พื้นที่การเรียนรู้ฉบับหาดใหญ่ เวลาผ่านไปเราเข้าห้องสมุดออฟไลน์มากแค่ไหน ยุคที่มาตรการรัฐกระตุ้นให้บรรณารักษ์ต้องแปรวิถีจัดการเรียนรู้
มติคณะรัฐมนตรีที่เตรียมยุบเลิกตำแหน่งข้าราชการสายงานสนับสนุน 11 สายงาน ซึ่งรวมถึงเจ้าพนักงานห้องสมุดและบรรณารักษ์ โดยเปลี่ยนเป็นการจ้างงานแบบเอกชน ภายในปี พ.ศ. 2570 เพื่อลดภาระงบประมาณ ถือเป็นข้อเท็จจริงเชิงโครงสร้างที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของวิชาชีพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ท่ามกลางยุคที่วิธีการเข้าถึงข้อมูลของผู้คนเปลี่ยนไปอยู่บนโลกออนไลน์ การปรับเปลี่ยนรูปแบบการจ้างงานจึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่บังคับให้พื้นที่แหล่งเรียนรู้ต้องหาทางรับมือ อย่างไรก็ตาม สำหรับเมืองหาดใหญ่ที่ได้รับการรับรองจากยูเนสโกให้เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ระดับโลก (UNESCO GNLC) การเปลี่ยนแปลงนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่บีบบังคับให้ห้องสมุดต้องปรับตัว เพื่อรักษาสถานที่ออฟไลน์ไว้ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาที่จำเป็นของเมือง
ลบภาพจำคนไทยอ่านหนังสือแปดบรรทัด
วาทกรรมคลาสสิกที่ว่าคนไทยอ่านหนังสือเพียง 8 บรรทัดต่อปีถูกหักล้างไปด้วยสถิติที่ชี้ให้เห็นว่าคนไทยทุกกลุ่มอายุมีพฤติกรรมการอ่านเฉลี่ยสูงถึง 113 นาที หรือเกือบ 2 ชั่วโมงต่อวัน แม้ตัวเลขการอ่านบนแพลตฟอร์มออนไลน์จะกระโดดไปถึง 152 นาทีต่อวัน เทียบกับการอ่านหนังสือรูปแบบกระดาษที่ 51 นาที แต่สิ่งนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าพฤติกรรมการเสพข้อมูลและความกระหายใคร่รู้ของคนไทยไม่ได้ลดลง เพียงแค่วิธีการและแพลตฟอร์มในการเข้าถึงเนื้อหาได้ย้ายไปอยู่บนหน้าจอสมาร์ทโฟนตามยุคสมัย
ความคลาสสิกของพื้นที่ออฟไลน์และสมาธิที่หายไป
แม้เทคโนโลยีจะช่วยให้เราเข้าถึงข้อมูลได้ไวขึ้น แต่การอ่านแบบออฟไลน์ในพื้นที่จริงกลับทวีความสำคัญมากขึ้นในฐานะพื้นที่หลบภัยจากความวุ่นวายทางดิจิทัล การได้สัมผัสหนังสือกระดาษในบรรยากาศของห้องสมุดยังคงมีความคลาสสิกเฉพาะตัว และมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยให้เราเว้นระยะห่างจากหน้าจอ ลดภาวะสมาธิสั้นที่มักเกิดจากการไถฟีดโซเชียลมีเดียอย่างรวดเร็วตลอดเวลา
การเปลี่ยนสภาพแวดล้อมมาอยู่ในสถานที่ที่ปราศจากการแจ้งเตือนรบกวน จะช่วยดึงสมาธิให้จดจ่อได้ยาวนานยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นมิติที่แพลตฟอร์มออนไลน์ไม่สามารถทดแทนได้
หาดใหญ่เมืองแห่งการเรียนรู้
บริบทของเมืองหาดใหญ่มีความน่าสนใจตรงที่ได้รับการประทับตราจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้ระดับโลกเมื่อปี พ.ศ. 2565 การรักษามาตรฐานระดับสากลนี้ไม่ได้พึ่งพาแค่ฐานข้อมูลออนไลน์ แต่ต้องมีพื้นที่ออฟไลน์ที่แข็งแรงและเข้าถึงง่ายรองรับด้วย เช่น อุทยานการเรียนรู้นครหาดใหญ่ สำนักทรัพยากรการเรียนรู้คุณหญิงหลงฯ หรือร้านหนังสืออิสระอื่น ๆ การเผชิญกับข้อจำกัดด้านบุคลากรภาครัฐ จึงเป็นความท้าทายที่หน่วยงานต้องเร่งหาวิธีรักษาคนทำงานที่มีศักยภาพไว้ เพื่อขับเคลื่อนพื้นที่ออฟไลน์เหล่านี้ให้เป็นพื้นที่ของพลเมืองทุกช่วงวัย
เปลี่ยนผ่านโครงสร้างสู่การแปรวิถีจัดการความรู้
เมื่อมติจากรัฐจำกัดกรอบอัตรากำลังข้าราชการ สิ่งที่ตามมาจึงไม่ใช่แค่การปรับเปลี่ยนรูปแบบการจ้างงาน แต่รวมถึงการกะเทาะภาพจำเดิมให้สังคมได้เห็นแก่นแท้ของวิชาชีพ แท้จริงแล้วบทบาทการเป็นนักจัดการการเรียนรู้ในเมือง หรือภัณฑารักษ์ด้านความรู้ ไม่ใช่ภารกิจใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น บรรณารักษ์ได้ทำหน้าที่เป็นผู้คัดกรองข้อมูล จัดสรรความรู้ และออกแบบพื้นที่การเรียนรู้มาโดยตลอด เพียงแต่ภาพจำของสังคมยึดติดอยู่กับการดูแลตู้หนังสือหรือจัดหมวดหมู่เท่านั้น การเปลี่ยนผ่านทางโครงสร้างในครั้งนี้จึงเป็นอีกภารกิจที่จะได้เห็นทำให้การทำงานเชิงลึกของบรรณารักษ์เด่นชัดขึ้น และเป็นแรงผลักดันให้บุคลากรยกระดับทักษะให้สอดคล้องกับโลกยุคใหม่
การยุบอัตราข้าราชการบรรณารักษ์คือความท้าทายระดับโครงสร้าง ทว่าพื้นที่การเรียนรู้ในหาดใหญ่ยังคงเดินหน้าต่อไปได้หากรู้จักใช้ประโยชน์จากศักยภาพของการเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้
การสนับสนุนให้ผู้คนกลับมาใช้เวลาในห้องสมุดออฟไลน์ ไม่ใช่การฝืนกระแสโลก แต่คือการรักษาสมดุลทางสมาธิและสุขภาพจิต มิติของการจัดการความรู้ยุคใหม่จึงอยู่ที่ความสามารถในการดึงผู้คนออกจากหน้าจอ กลับมามีปฏิสัมพันธ์กันในโลกความจริง ภายใต้โครงสร้างการบริหารที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมือง
อ้างอิง
– สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2568). Hatyai Learning City
– ศูนย์วิจัยกสิกรไทย. (2568). ธุรกิจร้านหนังสือปรับตัวรับพฤติกรรมอ่านออนไลน์