ปฏิญญาสงขลาคำสัญญาที่หาดใหญ่ วาจาสิทธิ์ที่ชาวสงขลา-หาดใหญ่ ที่ต้อง ‘จำให้ได้’ และ ‘ทวงให้จริง’

‘ปฏิญญา’ (Declaration) คำคำนี้มักถูกใช้ในบริบทของการทูตหรือข้อตกลงระหว่างประเทศ เพื่อแสดงเจตนารมณ์ที่แน่วแน่ มั่นคง และมีพันธะสัญญาทางใจที่สูงส่งกว่าสัญญาซื้อขายทั่วไป

แต่ในบริบทของการเมืองที่กำลังร้อนแรง ณ ขณะนี้ ‘ปฏิญญา’ ถูกนำมาใช้เพื่อสื่อสารถึง “คำมั่นสัญญาประชาคม” ที่พรรคการเมืองมีต่อประชาชน เป็นพันธสัญญาที่ไม่ได้เขียนลงบนกระดาษราชการ เป็นการจารึกลงในความคาดหวังของผู้คน ซึ่งหากทำไม่ได้ตามที่พูด ผลที่ตามมาไม่ใช่แค่การผิดสัญญา แต่คือการพังทลายของศรัทธาทางการเมือง

บาดแผลที่ต้องแก้ด้วยระบบไม่ใช่รอยยิ้ม

จากตัวเลขความเสียหายของมหาอุทกภัยหาดใหญ่ปี 2568 ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประเมินไว้สูงถึง 15,000 ล้านบาท มันได้กลายเป็นโจทย์หินที่พิสูจน์ฝีมือของทุกพรรคการเมือง

ล่าสุดทาง ‘พรรคประชาชน’ ได้ประกาศ “ปฏิญญาสงขลา” เพื่อยกระดับการจัดการน้ำและฟื้นฟูเมือง ซึ่งเนื้อหาสาระสำคัญไม่ได้อยู่ที่วาทกรรม แต่อยู่ที่รายละเอียดเชิงโครงสร้างที่ชาวหาดใหญ่ต้องขีดเส้นใต้ไว้ช่วยกันตรวจสอบ ว่านี่คือแผนที่ทำได้จริงหรือเป็นเพียงความฝัน โดยหัวใจหลักคือการเปลี่ยนจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า มาเป็นการผ่าตัดเมืองอย่างเป็นระบบผ่าน 6 ด้านสำคัญ

เปิดพิมพ์เขียวอุโมงค์และผังเมืองถึงปากท้อง

สาระสำคัญของคำสัญญานี้ ครอบคลุมตั้งแต่เส้นเลือดใหญ่ไปจนถึงเส้นเลือดฝอย โดยเริ่มจาก ‘โครงสร้างพื้นฐาน’ (Infrastructure) ที่มีการเสนอเมกะโปรเจกต์มูลค่า 15,000 ล้านบาท เพื่อสร้าง ‘อุโมงค์ระบายน้ำยักษ์’ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 เมตร ความยาว 8.5 กิโลเมตร เพื่อดึงน้ำจากเขาคอหงส์ ระบายลงสู่ทะเลสาบสงขลาโดยตรง ด้วยศักยภาพการระบายน้ำถึง 2.6 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ตัดวงจรน้ำท่วมขังใจกลางเมือง ควบคู่ไปกับการสร้างแก้มลิงเพื่อชะลอน้ำจากต้นน้ำ

ในด้านการเตือนภัย จะมีการตั้ง ‘ศูนย์บริหารสถานการณ์น้ำ’ เพื่อบูรณาการข้อมูลจากทุกหน่วยงานไว้ที่เดียว และใช้เทคโนโลยี Cell Broadcast แจ้งเตือนภัยรายพื้นที่เข้ามือถือประชาชนล่วงหน้าอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง พร้อมทำชุดข้อมูลเปิดเผย (Open Data) เช่น ระดับน้ำในท่อระบายน้ำที่ละเอียดขึ้น เพื่อไม่ให้ชาวบ้านต้องเก็บของเก้อหรือเก็บไม่ทันเมื่อน้ำมาถึงหัวเข่า

ในมิติของการปรับตัวของเมือง ข้อเสนอนี้น่าสนใจตรงที่มองข้ามช็อตไปถึงการแก้ผังเมืองให้มีความยืดหยุ่น โดยขยายพื้นที่ทางน้ำไหลผ่าน (Floodway) ให้เป็นพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะฝั่งตะวันตก (คลอง ร.1 – คลองอู่ตะเภา) พร้อมใช้มาตรการทางภาษีจูงใจ (เช่น ลดภาษีที่ดินหรือเพิ่มสิทธิการพัฒนา (FAR) ให้เอกชนที่ออกแบบอาคารรับน้ำหรือมีพื้นที่สีเขียว รวมถึงสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อรีโนเวตอาคารเก่าให้ทนภัยพิบัติ ซึ่งถือเป็นแนวคิดใหม่ที่พยายามจะบอกว่า เราต้องอยู่ร่วมกับน้ำให้ได้ ไม่ใช่แค่สู้กับมัน

เศรษฐกิจต้องคืนชีพไม่ใช่แค่ประคอง

และส่วนที่สำคัญที่สุดสำหรับลมหายใจคนหาดใหญ่ คือมาตรการ ‘ฟื้นฟูและเยียวยา’ ที่ปฏิญญานี้ระบุตัวเลขไว้ชัดเจนว่าต้อง ขยายวงเงินซ่อมบ้านเป็น 100,000 บาท (จากเดิมที่ติดขัดเรื่องระยะเวลาภัยพิบัติ) และอัดฉีดสินเชื่อ SME ดอกเบี้ยต่ำสูงสุด 5 ล้านบาท เพื่อให้ผู้ประกอบการลุกขึ้นยืนได้จริง พร้อมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นแบบจัดเต็ม ทั้งแจกเงินคนละ 1,000 บาท โครงการหวยใบเสร็จ คูปองเครื่องใช้ไฟฟ้า และงบกระตุ้นท่องเที่ยวอีก 100 ล้านบาท

มีแผนกู้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวด้วยอีเวนต์คืนชีพเมือง โดยประกาศพื้นที่พร้อมเที่ยวและเส้นทางพร้อมใช้ทันทีหลังน้ำลด เพื่อดึงเม็ดเงินกลับมาหมุนเวียนและลบภาพจำเมืองน้ำท่วมให้เร็วที่สุด

ท้ายที่สุดแล้ว ‘ปฏิญญาสงขลา’ ในวันนี้ จึงมีสถานะเสมือนสัญญาจ้างล่วงหน้าที่พรรคประชาชนยื่นวางไว้บนโต๊ะต่อหน้าชาวสงขลาทุกคน หากมองว่าเป็นทางออกที่ใช่ อำนาจในการอนุมัติให้คำสัญญานี้มีผลบังคับใช้ไม่ได้อยู่ที่บนเวทีปราศรัย แต่จะอยู่ที่การตัดสินใจในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้

และหน้าที่ต่อมาคือการบันทึกและจดจำทุกรายละเอียดในเอกสารฉบับนี้ไว้ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการตรวจสอบและทวงถามในวันที่พวกเขาได้อำนาจไปครอง ว่าได้ลงมือแก้ปัญหาเมืองอย่างที่พูดไว้จริงหรือไม่

เพราะหาดใหญ่เจ็บกับคำสัญญาล้มๆ แล้งๆ มามากพอแล้ว

Image Courtesy of matichon

อ้างอิง

– ธนาคารแห่งประเทศไทย. (2568) รายงานประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้

– พรรคประชาชน. (2569) เอกสารนโยบาย 6 ด้านเพื่อฟื้นฟูและป้องกันน้ำท่วมสงขลา.

#HatyaiConnext #CurioCity

#ปฏิญญาสงขลา #น้ำท่วมหาดใหญ่ #เลือกตั้ง69 #พรรคประชาชน #นโยบายสาธารณะ