
เหตุการณ์สะเทือนใจบริเวณเขาคอหงส์เมื่อสุนัขจรจัดกว่า 30 ชีวิตถูกวางยาเบื่อจนเสียชีวิต ถือเป็นประเด็นที่สร้างความหดหู่แก่สังคมอย่างมาก การลงพื้นที่ตรวจสอบขององค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์เดอะโฮปสงขลาร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและเทศบาลเมืองคอหงส์ เผยให้เห็นร่องรอยความสูญเสียที่ส่งผลกระทบมากกว่าเพียงเรื่องของสวัสดิภาพสัตว์ การกระทำดังกล่าวนอกจากจะมีความผิดทางกฎหมายแล้ว ยังเป็นการทำลายระบบการควบคุมประชากรสัตว์ในเขตเมืองที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง
สุญญากาศทางนิเวศวิทยา
การกำจัดสุนัขเจ้าถิ่นด้วยวิธีการรุนแรงก่อให้เกิดปัญหาที่ซับซ้อนกว่าที่หลายคนคาดคิด การกระทำเช่นนี้นำไปสู่สุญญากาศซึ่งเป็นหลักการทางนิเวศวิทยาประชากร เมื่อสัตว์ที่ครอบครองอาณาเขตเดิมซึ่งผ่านการทำหมันแล้วถูกกำจัดออกไปอย่างฉับพลัน พื้นที่ดังกล่าวจะเกิดสภาวะว่างเปล่า ทรัพยากรอย่างอาหารและแหล่งหลบภัยที่ยังคงอยู่จะดึงดูดสุนัขจรจัดกลุ่มใหม่จากพื้นที่ใกล้เคียงให้ย้ายถิ่นฐานเข้ามาแทนที่ สุนัขกลุ่มใหม่นี้ก็คาดเดาไม่ได้ว่าได้ผ่านกระบวนการทำหมันและฉีดวัคซีนมาแล้วหรือเปล่า ทำให้พื้นที่นี้ถูกรีเซ็ต วงจรการเพิ่มจำนวนประชากรและการแพร่ระบาดของโรคจึงกลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้งอย่างไม่รู้จบ
สารตกค้างและภัยคุกคามทางสิ่งแวดล้อม
ผลกระทบที่อันตรายไม่แพ้กันคือเรื่องของ ภาวะพิษสะสมในห่วงโซ่อาหาร การนำสารเคมีอันตรายมาวางปะปนกับอาหารในพื้นที่ป่าละเมาะและแหล่งธรรมชาติบนเขาคอหงส์มีความเสี่ยงสูงที่สารพิษจะปนเปื้อนลงสู่ผิวดินและแหล่งน้ำ ซากสุนัขที่ถูกทิ้งไว้ยังกลายเป็นพาหะส่งต่อสารพิษไปยังสัตว์กินซาก นก หรือสัตว์ป่าขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในระบบนิเวศเดียวกัน การกระทำนี้จึงเป็นการบ่อนทำลายความสมดุลทางธรรมชาติและสร้างความเสี่ยงด้านสาธารณสุขต่อผู้คนที่อาศัยอยู่บริเวณเชิงเขาอย่างรุนแรง
ความสูญเปล่าของทรัพยากรสาธารณสุข
ข้อมูลระบุชัดเจนว่าสุนัขที่เสียชีวิตจำนวนมากในเหตุการณ์นี้เป็นสัตว์ที่ผ่านการทำหมันและฉีดวัคซีนควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าเรียบร้อยแล้ว การสูญเสียครั้งนี้หมายถึงการทำลาย ทรัพยากรทางสาธารณสุขทั้งงบประมาณของรัฐ หยาดเหงื่อแรงกายของเจ้าหน้าที่ รวมถึงเวลาของอาสาสมัครที่ทุ่มเทให้กับการควบคุมประชากรสัตว์ในพื้นที่ เมื่อสุนัขกลุ่มใหม่เข้ามาแทนที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องสูญเสียงบประมาณซ้ำซ้อนเพื่อเริ่มต้นกระบวนการฉีดวัคซีนและทำหมันใหม่อีกครั้ง
บาดแผลทางจิตใจของคนในชุมชน
ความรุนแรงที่เกิดขึ้นทิ้งร่องรอยความบอบช้ำทางจิตใจไว้ให้กับกลุ่มอาสาสมัครและประชาชนที่คอยดูแลให้อาหารสัตว์เหล่านี้ ภาพซากสัตว์ที่คุ้นเคยนอนเสียชีวิตเกลื่อนพื้นที่ก่อให้เกิด ภาวะสะเทือนใจ ความรู้สึกไม่ปลอดภัยเริ่มก่อตัวขึ้นในชุมชนเมื่อมีผู้ใช้สารเคมีอันตรายอย่างอุกอาจในพื้นที่สาธารณะ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของการอยู่ร่วมกันและการขาดความตระหนักรู้ในการแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี
การจัดการเชิงรุกและการบังคับใช้กฎหมาย
วิกฤตครั้งนี้นำไปสู่การวางมาตรการร่วมกันของหลายภาคส่วนเพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย การกำหนดจุดให้อาหารอย่างเป็นระบบช่วยสร้างสุขอนามัยที่ดีและลดความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ในชุมชน มีการติดตั้งป้ายเตือนเพื่อบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 อย่างเคร่งครัด ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี ภาคประชาชนได้รวบรวมเงินรางวัลจำนวน 20,000 บาทสำหรับผู้แจ้งเบาะแสที่นำไปสู่การจับกุม การร่วมมือครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของสังคมในการปกป้องสิทธิของสิ่งมีชีวิตร่วมโลกและมุ่งหาวิธีการจัดการประชากรสัตว์จรจัดตามหลักวิชาการ
Image Courtesy of หมาบนเขาหาดใหญ่
อ้างอิง
– Matter H C & Daniels T J (2000) Dog ecology and population biology
– World Animal Protection (2019) Humane Dog Population Management Guidance
#HatyaiConnext #เขาคอหงส์ #ทารุณกรรมสัตว์ #สุนัขจรจัด #สวัสดิภาพสัตว์ #เดอะโฮปสงขลา #ปรากฏการณ์สุญญากาศ