
ในขณะที่เราภูมิใจกับ PromptPay (พร้อมเพย์) ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในระบบธุรกรรมการเงินที่ดีที่สุดในโลก จะกินก๋วยเตี๋ยว 40 บาท หรือโอนค่าโปรเจกต์หลักแสน ก็ทำได้ในเสี้ยววินาทีบนปลายนิ้ว แต่ท่ามกลางกระแส Cashless Society สังคมไร้เงินสดที่กำลังเบ่งบาน กลับมีพื้นที่บางแห่งที่เทคโนโลยีเจาะไม่เข้า และยังคงยึดมั่นในระบบดั้งเดิมอย่างเหนียวแน่น
ล่าสุดกับวาทะแห่งปีจากเลขาธิการ กกต. ที่ระบุถึงการจับตาการเลือกตั้งว่า “หากอยากจะเตรียมเงินไว้ซื้อเสียง สามารถทำได้ แต่อย่าแจก” ประโยคนี้ไม่ได้แค่สะท้อนตรรกะทางกฎหมายที่น่าสนใจ ยังชี้ให้เห็นถึงขีดจำกัดทางเทคโนโลยีที่ทำให้เงินสดยังคงยืนหนึ่ง
ทำไมไม่โอนจ่าย
คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมการแจกเงินถึงไม่โอนผ่านพร้อมเพย์ให้จบๆ ไป? คำตอบอยู่ในโครงสร้างของระบบเอง พร้อมเพย์ถูกออกแบบมาบนมาตรฐานสากลที่ทุกธุรกรรมจะทิ้งร่องรอยที่เรียกว่าร่องรอยดิจิทัลไว้อย่างชัดเจน ใครโอนหาใคร เวลาไหน จำนวนเท่าไหร่ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกบันทึกอยู่ในบัญชีดิจิทัลกลาง (Ledger) ของธนาคารและสามารถถูกเรียกดูย้อนหลังได้โดยหน่วยงานตรวจสอบ
สำหรับการดำเนินงานที่ต้องการความเงียบ การใช้ระบบดิจิทัลเท่ากับเป็นการเขียนใบเสร็จรับเงินมัดตัวตัวเอง ดังนั้นทางรอดเดียวคือการออกจากระบบกลับสู่โลกกายภาพ นั่นคือการเบิกถอนเงินสดออกมา
เพราะเงินสดมันลบรอยเท้าได้
เมื่อเงินถูกถอนออกจากตู้ ATM หรือเคาน์เตอร์ธนาคาร มันจะกลายสภาพเป็นสินทรัพย์ที่ติดตามร่องรอยไม่ได้ทันที เพราะทันทีที่เงินออกจากธนาคารเส้นทางการเงินจะขาดลง ไม่มีใครรู้ว่าเงินก้อนนั้นเดินทางไปไหนต่อ จะถูกเก็บใส่ไห ฝังดิน หรือใส่ซองเตรียมไว้ สิ่งนี้สร้างสิ่งที่เรียกว่าการปฏิเสธความรับผิดชอบที่ฟังขึ้น (Plausible Deniability) หรือการอ้างว่าไม่รู้ไม่เห็นได้แบบเนียนๆ
ดังที่ กกต. ระบุว่า ถึงจะเจอการเบิกเงินผิดปกติ 250 ล้านบาท จากลูกค้า 6 ราย แต่ถ้ายังไม่เห็นตอนแจก ก็อ้างได้ว่าเป็นเรื่องธุรกิจเพราะเงินสดไม่มีบันทึกช่วยจำแปะว่าโอนไปเพื่ออะไรต่างจากดิจิทัล
ต้นทุนที่ยอมจ่ายเพื่อความล่องหน
ในทางเศรษฐศาสตร์ การใช้เงินสดมีต้นทุนการจัดการที่สูงมาก ต้องใช้คนขน ต้องนับ ต้องใส่ซอง และมีความเสี่ยงที่จะหายหรือถูกปล้น แต่สำหรับผู้เล่นในสนามนี้ นี่คือค่าธรรมเนียมพิเศษที่ยอมจ่ายแลกกับความปลอดภัยจากการถูกตรวจสอบ ยิ่งในช่วงโค้งสุดท้ายที่มีการจับตาเข้มข้นใน 42 จังหวัด การบริหารจัดการ การขนส่งเงินสด จึงเป็นความท้าทายยิ่งกว่าการหาเสียง
บทสรุปของเรื่องนี้คือตราบใดที่การเตรียมเงินไว้ไม่ผิด เราก็จะได้เห็นความย้อนแย้งของสังคมไทยต่อไป ด้านหน้าคือเมืองอัจฉริยะที่คนสแกนจ่ายค่ากาแฟกันสนุกสนาน แต่หลังฉากคือการเคลื่อนย้ายกองทัพเงินสดมูลค่ามหาศาลที่ตรวจสอบไม่ได เพราะเทคโนโลยีแก้ปัญหาความล่าช้าได้ แต่แก้ปัญหาความตั้งใจที่จะกระทำผิดโดยรู้อยู่แก่ใจของคนไม่ได้
ส่วนหาดใหญโหม๋เราสบายใจได้ เราคงไม่มีเรื่องพวกนี้แน่นอน เพราะหลังเลือกตั้งรอบนี้เมืองเรากำลังมุ่งสู่เมืองที่ดีกว่าเดิม การที่มีคนไปเบิกเงินสดเยอะๆ ช่วงนี้ ก็น่าจะเป็นแค่การเตรียมสภาพคล่องไว้หมุนเวียนธุรกิจแน่นอน
ใครจะกล้าแบกเงินสดเป็นถุงๆ เดินสวนกันในยุค 5G แบบนี้… ว่าพรือ ?
อ้างอิง
– Matichon Online. (2025, January 31). กกต.จับตาเข้ม 42 จังหวัด แข่งดุโค้งสุดท้าย เผยได้ข้อมูลแล้ว เบิกเงินสด 250 ล้าน.
#HatyaiConnext #PromptPay #CashlessSociety #Election2026 #กกต #เศรษฐศาสตร์การเมือง #DigitalFootprint #เลือกตั้ง2569 #พร้อมเพย์ #แบงก์ชาติ