
เมื่อแสงไฟจากสี่แยกโรงแรมวี.แอล. สาดส่องลงบนถนนเพชรเกษมยามค่ำคืน ภาพผู้คนหลากหลายวัยจอดรถแวะเวียนมายืนมุงรถเข็นคันเล็กๆ หน้าธนาคารกสิกรไทยสาขาตลาดกิมหยงคือฉากทัศน์ที่อยู่คู่เมืองหาดใหญ่มานานกว่าครึ่งศตวรรษ
สำหรับผู้ใหญ่วัยเก๋านี่คือโอเอซิสแห่งความสดชื่นที่คุ้นเคย แต่สำหรับคนรุ่นใหม่จำนวนมาก น้ำสีดำเข้มในแก้วใสอาจเป็นปริศนาที่ไม่เคยทำความรู้จัก เบื้องหลังกลับซ่อนมิติทางสังคม วัฒนธรรมและการเชื่อมโยงผู้คนในเมืองเศรษฐกิจแห่งนี้ไว้อย่างลึกซึ้ง
ปริศนาโอสถสีดำและสารพัดชื่อเรียก
ความคลาสสิกแรกของร้านนี้คือการเป็นตำนานที่ไม่มีป้ายชื่อร้านตายตัว ผู้คนต่างเรียกขานกันตามความทรงจำ บ้างเรียกว่า ‘ร้านน้ำสมุนไพรข้างตลาดกิมหยง’ บ้างเรียก ‘ร้านน้ำจับเลี้ยงกสิกร’ หรือบางคนก็จำในชื่อคนขายอย่าง ‘ร้านโกอ๊อด’ แต่สิ่งที่ทุกคนรู้ใจกันคือเมนูน้ำสมุนไพรสูตรโบราณ ที่แบ่งออกเป็น 2 ขั้วรสชาติ
แก้วแรกคือ ‘น้ำเลี้ยงจุ้ย’ หรือที่คนทั่วไปเรียกว่าน้ำจับเลี้ยง หอมหวาน ดื่มง่าย ช่วยดับกระหายและแก้ร้อนใน ไฮไลต์ที่แท้จริงคือ ‘น้ำขม’ น้ำสีดำที่รสชาติที่เด็กยุคใหม่อาจเบือนหน้าหนี รวมๆ แล้วเครื่องดื่มประเภทนี้มีหลายรสชาติ หลายเลเวลความขม และมีหลายชื่อเรียกมาก แต่ขอเรียกรวมว่า ‘น้ำขม’ เพราะเป็นตัวบอสขั้นสุดยอดของสรรพคุณและรสชาติ ที่สำคัญคือเป็นชื่อที่รู้จักในวงกว้าง ในภาษาจีนกลางเรียกว่า ‘ขู่ฉา’ แปลตรงตัวก็คือน้ำขมนั่นเอง
ซึ่งมีส่วนผสมของสมุนไพรมากมาย ถือเป็นคัมภีร์ลับสูตรใครสูตรมัน ในความขมนั้นอัดแน่นไปด้วยสรรพคุณการถอนพิษร้อนในร่างกาย การลองดื่มน้ำขมสักแก้วจึงเปรียบเสมือนบททดสอบความกล้าและก้าวแรกของการเข้าสู่วิถีคนหาดใหญ่ดั้งเดิม
สถาปัตยกรรมสตรีตฟูดและพื้นที่แห่งความเท่าเทียม
หากมองในมุมมองทางสังคมวิทยา รูปแบบการขายของร้านนี้คือตัวแทนของวัฒนธรรมสตรีตฟูดแบบ Stall (แผงลอยแบบไม่มีที่นั่ง) อย่างแท้จริง การไม่มีโต๊ะเก้าอี้ให้นั่งจับกลุ่มสังสรรค์ได้สร้างพฤติกรรมการบริโภคที่มีเอกลักษณ์คือ ‘ยืนกระดก จ่ายเงิน แล้วเดินจากไป’ ลูกค้าเพียงแค่เดินเข้ามา หยิบแก้วที่รินเตรียมไว้ ดื่มรวดเดียว วางแก้ว จ่ายเงิน แล้วเดินทางต่อ
วิถีการบริโภคที่รวดเร็วและเป็นกันเองเช่นนี้ ชวนให้จินตนาการถึงวัฒนธรรมการดื่มกาแฟเอสเปรสโซ (Espresso) แบบยืนดื่มหน้าบาร์ในอิตาลี ที่ผู้คนแวะมาเติมพลังช็อตเข้มๆ ดื่มรวดเดียวจบแล้วไปต่อ เพียงแต่เปลี่ยนจากคาเฟอีนรสเข้มในยุโรป มาเป็นน้ำสมุนไพรใจกลางเมืองหาดใหญ่
พื้นที่หน้าแผงรถเข็นเล็กๆ นี้จึงทำหน้าที่เป็นพื้นที่ทางสังคมที่ไร้ชนชั้น ในช่วงเวลาไม่กี่วินาทีที่ยืนดื่ม ทุกคนถูกดึงให้มาอยู่บนระนาบเดียวกันผ่านแก้วน้ำสมุนไพรราคาไม่แพง ถือเป็นการทลายกำแพงทางสังคมและเป็นสะพานเชื่อมช่องว่างระหว่างเจเนอเรชันที่คาเฟ่ยุคปัจจุบันอาจให้ไม่ได้
ปฏิบัติการอาสาสมัครสายแดกปลุกชีวิตเมือง
เพื่อเป็นการต่อลมหายใจให้ตำนานและปลุกเมืองหาดใหญ่ให้กลับมามีชีวิตชีวา ทางเพจ แอบแดก ได้ผุดแคมเปญกระตุ้นเศรษฐกิจสุดสร้างสรรค์ โดยตั้งขบวน ‘อาสาสมัครสายแดก’ นัดรวมพลคนรักเมืองหาดใหญ่มาช่วยกันอุดหนุนร้านท้องถิ่น ประเดิมคิวแรกกันที่ร้านน้ำจับเลี้ยงหน้ากสิกรแห่งนี้
ความน่าสนใจคือกิจกรรมนี้ดึงเอากลยุทธ์แบบคนรุ่นใหม่มาผสมผสานกับความคลาสสิกของร้านได้อย่างลงตัว ด้วยการสร้างชาเลนจ์ให้ผู้เข้าร่วมถ่ายรูปรีแอกชันตอนกระดกน้ำขมแบบเรียลๆ ฮาๆ (ใครไม่ไหวไม่บังคับ) พร้อมแจกเข็มกลัดพิเศษทีมถล่มแดกรุ่นก่อตั้งให้กับลูกเพจที่ไปแสดงตัวหน้าร้าน
ตัวอย่างที่ทรงพลังของการใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อสร้างแรงกระเพื่อมในโลกแห่งความเป็นจริง ช่วยกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการรายย่อย และยังช่วยแนะนำวัฒนธรรมดั้งเดิมให้กลับมาป๊อปในหมู่คนรุ่นใหม่อีกครั้ง หากใครกิจกรรมรวมพลแบบนี้ สามารถติดตามเพจแอบแดกเพื่อดูการนัดครั้งต่อไปได้เลย
มนต์ขลังแห่งความเรียบง่ายที่ไร้การปรุงแต่ง
ในยุคที่คาเฟ่และร้านอาหารต่างแข่งขันกันตกแต่งสถานที่ให้สวยงามเพื่อดึงดูดสายตา ร้านรถเข็นลักษณะนี้กลับเปี่ยมไปด้วยความขลังที่เกิดจากการหยุดกาลเวลาเอาไว้ รถเข็นคันเก่า แสงไฟสลัว แก้วใสที่วางซ้อนกันเรียงราย รอรับการรินน้ำสีดำ ทั้งหมดนี้คือความดิบและความแท้ที่ไม่ได้เกิดจากการจัดฉากหรือทำการตลาด เกิดจากการยืนหยัดขายสิ่งเดิม ณ จุดเดิมมานานกว่าครึ่งศตวรรษ ความขลังจึงไม่ได้อยู่ที่ความหรูหรา อยู่ที่ความสม่ำเสมอ กลิ่นสมุนไพรที่ต้มจนได้ที่และเสียงแก้วกระทบกันที่ยังคงดังกังวานเหมือนเมื่อ 50 ปีก่อน
พิกัดร้าน
สถานที่ : ถนนเพชรเกษม หน้าธนาคารกสิกรไทย (ข้างตลาดกิมหยง) ตรงข้ามร้านเซาะฮึ้ง
เวลาเปิด-ปิด : 18:30 – 23:00 น.
__
#HatyaiConnext #น้ำจับเลี้ยงหาดใหญ่ #โกอ๊อดกิมหยง #รีวิวหาดใหญ่ #มิติสังคมเมือง #หาดใหญ่