ข้ามไปเนื้อหา
เมือง 26 ม.ค. 2569 โดย Hatyai Connext

เชียงใหม่ หาดใหญ่ ขอนแก่น แฝดคนละฝาที่กำลังป่วยด้วยโรค ‘เมืองโตเดี่ยว’ เหมือนกัน

หากเรากางแผนที่ประเทศไทยแล้วปักหมุดเมืองหลักอย่าง เชียงใหม่ ขอนแก่น นครราชสีมา และ หาดใหญ่ เราจะพบความจริงที่น่าตกใจว่า แม้ภูมิศาสตร์จะต่างกันสุดขั้ว แต่เมืองเหล่านี้กำลังเผชิญ ความเสื่อมโทรมเชิงโครงสร้างแบบเดียวกัน

ตัวเลขจากสภาพัฒน์ฯ (NESDC) ปี 2568 ชี้ชัดว่า ช่องว่างระหว่าง กทม. กับหัวเมืองเหล่านี้ยังคงถ่างกว้างตามทฤษฎีเมืองโตเดี่ยว ที่กรุงเทพฯ มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่าเมืองอันดับสองถึง 9 เท่า ความบิดเบี้ยวนี้สร้างวิกฤตร่วมที่แก้ด้วยสูตรสำเร็จไม่ได้

กับดักงบประมาณของเมืองอกแตก

ปัญหาคลาสสิกที่ทุกเมืองเจอคือการรวมศูนย์งบประมาณ สถิติชี้ว่าภาษีที่เก็บได้จากหัวเมืองเหล่านี้กว่า 70-80% ถูกส่งเข้าส่วนกลาง แล้วตีกลับมาพัฒนาท้องถิ่นเพียงหยิบมือ

แต่สิ่งที่ หาดใหญ่ เจ็บปวดกว่าเมืองอื่นคือภาวะเมืองเศรษฐกิจที่ไร้ศูนย์กลางอำนาจ ในขณะที่เชียงใหม่หรือขอนแก่นเป็นทั้งเมืองเศรษฐกิจและเมืองหลวงของจังหวัด ทำให้งบจังหวัดและ อบจ. ทุ่มลงที่จุดเดียว แต่หาดใหญ่กลับต้องเผชิญสภาวะตัวเมืองหาดใหญ่แบกรับเศรษฐกิจ แต่ศูนย์ราชการและงบประมาณหลักกลับอยู่ที่อำเภอเมืองสงขลา การบริหารจัดการจึงขาดเอกภาพและงบประมาณถูกหารแบ่ง ทำให้โครงสร้างพื้นฐานในหาดใหญ่ทรุดโทรมเร็วกว่างบซ่อมที่ได้รับจัดสรร

เมืองที่ถูกออกแบบให้รถยนต์เป็นพระเจ้า

ข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ระบุว่า สัดส่วนการใช้รถยนต์ส่วนตัวในหัวเมืองใหญ่พุ่งสูงแตะ 85% สวนทางกับระบบขนส่งสาธารณะที่ล้มเหลว

– เชียงใหม่ เผชิญปัญหารถแดงผูกขาดและผังเมืองที่ขยายตัวไร้ทิศทาง

– หาดใหญ่ เผชิญปัญหาถนนที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับปริมาณรถปี 2569

ผลลัพธ์คือต้นทุนค่าเสียโอกาสจากรถติด ที่คนหาดใหญ่ต้องเสียเวลาบนถนนเฉลี่ย 40 นาที/วัน คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สูญเสียไปมหาศาล และยังนำมาซึ่งฝุ่น PM2.5 ที่กลายเป็นฤดูกาลประจำปีที่คนในพื้นที่ยังไม่ค่อยรับรู้

กับดักรายได้ที่ไล่คนเก่งออกจากเมือง

สถิติจาก JobThai และ LinkedIn ปี 2025 เผยให้เห็นความเหลื่อมล้ำของรายได้ที่น่ากังวล ตำแหน่งงานลักษณะเดียวกัน เช่น วิศวกร โปรแกรมเมอร์ การตลาด ในหาดใหญ่หรือขอนแก่น มีฐานเงินเดือนต่ำกว่ากรุงเทพฯ ถึง 30-40% แต่ดัชนีค่าครองชีพกลับต่ำกว่ากรุงเทพฯ เพียง 10-15%

สมการนี้ทำให้เกิดภาวะอยู่ยากสำหรับคนรุ่นใหม่ที่มีทักษะสูง ท้ายที่สุดเมืองเหล่านี้จึงเหลือแต่แรงงานราคาถูกและข้าราชการ ส่วนกลุ่มอื่นๆ ไหลเข้ากรุงเทพฯ หรือไปต่างประเทศหมด กลายเป็นวงจรที่ทำให้เมืองไม่สามารถดึงดูดการลงทุนกลุ่ม New S-Curve ได้ เพราะขาดแคลนบุคลากร

ทางออกที่ต้องออกแบบตามDNAเมือง

แม้ปัญหาตั้งต้นจะเหมือนกัน แต่วิธีแก้ปัญหาต้องถอดรหัสจาก DNA ที่ต่างกัน หากอ้างอิงตามแผนแม่บทระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 4 ภาคของสภาพัฒน์ (สศช.) และทิศทางของภาคเอกชนในพื้นที่ จะเห็นทางออกที่ชัดเจนว่าเราไม่สามารถลอกการบ้านกันได้

– เชียงใหม่ (ภาคเหนือ – NEC) ภาคเอกชนกำลังผลักดันโมเดล Creative & Wellness City โดยใช้ต้นทุนทางวัฒนธรรมและสถานะเมืองสร้างสรรค์ UNESCO มาดึงดูดกลุ่ม Digital Nomad และนักท่องเที่ยวสายสุขภาพ เพื่อหนีจากกับดักเมืองท่องเที่ยวราคาถูก

– ขอนแก่น (ภาคอีสาน – NeEC) กลุ่มขอนแก่นพัฒนาเมือง (KKTT) วางยุทธศาสตร์เป็น Rail & Logistics Hub โดยใช้ความได้เปรียบที่เป็นจุดตัดรถไฟความเร็วสูงและมหาวิทยาลัย เพื่อปั้นเมืองให้เป็นศูนย์กลางการแพทย์และศูนย์ซ่อมสร้างอากาศยาน

– หาดใหญ่ (ภาคใต้ – SEC/Border Zone) หอการค้าและนักธุรกิจในพื้นที่กำลังเรียกร้องให้ยกระดับเป็น Cross-Border Economic Zone หรือเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนใต้แบบครบวงจร เพื่อปลดล็อกกฎหมายให้สามารถทำ Duty Free Zone หรือ Entertainment Complex เพื่อดึงดูดกำลังซื้อมหาศาลจากมาเลเซียและสิงคโปร์ แทนการเป็นแค่ทางผ่านสินค้าแบบเดิม

ปลดล็อกท้องถิ่นก่อนเมืองจะตาย

จุดร่วมสุดท้ายที่จะผ่าทางตันนี้ได้ คือการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง ข้อเสนอเรื่อง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการเชียงใหม่มหานครหรือหาดใหญ่มหานครที่มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ หรือผู้บริหารเมืองโดยตรง และมีอำนาจจัดเก็บภาษีท้องถิ่นเอง

ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องความอยู่รอด หากโครงสร้างบริหารยังล้าหลังแบบนี้ ต่อให้ผ่านไปอีก 10 ปี หัวเมืองเหล่านี้ก็จะยังคงเป็นได้แค่เมืองบริวารที่รอรับเศษเงินทอนจากการพัฒนาต่อไป

โลกเขาไปไกลแล้ว

หากยังมองไม่เห็นภาพ ให้ดูโมเดลความสำเร็จของฟุกุโอกะประเทศญี่ปุ่น ที่กล้าขอสถานะเป็น National Strategic Special Zone ลดภาษีและแก้กฎหมายเพื่อดึงดูดสตาร์ทอัพ จนกลายเป็นเมืองที่มีอัตราการเติบโตของประชากรวัยหนุ่มสาวสูงที่สุดในญี่ปุ่น ทั้งที่อยู่ห่างไกลจากโตเกียว

หรือดูโมเดล Greater Manchester ของอังกฤษ ที่รัฐบาลกลางยอมกระจายอำนาจผ่า Devolution Deal ให้ท้องถิ่นบริหารงบประมาณสาธารณสุขและการขนส่งเอง 100% จนสามารถพลิกฟื้นจากเมืองอุตสาหกรรมเก่า ให้กลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจอันดับสองของประเทศได้สำเร็จ นี่คือหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า เมื่อท้องถิ่นปลดแอกจากส่วนกลาง เมืองจะระเบิดศักยภาพออกมาได้มหาศาลแค่ไหน

อ้างอิง:

– Office of the National Economic and Social Development Council. (2025). Gross Regional and Provincial Product Statistics. NESDC.

– World Bank. (2024). Thailand Urbanization Review: Better Cities for All. World Bank Group.

– OECD. (2024). The Fukuoka Startup City Model: Policy Lessons. OECD Publishing.

– Office of Transport and Traffic Policy and Planning. (2025). Traffic Congestion Report in Major Regional Cities. OTP.

#HatyaiConnext #CurioCity #หาดใหญ่ #เชียงใหม่ #ขอนแก่น #กระจายอำนาจ #เมืองโตเดี่ยว #เศรษฐกิจหัวเมือง #ผังเมือง