาจากการถอดอักษรแบบเทียบเคียงรูปโดยชาวต่างชาติและผู้คนในยุคนั้นพยายามรักษารูปสะกดตามภาษาไทย คือการจับคู่ ด.เด็ก ให้ตรงกับตัว D ในภาษาอังกฤษ

หากพิจารณาตามหลักสัทศาสตร์จริงๆ แล้ว เสียงตัวสะกดมาตราแม่กดของไทยจะออกเสียงเป็นกักที่ไม่ปล่อยลม ซึ่งใกล้เคียงกับตัว t ในภาษาอังกฤษมากกว่า ในขณะที่ตัว d จะเป็นเสียงก้องที่มีเสียง ด เล็ดลอดออกมาท้ายคำเบาๆ ดังนั้นตราประทับไปรษณีย์และป้ายสถานีรถไฟในอดีตที่ใช้ ‘Hadyai’ จึงเป็นภาพสะท้อนของการพยายามถอดอักษรเพื่อรักษารูปเขียนแบบตัวต่อตัวมากกว่า

การจัดระเบียบของรัฐส่วนกลาง

การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อรัฐบาลต้องการจัดระเบียบระบบราชการให้ไปในทิศทางเดียวกัน ราชบัณฑิตยสถานได้กำหนดกฎเกณฑ์การถอดอักษรไทยเป็นอักษรโรมันขึ้นมาใหม่ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนผ่านจากการ “เทียบรูปอักษร” ในอดีต มาเป็นการ “ถอดตามเสียงอ่านจริง” โดยอิงจากระบบเสียงสากล เมื่อเสียงสะกดแม่กดของไทยคือเสียง T กฎใหม่จึงบังคับให้เปลี่ยนไปใช้พยัญชนะ T แทนตัว D เพื่อความถูกต้องตามหลักวิชาการ รูปแบบมาตรฐาน ‘Hat Yai’ จึงถือกำเนิดขึ้นและกลายเป็นมาตรฐานที่บังคับใช้ในเอกสารราชการ รวมถึงป้ายบอกทางทั่วประเทศ

ยุคดิจิทัลและการสร้างแบรนด์

การเขียนรวบคำติดกันเป็น ‘Hatyai’ คือผลผลิตของการเข้าสู่โลกยุคใหม่ ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเลือกใช้รูปแบบนี้เพื่อความกระชับ การตัดช่องว่างระหว่างคำช่วยให้ง่ายต่อการตั้งชื่อเว็บไซต์ การออกแบบโลโก้ และการพิมพ์แฮชแท็กบนแพลตฟอร์มออนไลน์ รูปแบบที่ดูทันสมัยและเป็นสากลนี้สะท้อนความพยายามของเมืองในการปรับตัวเพื่อเชื่อมต่อกับคนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยว

ความทรงจำบนป้ายร้านค้า

กิจการท้องถิ่นเก่าแก่หลายแห่งยังคงรักษารูปแบบการสะกดดั้งเดิมเอาไว้บนป้ายชื่อร้านและเอกสารจดทะเบียนพาณิชย์ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความทรงจำร่วมทางสังคม ผู้ประกอบการเลือกที่จะเก็บรักษาอัตลักษณ์ดั้งเดิมไว้เพื่อสื่อสารตำนานและรากเหง้าของธุรกิจครอบครัว การคงอยู่ของการสะกดรูปแบบเก่าจึงเปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่คอยบอกเล่าประวัติศาสตร์ของเมืองการค้าแห่งนี้ผ่านตัวอักษรโรมันบนป้ายโฆษณาริมถนน

อ้างอิง

– Halbwachs M (1992) On Collective Memory

– Royal Institute of Thailand (1999) Principles of Romanization for Thai Script by Transcription Method

#HatyaiConnext #ประวัติศาสตร์หาดใหญ่ #ภาษาศาสตร์ #รากศัพท์ #แบรนดิ้งเมือง #สะกดชื่อเมือง