ย้อนรอยหาดใหญ่ยุคใช้เกวียน ประวัติศาสตร์โลจิสติกส์ สู่วิถีเอาตัวรอดในยุคน้ำมันแพง

วิกฤตพลังงานและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องกำลังท้าทายระบบโลจิสติกส์ของเมืองสมัยใหม่อย่างหนัก การย้อนมองรากฐานของเมืองศูนย์กลางการค้าแห่งภาคใต้ตอนล่างอย่าง ‘หาดใหญ่’ ในยุคที่เครื่องยนต์สันดาปยังไม่ถือกำเนิด แสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถในการจัดการระบบขนส่งข้ามคาบสมุทร ผู้คนในอดีตใช้วิธีการที่มีประสิทธิภาพผ่านการพึ่งพาแรงงานสัตว์และภูมิปัญญาทางภูมิศาสตร์ การทำความเข้าใจโครงสร้างเมืองในยุคเกวียนเป็นการเปิดมุมมองใหม่ในการรับมือกับความผันผวนทางพลังงานในยุคปัจจุบัน พร้อมทั้งสะท้อนให้เห็นว่าการออกแบบเส้นทางคมนาคมที่สอดคล้องกับธรรมชาติคือต้นทุนที่ยั่งยืนที่สุด

จุดพักริมหาดทรายแห่งคลองอู่ตะเภา

จุดกำเนิดของชุมชนการค้าแห่งนี้เริ่มต้นจากการเป็นเมืองท่าริมน้ำ สันนิษฐานชื่อของเมืองมาจากลักษณะทางกายภาพที่มีหาดทรายริมน้ำกว้างใหญ่ของ ‘คลองอู่ตะเภา’ ผู้คนในอดีตใช้พื้นที่บริเวณนี้เป็นจุดพักสินค้าและชุมทางคมนาคมทางน้ำที่สำคัญ โครงสร้างเมืองในยุคแรกกระจุกตัวอยู่ริมน้ำบริเวณพื้นที่หาดใหญ่ใน ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการขนส่งทางเรือเพื่อเชื่อมต่อไปยังเมืองฝั่งตะวันตกอย่าง ‘ไทรบุรี’ หรือรัฐเกดาห์ในปัจจุบัน การพึ่งพาเส้นทางน้ำถือเป็นกลยุทธ์การขนส่งที่ใช้พลังงานน้อย สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติอย่างกลมกลืน พร้อมทั้งเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้พื้นที่นี้กลายเป็นศูนย์รวมความเจริญมาตั้งแต่อดีต

วิวัฒนาการสู่เส้นทางเกวียนเชื่อมคาบสมุทร

เมื่อเข้าสู่สมัยรัชกาลที่ 4 รูปแบบการคมนาคมเริ่มขยับขยายสู่ทางบก มีการตัดถนนเชื่อมระหว่างสงขลาและไทรบุรีเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการใช้เกวียนและสัตว์พาหนะ เส้นทางเดินเท้าทางธรรมชาติถูกยกระดับให้เป็นเส้นทางเศรษฐกิจสายใหม่ การเปลี่ยนแปลงนี้สามารถอธิบายผ่านแนวคิด Path Dependence (การพึ่งพาเส้นทางเดิม) ทางเศรษฐศาสตร์ภูมิศาสตร์ เส้นทางเกวียนในวันนั้นได้วางรากฐานกลายมาเป็นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 หรือถนนกาญจนวนิชในปัจจุบัน การเลือกใช้เส้นทางที่สั้นและตัดตรงที่สุดสะท้อนการคำนวณต้นทุนการขนส่งอย่างชาญฉลาดในยุคที่ปราศจากน้ำมันเป็นแรงขับเคลื่อน เป็นการวางผังการเดินทางที่ช่วยลดการสูญเสียพลังงานได้อย่างมหาศาล

จุดเปลี่ยนผ่านพาหนะที่ทรงประสิทธิภาพ

ความสำคัญของหาดใหญ่ในฐานะชุมทางโลจิสติกส์ยุคโบราณปรากฏชัดเจนเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสในปี พ.ศ. 2414 ทรงใช้ท่าหาดใหญ่เป็นจุดเปลี่ยนพาหนะจากม้าเป็นเรือพระที่นั่ง การเปลี่ยนผ่านพาหนะตามสภาพภูมิประเทศคือหัวใจสำคัญของการเดินทางในยุคนั้น กลไกดังกล่าวคือ Ecological Economics ที่เน้นการจัดสรรทรัพยากรให้เข้ากับขีดจำกัดของระบบนิเวศ ระบบโลจิสติกส์ในอดีตไม่ได้ฝืนธรรมชาติด้วยการสร้างพาหนะที่กินพลังงานมหาศาลเพื่อเอาชนะอุปสรรค หากเป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางให้ไหลลื่นไปตามภูมิประเทศ ทั้งการใช้เรือในที่ลุ่มและการใช้ม้าหรือเกวียนบนที่ดอน

บทเรียนสู้ภัยน้ำมันแพงจากอดีตสู่ยุครวยไม่ไหว

เมื่อประเมินร่วมกับสถานการณ์ปัจจุบันที่เมืองต้องพึ่งพาพลังงานฟอสซิลอย่างหนัก โครงสร้างเมืองที่ถูกปรับเปลี่ยนมาเพื่อรถยนต์ส่วนบุคคลกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายด้านต้นทุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การเรียนรู้วิธีคิดจากยุคเกวียนไม่ได้หมายถึงการย้อนกลับไปใช้สัตว์พาหนะ หากเป็นการนำวิสัยทัศน์ด้านการพึ่งพาเส้นทางที่สั้นที่สุดและการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานทางธรรมชาติมาประยุกต์ใช้ การพัฒนาระบบขนส่งมวลชนที่สอดคล้องกับนิเวศวิทยาเดิมของเมือง ประกอบกับการส่งเสริมรูปแบบการเดินทางที่ใช้พลังงานต่ำ ถือเป็นหนทางในการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเศรษฐกิจท้องถิ่นท่ามกลางวิกฤตพลังงานได้

อ้างอิง

– บัณรส บัวคลี่ (2565) ประวัติหาดใหญ่ก่อนรถไฟมาถึง ตอบคำถามทำไมตั้งเมืองในแอ่ง

– Arthur W B (1994) Increasing Returns and Path Dependence in the Economy

– Costanza R (1989) What is Ecological Economics

#HatyaiConnext #ประวัติศาสตร์หาดใหญ่ #โลจิสติกส์เมือง #วิกฤตพลังงานแพง #การพัฒนาเมือง #เศรษฐศาสตร์การขนส่ง #ผังเมือง #น้ำมันแพง