ความหนืดของราคาที่ขึ้นแล้วลงยาก ผลกระทบต่อชนทุกชั้นของหาดใหญ่
ปรากฏการณ์ที่ราคาสินค้าและบริการปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วตามต้นทุน แต่กลับไม่ลดลงเมื่อสถานการณ์ปกติ หรือที่เรียกว่า ความหนืดของราคา (Sticky Prices) กำลังเป็นความท้าทายที่กัดกร่อนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจไทย การทำความเข้าใจปัญหานี้ต้องอาศัยความเชื่อมโยงโครงสร้างระดับมหภาคสู่พลวัตระดับพื้นที่ โดยเฉพาะในอำเภอหาดใหญ่ที่เป็นเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจที่มีโครงสร้างเฉพาะตัวสูง ทั้งจากการพึ่งพานักท่องเที่ยวข้ามพรมแดนและการแบกรับต้นทุนจากความไม่สมดุลของตลาด
รากฐานของความหนืดทางราคา
รากฐานของความหนืดทางราคาสามารถในเศรษฐศาสตร์ ชี้ว่าระดับราคาไม่ได้ถูกกำหนดโดยอุปสงค์และอุปทาน ณ ขณะนั้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังถูกผูกมัดด้วยการคาดการณ์เงินเฟ้อ ต้นทุนการปรับราคา และสัญญาปริยาย ที่ทำให้ผู้ประกอบการเลือกคงราคาไว้เพื่อรักษาเสถียรภาพกำไร ปรากฏการณ์นี้ยิ่งทวีความรุนแรงเมื่อประสานงากับวิกฤตความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ดันต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งให้พุ่งสูงขึ้น ความผันผวนของสภาพภูมิอากาศที่ทำลายเสถียรภาพวัตถุดิบทางการเกษตร ตลอดจนภาวะสินค้าทุ่มตลาดจากจีนที่บีบคั้นให้ผู้ประกอบการไทยสูญเสียส่วนแบ่งและไม่สามารถลดราคาลงได้ตามกลไกปกติ
โครงสร้างราคาที่ปรับค่าครองชีพลดลงไม่ได้
นอกจากปัจจัยภายนอกแล้ว อุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางกลไกตลาดเสรีคือโครงสร้างอุตสาหกรรมในประเทศที่มีลักษณะกึ่งผูกขาด ห่วงโซ่อุปทานมักถูกครอบงำโดยพ่อค้าคนกลางและแพลตฟอร์มรายใหญ่ที่ใช้อำนาจเหนือตลาดบีบบังคับคู่ค้ารายย่อย ซึ่งสอดคล้องกับปรากฏการณ์เงินเฟ้อจากความโลภ (Greedflation) ที่กลุ่มธุรกิจฉวยโอกาสในยามวิกฤตปรับขึ้นราคาเพื่อสร้างกำไรสูงสุด ผนวกกับนโยบายแทรกแซงราคาพลังงานของภาครัฐ ทั้งความล้มเหลวในการจัดการโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติและภาระค่าความพร้อมจ่ายที่ถูกผลักมาให้ประชาชน ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นฟันเฟืองสร้างโครงสร้างราคาที่แข็งเกร็งและป้องกันไม่ให้ค่าครองชีพปรับลดลงได้จริง
โครงสร้างราคาแบบอสมมาตร
เมื่อมองลึกลงมาในระดับภูมิภาค หาดใหญ่เปรียบเสมือนภาพจำลองของปัญหามหภาคที่ถูกขยายผลให้รุนแรงขึ้น แม้จะเป็นศูนย์กลางการค้าข้ามพรมแดน ทว่านอกเหนือภาวะความหนืดทางราคาตามข้างต้นการพึ่งพิงกำลังซื้อจากนักท่องเที่ยวมาเลเซียและสิงคโปร์ได้สร้างโครงสร้างราคาแบบอสมมาตร สินค้าถูกตั้งราคาตามกำลังซื้อต่างชาติ ซึ่งกลายเป็นภาระค่าครองชีพของท้องถิ่น ความเปราะบางนี้ยิ่งเด่นชัดเมื่อค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์พุ่งสูงลิ่ว สวนทางกับตลาดแรงงานท้องถิ่นที่มีข้อจำกัดด้านค่าจ้าง ทำให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กต้องแบกรับต้นทุนคงที่มหาศาลและตกอยู่ในสภาวะจำยอมที่ไม่สามารถลดราคาขายลงได้
ตัวเร่งปฏิกิริยาที่เปิดเผยความเปราะบาง
วิกฤตการณ์เชิงโครงสร้างนี้แสดงผลกระทบที่เจ็บปวดที่สุดเมื่อหาดใหญ่ต้องเผชิญกับอุทกภัยครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่เปิดเผยความเปราะบางของอุตสาหกรรมร้านอาหาร เมื่อผู้ประกอบการต้องแบกรับทั้งต้นทุนฟื้นฟูกิจการและวัตถุดิบที่แพงขึ้น แต่กลับมีฉันทามติในการตรึงราคาอาหารไว้ตามเดิม การตัดสินใจนี้สะท้อนว่าระดับราคาในหาดใหญ่ได้พุ่งชนขีดจำกัดสูงสุดของอุปสงค์แล้ว หากขึ้นราคาอีกธุรกิจจะล้มละลาย ผลลัพธ์คือการหดตัวของอัตรากำไรที่บีบให้ธุรกิจต้องลดคุณภาพชีวิต ถ่างช่องว่างความเหลื่อมล้ำ และสร้างอัตราเงินเฟ้อที่แท้จริงให้สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศสำหรับกลุ่มเปราะบาง
การก้าวข้ามกับดักความหนืดทางราคาจึงไม่อาจพึ่งพากลไกตลาดเสรีหรือเพียงเรียกร้องให้ประชาชนประหยัดอดออม แต่ต้องการชำแหละเชิงโครงสร้างอย่างบูรณาการ ตั้งแต่การใช้นโยบายการเงินที่เฉียบขาดเพื่อควบคุมการคาดการณ์เงินเฟ้อ การปฏิรูปโครงสร้างพลังงานและการบังคับใช้กฎหมายเพื่อสลายการผูกขาดทางการค้า สำหรับหาดใหญ่จำเป็นต้องมียุทธศาสตร์กระจายศูนย์กลางพาณิชยกรรมเพื่อลดต้นทุนค่าเช่า การพัฒนาเมืองฟองน้ำเพื่อรับมือภัยพิบัติ และการปรับโครงสร้างสู่เมืองไมซ์และเมืองแห่งวัฒนธรรมอาหาร การผนึกกำลังเหล่านี้คืออาจเป็นหนทางที่จะฟื้นคืนเสถียรภาพของกลไกตลาด และคืนความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนให้เศรษฐกิจหาดใหญ่ได้บ้าง
อ้างอิง
– เศรษฐกิจไทยไปต่ออย่างไร ท่ามกลางแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและการฟื้นตัวที่ไม่เท่าเทียม. (2565). วิจัยกรุงศรี.
-เจาะ 4 เทรนด์โลก ความท้านทายใหม่ต่อการดูแลเงินเฟ้อ. (2568). วารสารพระสยาม ธนาคารแห่งประเทศไทย.
– Search frictions in good markets and CPI inflation. (2024). Masashige Hamano.
– ภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่สี่ ทั้งปี 2568 และแนวโน้มปี 2569. (2569). สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
– เขย่าโครงสร้างราคาขยับสู่ตลาดไฟฟ้าเสรี. (2568). สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย.