เดินหน้า 1 ถอยหลัง 2 เมื่อไทยกลายเป็น ‘คนป่วยแห่งเอเชีย’ และ ‘หาดใหญ่’ ไม่อาจเป็นข้อยกเว้น

เคยรู้สึกไหม? ไม่ว่าจะพยายามวิ่งให้เร็วแค่ไหน แต่ดูเหมือนเรายังย่ำอยู่ที่เดิม… หรือเผลอๆ อาจจะถอยหลังลงคลองเตยลิงก์เสียด้วยซ้ำ? ความรู้สึกนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในระดับปัจเจก แต่มันคือภาพสะท้อนของเศรษฐกิจประเทศไทยในรอบทศวรรษที่ผ่านมา จากอดีต “เสือเศรษฐกิจ” ที่ใครๆ ต่างจับตามอง วันนี้สื่อระดับโลกอย่าง Financial Times ได้พาดหัวนิยามสถานะใหม่ให้เราอย่างเจ็บแสบว่า “The Sick Man of Asia” หรือ “คนป่วยแห่งเอเชีย” และแน่นอนว่า ในร่างกายที่กำลังป่วยไข้นี้… “หาดใหญ่” ซึ่งเป็นหนึ่งในอวัยวะสำคัญ ย่อมไม่อาจหลีกหนีผลกระทบนี้ไปได้

อาการป่วยระยะลุกลาม

รายงานจาก Financial Times ระบุความจริงที่น่าตกใจว่า ในขณะที่เพื่อนบ้านกำลังวิ่งไปข้างหน้า เศรษฐกิจไทยกลับติดหล่มอยู่ที่การเติบโตระดับต่ำเตี้ยเรี่ยดินเฉลี่ยเพียง 2% ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา และล่าสุด IMF คาดการณ์ว่าปีนี้เราอาจโตได้แค่ 1.6% ซึ่งถือว่า ‘ช้าที่สุด’ ในบรรดาประเทศหลักของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สาเหตุเกิดจากโรคแทรกซ้อนที่รุมเร้าเข้ามาพร้อมกัน ตั้งแต่ปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยที่พุ่งสูงแตะ 90% ต่อ GDP ซึ่งสูงที่สุดลำดับต้นๆ ของเอเชีย ทำให้คนไม่กล้าใช้เงิน ผสมโรงกับปัญหาสังคมสูงวัยที่ประชากรลดลงต่อเนื่องและเด็กเกิดใหม่ต่ำสุดในรอบ 75 ปี ทำให้แรงงานหายและกำลังซื้อหดตัวลงอย่างน่าใจหาย ซ้ำร้ายอุตสาหกรรมเก่าที่เป็นฐานการผลิตยานยนต์ที่เคยเป็นความภูมิใจ วันนี้ค่ายรถยักษ์ใหญ่อย่าง Nissan Honda และ Suzuki เริ่มทยอยปิดโรงงานหรือลดกำลังการผลิต เพราะไม่สามารถแข่งขันกับคลื่นลูกใหม่อย่างจีนและเวียดนามได้อีกต่อไป

หาดใหญ่ในวังวนเมื่อเกราะกำบังมาเลเซียไม่อาจต้านทานไหว

สำหรับชาวหาดใหญ่ เราอาจรู้สึกอุ่นใจลึกๆ ว่าเรายังมีเกราะกำบังพิเศษคือนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่ยังข้ามแดนมาจับจ่าย แต่ในความเป็นจริง หาดใหญ่ไม่อาจแยกตัวออกจากร่างกายที่กำลังป่วยไข้นี้ได้ ตัวเลขภาพรวมชี้ว่าภาคท่องเที่ยวไทยยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ โดยปี 2568 มีต่างชาติเที่ยวไทย 32.9 ล้านคน ซึ่งลดลง 7% จากปีก่อน

อาการคนป่วยระดับชาติกำลังแสดงอาการผ่านลูกค้าคนไทยที่หายไป เพราะหนี้ครัวเรือนที่ท่วมหัวทำให้คนในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงรัดเข็มขัดจนกิ่ว เราจึงเห็นภาพย้อนแย้งที่เมืองดูเหมือนคึกคักเฉพาะวันหยุดเทศกาล (เดินหน้า 1 ก้าว) แต่ในวันธรรมดาบรรยากาศกลับเงียบเหงา ร้านค้าเก่าแก่ทยอยปิดตัว และตึกแถวย่านเศรษฐกิจหลักเต็มไปด้วยป้ายเซ้งหรือประกาศขาย (ถอยหลัง 2 ก้าว) ย้ำเตือนว่าลำพังแค่อีเวนต์รายวันไม่อาจรักษาโรคร้ายนี้ได้

สาเหตุที่ทำให้เราเดินหน้า1ถอยหลัง2เสมอ

หากถามว่าทำไมเศรษฐกิจถึงป่วยเรื้อรัง คำตอบไม่ได้อยู่ที่ตัวเลข GDP เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ ‘ความไม่มั่นคงเรื้อรัง’ ของโครงสร้างอำนาจ บทวิเคราะห์ล่าสุดจาก Dr. Petra Alderman ผู้เชี่ยวชาญจาก London School of Economics and Political Science (LSE) สถานศึกษาชั้นนำระดับโลกด้านเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์แห่งลอนดอน ชี้ให้เห็นความจริงที่น่าเจ็บปวดว่า สายตาของชาวโลกมองเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นในไทยอย่างชัดเจน โดยเฉพาะปรากฏการณ์ที่มีนายกรัฐมนตรีผลัดเปลี่ยนหน้ากันถึง 3 คน ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งปี ภาพความชุลมุนนี้ทำลายความเชื่อมั่นของมหาอำนาจอย่างจีนหรือชาติพันธมิตรในอาเซียนจนหมดสิ้น เพราะสิ่งที่โลกภายนอกต้องการไม่ใช่แค่รู้ว่าใครชนะเลือกตั้ง แต่คือหลักประกันว่ารัฐบาลที่คุยด้วยวันนี้ จะยังคงมีอำนาจอยู่ในวันพรุ่งนี้หรือไม่

กับดักโครงสร้างปี2560

ซ้ำร้ายไปกว่านั้น Matthew Wheeler นักวิเคราะห์จาก International Crisis Group ยังตอกย้ำว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 ได้กลายเป็น ‘อุปสรรคเชิงโครงสร้าง’ ก้อนมหึมาที่ขวางไม่ให้ประเทศเดินหน้า เพราะมันถูกออกแบบมาให้ผลการเลือกตั้งไม่การันตีผลลัพธ์ทางการเมืองเสมอไป

เราจึงตกอยู่ในสภาวะที่การเมืองไร้เสถียรภาพและนโยบายสาธารณะไม่ต่อเนื่อง เหมือนคนที่พยายามจะก้าวไปข้างหน้า 1 ก้าว แต่ถูกกลไกทางกฎหมายและองค์กรอิสระฉุดให้ถอยหลังกลับมา 2 ก้าวเสมอ และตราบใดที่สนิมเนื้อในนี้ยังไม่ถูกขัดออก ความหวังที่จะเห็นเศรษฐกิจฟื้นตัว หรือเห็นหาดใหญ่กลับมารุ่งเรือง ก็อาจเป็นเพียงภาพฝันที่เลือนลางลงทุกที

อ้างอิง

A. Anantha Lakshmi. (2026). How Thailand became the ‘sick man’ of Asia. Financial Times.

ณรงค์กร มโนจันทร์เพ็ญ , วิโรจน์ เลิศจิตต์ธรรม เลือกตั้ง 2569 : ‘เหมือนไทยเดินหน้าหนึ่งก้าว ถอยหลังสองก้าวเสมอ’. THE STANDARD.

#HatyaiConnext #CurioCity #เศรษฐกิจไทย #คนป่วยแห่งเอเชีย #การเมืองไทย #เลือกตั้ง69 #โครงสร้างปัญหา #FinancialTimes #TheStandard #หาดใหญ่ #SME