ข้ามไปเนื้อหา
เศรษฐกิจ 16 ต.ค. 2569 โดย Hatyai Connext

เศรษฐกิจเชิงโครงสร้าง เบื้องหลัง GDP 2.1% จากเสียงบนเวที IMF

การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF-World Bank Group Annual Meetings) ประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้น ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 เป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอความพร้อมทางเศรษฐกิจของประเทศ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ที่สะท้อนออกมา ตลอดจนการชุมนุมเรียกร้องที่เกิดขึ้นคู่ขนานกับการประชุม ได้แสดงให้เห็นถึงความท้าทายเชิงโครงสร้างทั้งในระดับมหภาคและระดับท้องถิ่น ทั้งยังเชื่อมโยงผลกระทบต่อพื้นที่เศรษฐกิจอย่างอำเภอหาดใหญ่

ความจริงของตัวเลขGDP

ในการประชุมประจำปี IMF-World Bank เดือนตุลาคม 2569 กองทุนการเงินระหว่างประเทศได้ปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์ GDP ของไทยในปี 2569 และ 2570 เป็น 2.1% โดยระบุถึงอานิสงส์เชิงบวกจากการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ตัวเลขนี้ปรับดีขึ้นเมื่อเทียบกับการประเมิน 1.6% ในรายงาน 2025 Article IV Consultation ที่เผยแพร่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ทว่าเมื่อมองในระยะยาว สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในทศวรรษหน้าจะเติบโตเฉลี่ยเพียง 2.8% ต่อปี ซึ่งอยู่ในกลุ่มรั้งท้ายอาเซียน สวนทางกับเวียดนามและฟิลิปปินส์ที่คาดว่าจะเติบโต 6.5% และ 6.1% ตามลำดับ

สาเหตุหลักที่ทำให้ GDP ไทยเติบโตช้ามาจากปัญหาเชิงโครงสร้าง 3 ประการ ได้แก่ การเข้าสู่สังคมสูงวัยที่ทำให้กำลังแรงงานในวัยทำงานลดลงและกระทบต่อกำลังซื้อ ระดับการสะสมทุนและการลงทุนที่ชะงักงันมาตั้งแต่วิกฤตต้มยำกุ้ง และการพึ่งพาอุตสาหกรรมดั้งเดิมที่เริ่มล้าสมัยทำให้สูญเสียความสามารถในการแข่งขันในห่วงโซ่มูลค่าโลกยุคใหม่

ข้อเรียกร้องเชิงโครงสร้าง

คู่ขนานไปกับการประชุมระดับโลก เครือข่ายสมัชชาคนจนและเครือข่ายประชาชนต่อต้านธนาคารโลกและ IMF ได้จัดการชุมนุมเียกร้องบริเวณแยกพระราม 4 การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการแสดงออกเพื่อตั้งคำถามต่อนโยบายทางเศรษฐกิจที่ถูกระบุว่าเป็นการสร้างภาระหนี้สินและการผูกขาดทรัพยากร โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้เสนอข้อเรียกร้อง 6 ประการ ได้แก่ การยกเลิกหนี้ที่ไม่เป็นธรรมสำหรับประเทศรายได้ต่ำ การสร้างกระบวนการให้ประชาชนตรวจสอบหนี้ต่างประเทศได้ การยุติการอุดหนุนกลุ่มทุนขนาดใหญ่เพื่อสนับสนุนเกษตรนิเวศ การเพิ่มรายได้รัฐผ่านภาษีความมั่งคั่ง การทำให้ธนาคารกลางมีความเป็นประชาธิปไตย และการประเมินนโยบายเศรษฐกิจที่ให้ความสำคัญกับประชาชนและระบบนิเวศมากกว่าเพียงดุลงบประมาณ

รอยต่อระหว่างนโยบายกับเศรษฐกิจหาดใหญ่

พลวัตเชิงโครงสร้างในระดับมหภาคส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ข้อมูลชี้ให้เห็นว่าจังหวัดสงขลาได้สูญเสียตำแหน่งศูนย์กลางเศรษฐกิจที่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) อันดับหนึ่งของภาคใต้ให้แก่ภูเก็ตและสุราษฎร์ธานีไปแล้ว ขณะที่เศรษฐกิจของอำเภอหาดใหญ่ต้องเผชิญกับภาวะชะลอตัวจากกำลังซื้อที่ลดลงและปัญหาหนี้ครัวเรือน ซ้ำเติมด้วยวิกฤตอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 4-5 หมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ ประเด็นที่เชื่อมโยงเสียงเรียกร้องในกรุงเทพฯ เข้ากับพื้นที่จังหวัดสงขลาโดยตรง คือโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ซึ่งคณะรัฐมนตรีอนุมัติกู้เงินจากธนาคารโลก วงเงินกว่า 4,550 ล้านบาท โครงการดังกล่าวถูกจัดอยู่ในกลุ่มมีความเสี่ยงสูงด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมตามเกณฑ์ประเมิน เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อระบบนิเวศของโลมาอิรวดีและส่งผลกระทบต่อพื้นที่ทำกินของชาวประมงพื้นบ้าน กรณีนี้เป็นภาพสะท้อนระดับท้องถิ่นที่สอดคล้องกับข้อกังวลของผู้ชุมนุมที่ว่า การกู้ยืมเงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่มักสร้างผลกระทบต่อทรัพยากรและวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชน

ตัวเลขการเติบโตของ GDP ที่ 2.1% ในปี 2569 จึงเป็นมาตรวัดที่สะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่หยั่งรากลึกในเศรษฐกิจไทย การสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันระดับภูมิภาค ผนวกกับเสียงสะท้อนจากการชุมนุมเรียกร้อง และภาวะเศรษฐกิจที่กำลังปรับฐานของเมืองหาดใหญ่ ชี้ให้เห็นว่าการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาวจำเป็นต้องอาศัยการยกระดับโครงสร้างการผลิต การกระจายรายได้ และการประเมินผลกระทบทางสังคมอย่างรอบด้าน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตของทุนข้ามชาติและการรักษาระบบนิเวศชุมชนท้องถิ่นด้วย

อ้างอิง

– IMF. (2026). Regional Economic Outlook.

– ธนาคารแห่งประเทศไทย. (2569). รายงานนโยบายการเงินและการวิเคราะห์ศักยภาพเศรษฐกิจไทย.

– สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2569). ข้อมูลผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP).

– World Bank Grup. (2025). Environmental and Social Framework (ESF) for Songkhla Lake Bridge Project.

#HatyaiConnext #เศรษฐกิจหาดใหญ่ #IMFWorldBank2026 #เศรษฐกิจไทย #สงขลา #หาดใหญ่