ก็แดดมันร้อน… คน (หาดใหญ่) ไม่ใช่หุ่นยนต์ กลางวันร้อนไม่ต้องเลือกเวลา กลางคืนอ้าวเหมือนเข้าห้องซาวน่า

ช่วงนี้เดินไปไหนก็ได้ยินแต่เพลงนี้ลอยเข้ามาในหัว สำหรับคนหาดใหญ่มันไม่ใช่แค่เนื้อเพลง มันคือชีวิตจริงที่เริ่มรู้สึด เพราะเรากำลังเผชิญกับสภาวะคูณสองคือกลางวันแดดเปรี้ยงจนร่างแทบสุก พอตกกลางคืนนึกว่าจะได้พักผ่อนตากลมเย็นๆ กลับเจอสภาพเมืองตัวรุ่มที่อบอ้าวเหมือนอยู่ในห้องซาวน่า ทั้งที่พระอาทิตย์ตกไปตั้งนานแล้ว… มันเกิดอะไรขึ้นกับเมืองของเรา?

UrbanHeatIslandหรือหาดใหญ่ร้อนเพราะเมือง

เคยสังเกตไหมว่า เวลาเรายืนอยู่กลางเมืองจะรู้สึกร้อนอบอ้าวกว่าตอนยืนอยู่แถวชานเมืองอย่างควนลังหรือน้ำน้อย? นี่ไม่ใช่เรื่องอุปทานหมู่ มันคือสิ่งที่อธิบายปรากฏการณ์นี้ได้ว่า Urban Heat Island (เกาะความร้อนเมือง) สาเหตุเพราะใจกลางเมืองหาดใหญ่มีปริมาณตึกคอนกรีตหนาแน่นกว่าพื้นที่สีเขียวหลายเท่าตัว วัสดุอย่างปูนและยางมะตอยมีคุณสมบัติดูดซับความร้อนได้ดีเยี่ยม ต่างจากต้นไม้ที่ช่วยคายความชื้น ยิ่งเมืองเจริญ ตึกยิ่งเบียดเสียด ความร้อนจึงถูกขังไว้ตรงกลางเหมือนเรายืนอยู่บนเกาะภูเขาไฟ

หลักฐานจากDataVisualizationหาดใหญ่ขาดปอดฟอกความร้อน

ตัวเลขไม่เคยโกหกใคร จากชุดข้อมูล Data Visualization เรื่องพื้นที่สีเขียวที่จัดทำโดย Hatyai Connext ร่วมกับ mapmap เมื่อปีที่ผ่านมาได้กางแผนที่ตีแผ่ความจริงที่น่ากังวล โดยระบุว่าเทศบาลนครหาดใหญ่มีพื้นที่สีเขียวสาธารณะเพียง 34 แห่ง คิดเป็นสัดส่วนพื้นที่เพียง 1.8% ของขนาดเมืองเท่านั้น และเมื่อหารเฉลี่ยแล้ว ชาวหาดใหญ่มีพื้นที่สีเขียวเพียง 2.6 ตร.ม./คน ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานโลกที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำไว้ที่ 10 ตร.ม./คน ถึงเกือบ 4 เท่า

ยิ่งไปกว่านั้น ข้อมูลจากแผนที่ความเร่งด่วนยังชี้ชัดว่าพื้นที่กว่า 35% ของเมือง อยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างเร่งด่วนที่ต้องได้รับการพัฒนาพื้นที่สีเขียว โดยเฉพาะโซนใจกลางเมืองที่มีความหนาแน่นสูง ซึ่งสอดคล้องกับจุดที่เรารู้สึกร้อนที่สุด เป็นหลักฐานยืนยันว่าเรากำลังขาดแคลนปอดที่จะมาช่วยฟอกความร้อนออกจากเมืองอย่างรุนแรง

กลางวันเตาอบที่ชาร์จพลังงานเต็มพิกัด

ในตอนกลางวันหาดใหญ่อาจเปรียบให้เห็นภาพได้ว่าเสมือนเตาอบขนาดยักษ์ที่รับความร้อนจากสองทาง ทางแรกคือแดดที่แผดเผาลงมาตรงๆ ทางที่สองคือ Anthropogenic Heat หรือความร้อนที่มนุษย์สร้างขึ้น ทั้งไอเสียจากรถที่ติดและลมร้อนจากคอมเพรสเซอร์แอร์นับหมื่นตัวที่เป่าออกมาพร้อมกัน ผสมโรงกับคอนกรีตที่มีมวลความร้อนสูง มันจึงทำหน้าที่ดูดซับความร้อนเก็บไว้ทุกเม็ด ไม่ยอมสะท้อนกลับ นี่คือสาเหตุว่าทำไมกลางวันเราถึงรู้สึกร้อนเหมือนกำลังจะละลาย

กลางคืนแบตเตอรี่ความร้อนที่คายประจุ

จุดพีคอยู่ที่ตอนกลางคืน แทนที่อากาศจะเย็นลงตามธรรมชาติ ตึกที่อมความร้อนไว้ทั้งวันกลับทำหน้าที่เป็นแบตเตอรี่ที่เริ่มคายความร้อนออกมา ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ Tropical Night คือภาวะที่อุณหภูมิตอนกลางคืนไม่ลดต่ำลง ผนังห้องนอนที่ดูดแดดมาทั้งวันเริ่มแผ่ไอร้อนใส ทำให้แม้จะมืดแล้ว แต่ความรู้สึกอบอ้าวยังคงอยู่ ลมไม่พัด และเครื่องปรับอากาศต้องทำงานหนักเป็นสองเท่า

ทางออกคือPocketPark

เมื่อเมืองร้อนเพราะปูนเยอะกว่าต้นไม้และข้อมูลจาก mapmap ยืนยันชัดเจนว่าเราขาดแคลนพื้นที่สีเขียว คำถามชวนคิดคือถึงเวลาหรือยังที่หาดใหญ่ต้องมองหาทางออกด้วย ‘Pocket Park’ สวนหย่อมขนาดจิ๋วที่แทรกตัวอยู่ตามมุมตึก ซอกซอย หรือพื้นที่รกร้างกลางเมือง? เพื่อทำหน้าที่เป็นเกาะความเย็น ช่วยดูดซับความร้อนและเพิ่มช่องลมให้เมืองหายใจได้สะดวกขึ้น เหมือนที่เมืองใหญ่ๆ ทั่วโลกเริ่มทำกัน หรือเราจะยอมทนจ่ายค่าไฟแลกกับแอร์เย็นๆ ต่อไปในระยะยาว?

อ้างอิง

  • Rizwan, A. M., Dennis, L. Y., & Liu, C. (2008). A review on the generation, determination and mitigation of Urban Heat Island.
  • Santamouris, M. (2014). Cooling the cities – A review of reflective and green roof mitigation technologies.
  • Hatyai Connext & mapmap. (2025). Situational Analysis of Public Green Space in Hat Yai Municipality

#HatyaiConnext #CurioCity #mapmap #DataVisualization #ก็แดดมันร้อน #คนไม่ใช่หุ่นยนต์ #UrbanHeatIsland #TropicalNight #PocketPark #พื้นที่สีเขียวหาดใหญ่ #หาดใหญ่ #อากาศร้อน