หาดใหญ่เพิ่งผ่าน ICU จะฟื้นแบบไหนให้รอดจริง? เจาะลึก 3 ทางเลือกอนาคต จากวงคุย ‘ฟื้นร้าน ฟื้นย่าน ฟื้นเมือง’

ท่ามกลางร่องรอยความเสียหายที่ยังคงปรากฏชัด เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 69 ที่ผ่านมา ณ พื้นที่งาน ‘HeartYai Happens งานเล็กๆ ที่หัวใจใหญ่มาก’ วงคุย ‘ฟังเสียงประเทศไทย: ฟื้นร้าน ฟื้นย่าน ฟื้นเมือง’ ได้กลายเป็นพื้นที่ระดมสมองครั้งสำคัญที่ชวนคนหาดใหญ่ ผู้ประกอบการ และคนรุ่นใหม่ มาร่วมถอดบทเรียนและทดลองเลือก ‘ฉากทัศน์’ เพื่อมองเห็นอนาคตในการฟื้นฟูหาดใหญ่ร่วมกัน Key Takeaways นี้สรุปทุกประเด็นสำคัญ ตั้งแต่ความเสียหายจริงที่หนักกว่าข่าวออก ทางเลือกอนาคตที่คนหาดใหญ่ต้องตัดสินใจ และทางรอดที่เราต้องลงมือทำทันที

บาดแผลของเมืองเมื่อหาดใหญ่เข้าขั้นICU

เรามักได้ยินคำปลอบใจว่าน้ำท่วมคือเรื่องปกติของหาดใหญ่ แต่ข้อมูลจริงชี้ว่าครั้งนี้สาหัสกว่าทุกครั้ง เพราะเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤตที่เริ่มจากปริมาณฝนสะสมสูงถึง 630 มม. ภายใน 72 ชม. สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 25,000 ล้านบาท แต่ความเจ็บปวดที่สุดคือ ‘จังหวะนรก’ ของ SME เพราะน้ำท่วมเกิดขึ้นในช่วงไฮซีซั่นที่ร้านค้าลงทุนสต็อกของไว้ขาย ทำให้ทุนจมหายไปกับตา ซ้ำร้ายยังติดกับดัก ‘Red Zone’ ที่สถาบันการเงินมองพื้นที่เศรษฐกิจหาดใหญ่เป็นพื้นที่เสี่ยงสูง จนไม่กล้าปล่อยกู้ ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยกว่า 60% เข้าไม่ถึงสินเชื่อฟื้นฟู (Soft Loan) สถานการณ์ตอนนี้จึงเปรียบเหมือน ‘คนป่วยที่เพิ่งผ่าตัดใหญ่แต่ขาดเลือดไปเลี้ยง’ ทำให้สภาพคล่องหยุดชะงักทันที

3ฉากทัศน์อนาคตอีก2ปีเราจะเป็นแบบไหน

วงเสวนาได้จำลองภาพอนาคตออกมา 3 รูปแบบ เพื่อให้เห็นปลายทางของการตัดสินใจในวันนี้ เริ่มจากฉากทัศน์แรก ‘ต่างคนต่างซ่อม’ ภาพที่คุ้นตาที่สุด คือเมื่อน้ำลดแล้วตัวใครตัวมัน ควักเงินเก็บก้อนสุดท้ายมาซ่อมร้านแบบเร่งด่วน ผลลัพธ์คือความเสี่ยงยังอยู่บนโครงสร้างเดิม ระบบเตือนภัยรัฐเข้าไม่ถึงรายย่อย หากท่วมซ้ำ ร้านเล็กจะทยอยตายเพราะสายป่านขาด

ต่อมาคือฉากทัศน์ที่สอง ‘ตัวเล็กล้มเร็วลุกไว’ ร้านค้าเริ่มปรับตัวเก่งขึ้น ลดสต็อกหน้าร้าน เน้นออนไลน์ โดยมีรัฐหนุนงบปรับปรุงอาคาร เช่น การยกพื้นสูง ผลลัพธ์คือ ‘ร้านรอด แต่ย่านเงียบ’ ธุรกิจอยู่ได้แต่เมืองขาดเสน่ห์ดึงดูด ต่างคนต่างทำ ขาดพลังระดับย่าน

ฉากทัศน์ที่สาม ‘ย่านเข้มแข็ง เมืองรับมือได้’ คือการรวมกลุ่มเป็นสมาคมหรือวิสาหกิจชุมชน แชร์ข้อมูล มีระบบเตือนภัยของย่าน และมี ‘กองทุนภัยพิบัติชุมชน’ ผลลัพธ์คือสามารถซ่อมแซมและกลับมาเปิดพร้อมกันได้ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง พร้อมทำ Branding ดึงนักท่องเที่ยวกลับมาได้ทันที

ซึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญในช่วงแรกก่อนเริ่มคุย คะแนนโหวตยังกระจายตัว แต่หลังจากได้แลกเปลี่ยนข้อมูล ผลโหวตรอบสุดท้ายเทคะแนนให้ ฉากทัศน์ที่ 3 สูงถึง 62.5% สะท้อนว่าคนหาดใหญ่ไม่ได้ต้องการสู้ลำพัง แต่ต้องการ ‘ระบบที่ร่วมมือกัน’ อย่างแท้จริง

กับดักที่ต้องก้าวข้ามทำไมเรายังติดอยู่ในลูปเดิม

สาเหตุที่เรายังไปไม่ถึงฝัน เพราะติดอยู่ในกับดักหลายด้าน ทั้ง ‘กับดักแหล่งเงินทุน’ ที่ SME ต้องการเงินด่วน แต่กลไกการเงินกลัวความเสี่ยงทำให้การช่วยเหลือล่าช้า ‘กับดักโครงสร้าง’ จากผังเมืองรวมหาดใหญ่ที่หมดอายุไปนานนับ 10 ปี ซ้ำเมืองยังตั้งขวางทางน้ำธรรมชาติ และ ‘กับดักการสื่อสาร’ ที่แม้หาดใหญ่จะมีคนเก่งเยอะ แต่ขาดเวทีกลางในการเชื่อมข้อมูล ทำให้พลังกระจัดกระจาย ต่างคนต่างทำ

ทางออกและการรีเซ็ตเมือง

ถึงเวลาต้องคิดใหม่ในเชิงระบบ ไม่ใช่แค่ซ่อมให้เหมือนเดิม เริ่มจากการ ‘ออกแบบเมืองให้อยู่กับน้ำ’ โดยเน้นการปรับปรุงอาคารชั้นล่างให้โล่ง โปร่ง ใช้วัสดุทนน้ำ หรือ ‘Soft Floor’ ควบคู่ไปกับการเลือกใช้ ‘Street Furniture’ เฟอร์นิเจอร์ริมทางที่ทนทาน เคลื่อนย้ายง่าย เพื่อลดความเสียหายและคืนสภาพเมืองให้เร็วที่สุด และการสร้าง ‘Skywalk Network’ เครือข่ายทางเดินลอยฟ้า ให้เศรษฐกิจเดินต่อได้แม้น้ำท่วมถนน

ถัดมาคือ ‘ระบบเตือนภัยอัจฉริยะจากข้อมูลพลเมือง’ ต้องเลิกรอประกาศเหวี่ยงแหจากส่วนกลาง แต่สร้างระบบฐานข้อมูลกลางของหาดใหญ่ที่มาจาก Citizen Data หรือข้อมูลที่ภาคประชาชนช่วยกันเก็บผ่านเซนเซอร์ระดับชุมชน เพื่อการแจ้งเตือนที่แม่นยำระดับ ‘ซอยต่อซอย’ ล่วงหน้า 3-5 วัน ปิดท้ายด้วยการ ‘สร้างพื้นที่เศรษฐกิจสำรอง & จุดขายใหม่’ โดยขยาย ‘ไข่แดง’ ไปสู่พื้นที่ที่สูงกว่า (High Ground) เช่น โซนควนลัง เพื่อเป็น Safe Zone และเลิกกินบุญเก่าเมืองชายแดน พลิกโฉมสู่เมือง Wellness หรือ Creative City ดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ (Quality Tourists) แทน

บทสรุปมติแห่งความหวัง

ผลโหวตที่เทไปทาง ‘ย่านเข้มแข็ง’ คือเสียงตะโกนที่บอกว่า คนหาดใหญ่เหนื่อยแล้วกับการสู้อย่างโดดเดี่ยว เราต้องการระบบนิเวศใหม่ที่ ‘เพื่อนช่วยเพื่อน’ และ ‘เมืองช่วยย่าน’ การฟื้นฟูครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่คือภารกิจร่วมกันของคนหาดใหญ่ทุกคน ที่จะเปลี่ยนบทเรียนราคาแพง ให้กลายเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งเพื่ออนาคต

เกี่ยวกับวงคุย “ฟังเสียงประเทศไทย”

รายการนี้จัดโดย Thai PBS เน้นกระบวนการ Deliberative Democracy (ประชาธิปไตยแบบปรึกษาหารือ) นำเสนอชุดข้อมูลและฉากทัศน์ (Scenarios) เพื่อให้ประชาชนร่วมแลกเปลี่ยนและออกแบบอนาคตอย่างใช้ปัญญา ไม่ใช่แค่การร้องเรียนปัญหา บรรยากาศเป็นเวทีเปิดแบบ ‘กึ่งออร์แกนิค’ เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไป หรือผู้ค้าในละแวกนั้น สามารถเดินเข้ามา ‘จับไมค์’ แชร์ความทุกข์ร้อนหน้างานได้ทันที โดยมีผู้เข้าร่วมสำคัญ ได้แก่ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และผู้ประสบภัยจริง

อ้างอิง

เอกสารประกอบวงเสวนา ฟังเสียงประเทศไทย เรื่องฉากทัศน์เมืองหาดใหญ่

__

#HeartYaiHappens #HeartYaiComeback #HugHeartYai

#CurioCity #HatyaiConnext #หาดใหญ่

#ฟังเสียงประเทศไทย #ฟื้นร้านฟื้นย่านฟื้นเมือง

#แลต๊ะแลใต้ #ThaiPBS