อินเดียผวาไวรัสนิปาห์ปิดเมือง คนหาดใหญ่อย่าพึ่งตระหนกเพราะเราเคยสู้ไวรัสด้วยระบบ

ข่าวการสั่งล็อกดาวน์ฉุกเฉินในบางรัฐของอินเดียจากการระบาดซ้ำของ Nipah Virus (NiV) หรือไวรัสที่มาจากค้างคาว กำลังสร้างความตื่นตระหนกไปทั่วเอเชีย แม้หาดใหญ่จะยังไม่พบผู้ติดเชื้อ แต่ในฐานะเมืองด่านหน้าที่มีพรมแดนติดกับมาเลเซีย และมีสภาพภูมิเวศที่เอื้อต่อการอยู่อาศัยของค้างคาวแม่ไก่ เราจึงปฏิเสธความเสี่ยงนี้ไม่ได้ พาไปสำรวจ ‘เกราะป้องกัน’ ของหาดใหญ่ ว่าเรามีแต้มต่ออะไรบ้างที่จะรับมือกับวิกฤตนี้

ถอดรหัสศัตรูทำไมต้องกลัวนิปาห์

ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าไวรัส Nipah ไม่ใช่โควิด-19 มันแพร่เชื้อยากกว่า (ต้องสัมผัสสารคัดหลั่งโดยตรง) แต่มันน่ากลัวตรงที่อัตราการเสียชีวิตสูง ซึ่ง WHO ระบุว่าสูงถึง 40-75% ความกังวลของอินเดียในขณะนี้คือการกลายพันธุ์ที่อาจทำให้ติดจากคนสู่คนได้ง่ายขึ้น สำหรับหาดใหญ่ ความเสี่ยงไม่ได้มาจากนักท่องเที่ยวอินเดียโดยตรง แต่มาจาก Natural Host หรือค้างคาวในธรรมชาติที่อาจบินข้ามพรมแดนและการบริโภคผลไม้ที่มีรอยกัดแทะ

รู้ทันศัตรูแบบไม่ตื่นตูม

สรุปให้ชัดเจนเพื่อลดความกังวล ไวรัสนิปาห์มีค้างคาวแม่ไก่เป็นพาหะหลัก การติดต่อสู่คนต้องเกิดจากการสัมผัสสารคัดหลั่งหรือผลไม้ปนเปื้อนโดยตรง ไม่ได้ลอยฟุ้งในอากาศติดง่ายเหมือนโควิด-19 โดยข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่าค่า R0 (อัตราการแพร่เชื้อ) เฉลี่ยอยู่ที่ 0.48 ซึ่งถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับโควิด (9.5) หรือไข้หวัดใหญ่ (1.3) อาการหลักคือไข้สูงและสมองอักเสบ แม้ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน แต่การดูแลสุขอนามัย ล้างมือ และงดกินผลไม้มีรอยกัดแทะก็เพียงพอที่จะตัดวงจรการระบาดได้แล้ว

กองทัพเสื้อกาวน์ที่เข้มแข็ง

จุดแข็งที่แท้จริงของหาดใหญ่ไม่ใช่การมีฮีโร่เพียงคนเดียว แต่คือ Medical Ecosystem ที่ทำงานสอดประสานกันอย่างไร้รอยต่อระหว่างภาควิชาการนำโดยหน่วยระบาดวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ม.อ. ที่มีแม่ทัพระดับโลกอย่าง ศ.นพ.วีระศักดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์ (อาจารย์หมอวี) แห่งหน่วยระบาดวิทยา ม.อ. ท่านคือผู้อยู่เบื้องหลังยุทธศาสตร์ในช่วงโควิด ประสบการณ์ภาคสนามอันโชกโชนนี้ ถูกการันตีด้วยตำแหน่งทางวิชาการระดับสากล ในฐานะอดีตที่ปรึกษาองค์การอนามัยโลก (WHO) ด้านระบาดวิทยา และผู้เชี่ยวชาญเครือข่าย TDR Global ปัจจุบันยังเป็นที่ปรึกษาให้กับ ม.อ. ผนึกกำลังกับภาคปฏิบัติอย่างโรงพยาบาลหาดใหญ่ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลศูนย์ที่มีศักยภาพสูงของกระทรวงสาธารณสุข

นี่คือโมเดลการทำงานแบบ เครื่องยนต์คู่ โดยฝั่งโรงเรียนแพทย์ทำหน้าที่วิเคราะห์วิจัยเชื้ออุบัติใหม่ ส่วนฝั่งโรงพยาบาลหาดใหญ่และเครือข่ายโรงพยาบาลชุมชน ทำหน้าที่บริหารจัดการด่านหน้า ทำให้เรามีกองทัพนักสืบโรคกระจายตัวอยู่ทุกอำเภอ พร้อมส่งข้อมูลถึงกันแบบ Real-time ทำให้การวางแผนรับมือเป็นระบบและครอบคลุมทั้งเมือง

บทเรียนจากสงครามโควิดโมเดลสงขลา

หาดใหญ่เคยพิสูจน์ฝีมือมาแล้วในช่วงโควิด-19 ด้วย Songkhla Model สิ่งที่แตกต่างจากกรุงเทพฯ คือการใช้กลยุทธ์ Active Case Finding (การค้นหาเชิงรุก) แทนที่จะรอให้คนป่วยเดินมาโรงพยาบาล เรามีทีมสาธารณสุขจังหวัดและพี่น้อง อสม. ที่เข้มแข็งที่สุดในประเทศ ลงพื้นที่สแกนกลุ่มเสี่ยงตามชุมชนและโรงงาน หากเกิดการระบาดของไวรัสใหม่ Protocol เดิมนี้จะถูกนำมาปัดฝุ่นใช้ทันที คือ ‘เจอเร็ว แยกเร็ว จบเร็ว’ เพื่อไม่ให้ต้องล็อกดาวน์เมือง

ป้อมปราการทางการแพทย์ระดับSuperTertiary

ข้อเท็จจริงที่คนหาดใหญ่อุ่นใจได้คือ เรามีโรงพยาบาลระดับตติยภูมิขั้นสูง (Super Tertiary Care) ถึง 2 แห่งใหญ่ในพื้นที่ คือ รพ.สงขลานครินทร์ และ รพ.หาดใหญ่

1. Lab Capability ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ในพื้นที่ สามารถตรวจจับรหัสพันธุกรรมไวรัส (Genomic Sequencing) ได้เอง โดยไม่ต้องรอส่งเข้ากรุงเทพฯ

2. Capacity มีความพร้อมทั้งห้องความดันลบ (Negative Pressure) และหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) ที่รองรับผู้ป่วยหนักได้จำนวนมาก โดยมีการแบ่งโซนรับผิดชอบที่ชัดเจนระหว่างโรงพยาบาล เพื่อไม่ให้เกิดภาวะคอขวด

ระบบเฝ้าระวังด่านพรมแดน

ด่านสะเดาและด่านปาดังเบซาร์คือจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ปัจจุบันด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ มีระบบ Sentinel Surveillance หรือการเฝ้าระวังกลุ่มอาการ ที่เข้มข้นขึ้นหลังยุคโควิด หากมีนักเดินทางที่มีไข้สูงและประวัติมาจากพื้นที่เสี่ยง ระบบคัดกรองจะทำงานทันที และสามารถส่งตัวไปยังห้องแยกโรคได้ภายในไม่กี่นาที เพื่อป้องกันการหลุดรอดเข้าสู่ตัวเมืองหาดใหญ่

จุดอ่อนที่ต้องระวังคือความตระหนก

สิ่งเดียวที่น่ากังวลกว่าไวรัส คือ Infodemic หรือข้อมูลข่าวสารที่สร้างความตื่นตระหนกเกินจริง จนกระทบต่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว สิ่งที่คนหาดใหญ่ทำได้ตอนนี้ไม่ใช่การตุนของ แต่คือการ ‘กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ’ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่าหรือผลไม้ที่มีรอยกัดแทะ ซึ่งเป็นสุขอนามัยพื้นฐานที่ป้องกันได้ทั้งนิปาห์ ไข้หวัดใหญ่ และโควิด

สรุปแล้ว หาดใหญ่มีทั้ง ‘Hardware’ รพ./ห้องแล็บ และ ‘Software’ เครือข่ายบุคลากรทางการแพทย์ ที่พร้อมมากที่สุดแห่งหนึ่งในไทย ขอเพียงเราเสพข่าวอย่างมีสติ และเชื่อมั่นในระบบสาธารณสุขที่เรามี เราจะผ่านสถานการณ์นี้ไปได้เหมือนทุกครั้ง

อ้างอิง

– จิรรุจน์ ชมเชย. (มกราคม 2569). สรุปความเข้าใจเกี่ยวกับ “ไวรัสนิปาห์ (NiV)” จบใน 6 ข้อ. Facebook Page: หมอจิรรุจน์.

– World Health Organization. (2025). Nipah Virus Outbreak Update: India Situation Report. WHO South-East Asia.

– Faculty of Medicine, Prince of Songkla University. (2024). Preparedness for Emerging Infectious Diseases in Southern Thailand. Songkla Med J.

– Department of Disease Control. (2025). Measures to Prevent Nipah Virus Infection at Border Provinces. Ministry of Public Health.

__

#HeartYaiComeback #HugHeartYai

#CurioCity #HatyaiConnext #NipahVirus #IndiaLockdown #SongkhlaModel #โรคระบาด #โรงพยาบาลมอ #โรงพยาบาลหาดใหญ่ #สาธารณสุขหาดใหญ่ #หาดใหญ่