“เมื่อเตาไฟถูกจุดขึ้นอีกครั้ง… คือสัญญาณว่าหัวใจของหาดใหญ่ยังคงเต้นต่อ”
ชวนฟังเสียงจาก 5 ร้านตำนานแห่งหาดใหญ่ ผู้ไม่ยอมจำนนต่อกระแสน้ำ แต่เลือกที่จะลุกขึ้นสู้เพื่อส่งต่อรสชาติแห่งกำลังใจให้กับทุกคน
เบื้องหลังอาหารจานเดียวทั้งเมนูข้าวและเมนูเส้นที่คุณคุ้นเคยคือความมุ่งมั่นที่ยืนยันว่า ถึงน้ำจะท่วมแค่ไหน ก็ไม่อาจดับไฟแห่งความหวังนี้ได้
มาร่วมสัมผัสรสชาติแห่งการยืนหยัด และส่งกำลังใจให้หาดใหญ่กลับมาคึกคักอีกครั้ง

มุ่ยกี่โอชา คุณนพดล นิติเรืองจรัส ทายาทรุ่นที่ 2

ตำนานข้าวมันไก่เตาถ่าน 80 ปีที่ ‘โกตง’ รับช่วงต่อจากลุงฮงดัด คือวิถีชีวิตดั้งเดิมที่ไม่ยอมใช้แม้แต่ไฟแช็ก แต่กลับต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่เมื่อน้ำสูงกว่า 3 เมตรพัดพาไก่ 30 ตัวและข้าวสารยกกระสอบให้เสียหายไปต่อหน้าต่อตา ในวันที่วัยและสังขารเริ่มเหนื่อยล้า โกตงอาจจะลุกขึ้นช้าลงบ้าง แต่เขาบอกกับตัวเองเสมอว่า “ล้มแล้วต้องรีบลุก” (หัวเราะ)
แม้วัตถุดิบและเครื่องปรุงที่เป็นหัวใจหลักจะสูญสลายไปกับสายน้ำ แต่ ‘ป้ายร้าน’ ที่อยู่มานานกว่า 40 ปี และเตาถ่านที่ยังคงความร้อนแรง คือสัญลักษณ์ว่ามุ่ยกี่โอชาจะไม่มีวันยอมแพ้ พี่ฝน ทายาทอีกคนเสริมว่า “อยากให้คนรุ่นใหม่ลองเปิดใจให้ร้านเล็ก ๆ ที่เป็นตำนาน เพื่อช่วยกันรักษาลมหายใจดั้งเดิมของหาดใหญ่ไว้”
“เราไม่ได้ขายเพียงแค่อาหาร แต่เราขายความสุขและความประทับใจที่อยากให้ทุกคนกลับมาหาเราซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขอบคุณลูกค้าทุกคนที่ยังอุดหนุนข้าวมันไก่เตาถ่านร้านนี้ ทำให้เราได้เห็นวิถีชีวิตดั้งเดิมของคนหาดใหญ่ยังคงอยู่ต่อไปครับ”
บะหมี่มะระหมูแดง คุณนิวัฒน์ ชีวรุ่งโรจน์ ทายาทรุ่นที่ 2

กว่า 40 ปีที่ ‘คุณแม่ม้อย’ บุกเบิกเส้นบะหมี่ที่คลุกเคล้าด้วยความเป็นเอกลักษณ์ของมะระ จนมาถึงยุคของคุณนิวัฒน์ที่สานต่อรสมือมานานกว่า 3 ทศวรรษ แต่ในวันที่มวลน้ำสูงถึง 3 เมตรไหลบ่าเข้าท่วม ความขมขื่นที่แท้จริงกลับไม่ใช่รสชาติอาหาร แต่คือภาพชั้นหนึ่งของร้านที่พังทลายจนต้องเริ่มต้นใหม่จากศูนย์
ตลอด 10 วันแห่งการปัดกวาดและรีโนเวทใหม่ทั้งหมด คุณนิวัฒน์ยอมรับว่าใจหายที่เห็นมรดกของคุณแม่ต้องเผชิญวิกฤตหนัก แต่สิ่งที่ทำให้เขายังคงยืนหยัดและยิ้มได้ท่ามกลางซากปรักหักพัง คือความผูกพันที่ลูกค้ายื่นมาให้ในวันที่ร้านมืดมิดที่สุด
“ขอบคุณลูกค้าประจำจริง ๆ ครับที่ไม่ได้อุดหนุนแค่เพียงอาหาร แต่คอยส่งกำลังใจถามไถ่และอยู่เคียงข้างเราเสมอ ความเป็นกันเองของทุกคนคือแรงผลักดันให้บะหมี่มะระชามนี้ยังคงมีรสชาติที่กลมกล่อมด้วยความรักเหมือนเดิม”
ขนมจีนป้าชื่น คุณป้อ ทายาทรุ่นที่ 3

ในพื้นที่ ‘ก้นกระทะ’ ของเขต 8 ขนมจีนป้าชื่นสาขา 3 ต้องแบกรับมวลน้ำมหาศาลที่ทลายทุกอย่างตรงหน้า พี่ป้อ ทายาทรุ่นที่ 3 ยอมรับว่าภาพความเสียหายระหว่างทางทำให้ใจหายที่สุด โดยเฉพาะการสูญเสียน้องหมาอันเป็นที่รักไปในมหาอุทกภัยครั้งนี้ แต่ในฐานะผู้นำ สิ่งที่พี่ป้อกังวลมากที่สุดกลับไม่ใช่ข้าวของที่พังพินาศ แต่คือ ‘ชีวิต’ ของลูกน้องว่าจะกินอยู่กันอย่างไรในวันที่น้ำมิดหัว
งบประมาณมหาศาลที่ใช้รีโนเวทอาจเป็นตัวเลขที่หนักอึ้ง แต่พี่ป้อบอกว่าไม่เคยถอดใจ เพราะรสมือที่ได้รับถ่ายทอดมาจากคุณยายชื่นยังคงอยู่กับเขา ลูกค้าทุกชนชั้นตั้งแต่ระดับสูงจนถึงรากหญ้าที่เฝ้ารอคอย คือปลายทางที่ทำให้เขาต้องกลับมาเปิดร้านใหม่อีกครั้งอย่างเข้มแข็ง
“ป้าชื่นยังคงเป็นป้าชื่นร้านเดิมที่ไม่เคยคิดเอาเปรียบลูกค้า ของเสียหายไม่เป็นไรเพราะฝีมือเรายังอยู่ ขอบคุณลูกค้าทุกคนที่รอคอยการกลับมาของเรา ปีนี้เราพร้อมต้อนรับทุกคนด้วยความตั้งใจที่มากกว่าเดิม”
ราดหน้าราโด้ คุณศิราพร นวลมณี ทายาทรุ่นที่ 2

ตำนาน 40 ปีของราดหน้าราโด้ในยุคของ ‘พี่ปุ้ม’ รุ่นที่ 3 ต้องเผชิญกับระดับน้ำที่สูงถึงชั้นสองเกือบระดับเข่า อุปกรณ์ทำมาหากินเสียหายเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด แต่ด้วยความรับผิดชอบที่มีต่อลูกน้องหลายชีวิต พี่ปุ้มจึงเร่งฟื้นฟูร้านจนสามารถเปิดให้บริการได้ในวันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา แม้บรรยากาศรอบข้างจะยังมืดมิดเพราะเสาไฟฟ้ายังไม่มีไฟก็ตาม
ความน่าทึ่งคือแม้ต้นทุนวัตถุดิบจะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วหลังน้ำลด แต่ความรักของลูกค้ากลับหนาแน่นยิ่งกว่าเดิม ทุกคนเดินฝ่าความมืดเข้ามาเพื่อสั่งราดหน้าหมี่กรอบและเส้นใหญ่ที่พวกเขาโหยหา เป็นภาพการสนับสนุนที่งดงามและอบอุ่นอย่างยิ่ง
“ขอบคุณลูกค้าทุกคนจริงๆ ที่ยังไว้ใจและกลับมาหาเราเหมือนเดิม แม้ในวันที่ร้านยังไม่พร้อมเต็มร้อย หรือในวันที่เมืองยังไม่มีไฟถนน ลูกค้าก็ยังเดินเข้ามาให้กำลังใจ พี่จะรักษามาตรฐานความอร่อยนี้เพื่อตอบแทนทุกความรัก”
ก๋วยเตี๋ยวหางหมู ยินกิจ คุณกนก กู้ก้องเกียรติ ทายาทรุ่นที่ 2

จากคุณปู่คุณย่าสู่ปัจจุบัน ร้านยินกิจคือตำนาน 6 ทศวรรษที่ยืนหยัดคู่หาดใหญ่มาอย่างยาวนาน น้ำท่วมที่สูงเกือบถึงชั้นสองทิ้งรอยแผลไว้ที่เครื่องใช้ไฟฟ้าและวัตถุดิบที่เตรียมไว้ขาย แต่ในจังหวะที่ไม่พร้อมที่สุด ไฟฟ้ายังไม่มา และวัตถุดิบหาซื้อยากแสนยาก ยินกิจกลับเลือกที่จะเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวหางหมูท่ามกลางความมืดมิด
วันแรกที่เปิดร้าน ยอดขายถล่มทลายไม่ใช่เพียงเพราะร้านอื่นยังไม่เปิด แต่เป็นเพราะลูกค้าเก่าที่ ‘นึกถึง’ และห่วงใยในรสมือที่เป็นดั่งเพื่อนเก่าแก่ได้แวะเวียนมาหา ความร้อนของน้ำซุปในหม้อก๋วยเตี๋ยววันนั้น จึงเป็นดั่งแสงสว่างแรกที่ช่วยเยียวยาจิตใจของทั้งคนทำและคนทาน
“ดีใจมากครับที่มีคนนึกถึงเรา ขอบคุณลูกค้าเก่าเยอะมากที่กลับมาหาในวันที่เรายังล้างบ้านไม่เสร็จดีด้วยซ้ำ ขอบคุณสำหรับแรงใจที่ทำให้ยินกิจยังคงมีลมหายใจมาตลอด 60 ปี และเราจะอยู่ตรงนี้ต่อไปเพื่อทุกคนครับ”