Skip to content
City Connext
  • About
  • Blog
  • Contact
  • Home
  • PROJECT
  • Services
  • หน้าแรก
Get in Touch
  • CONTENT
  • PROJECT
Hatyai connext trans logo
  • CONNEXT
City Connext
Hatyai connext trans logo
จากความกลัวสู่ความหวัง ทำไมการ 'เกลียดโกง-รักสงบ' ถึงควรเดินเข้าคูหาไป 'กาเห็นชอบ' เพื่อปลดล็อกสงขลาบ้านเรา . ท่ามกลางฝุ่นตลบทางการเมือง หลายท่านที่เคยสนับสนุนรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 อาจกำลังรู้สึกสับสนและลังเลที่จะโหวตแก้ไข ด้วยเหตุผลที่เข้าใจได้ว่าต้องการ 'ความสงบ' และต้องการ 'ปราบโกง' ซึ่งเป็นจุดขายหลักของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน แต่หากเราลองถอยออกมามองความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา เราอาจพบคำตอบที่น่าเจ็บปวดว่า กติกาที่เราเคยเชื่อมั่นว่าดี กลับกลายเป็นโซ่ตรวนที่ล็อกประเทศไว้กับความล้มเหลวเสียเอง หายใจลึกๆ แล้วลองไตร่ตรองดูเหตุผลว่าทำไมการ 'กาเห็นชอบ' ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ คือทางออกที่จะตอบโจทย์ความต้องการอย่างแท้จริง . #ยกระดับสวัสดิการไม่ใช่การยึดคืน ความกังวลใหญ่ที่สุดคือ "กลัวว่าถ้าแก้รัฐธรรมนูญแล้ว บัตรคนจนหรือเงินช่วยเหลือจะหายไป" ขอเรียนชี้แจงให้ชัดเจนตรงนี้ว่า "ไม่เป็นความจริง" . สิ่งที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่พยายามทำคือการเปลี่ยนวิธีคิดจากการสงเคราะห์ที่ท่านต้องคอยพิสูจน์ความจน ต้องลงทะเบียนซ้ำซาก และต้องลุ้นการอนุมัติให้กลายเป็น 'สวัสดิการถ้วนหน้า' . นั่นหมายความว่า เงินช่วยเหลือต่างๆ จะถูกอัปเกรดให้เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน เหมือนสิทธิบัตรทองหรือเรียนฟรีที่รัฐต้องจ่ายให้กับทุกคนเสมอกันตั้งแต่เกิดจนตาย ไม่ว่าจะเป็นเงินอุดหนุนเด็กเล็กหรือเบี้ยผู้สูงอายุสำหรับพ่อเฒ่าแม่เฒ่าทั่ว โดยไม่ต้องรู้สึกว่าเป็นภาระหรือต้องร้องขอ ของเก่าที่มีอยู่ไม่หายไป แต่จะได้สิ่งใหม่ที่มีศักดิ์ศรีและความมั่นคงมากกว่าเดิม . #เมื่อรัฐธรรมนูญปราบโกงพังทลายต่อหน้าต่อตา หากท่านสนับสนุนรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 เพราะเกลียดการทุจริต ขอให้มองกรณีศึกษาที่เจ็บปวดที่สุดในบ้านเรา คือ 'ซากอควาเรียมหอยสังข์' ที่ตั้งตระหง่านประจานความล้มเหลวมากว่า 15 ปี ผลาญงบไปกว่า 1,400 ล้านบาท หรือเหตุการณ์ 'อาคาร สตง. ถล่ม' และโครงการก่อสร้างแปลกๆ อีกมากมาย . สิ่งสำคัญที่ต้องตระหนักคือถึงแม้มหากาพย์อควาเรียมนี้จะไม่ได้เริ่มสร้างในยุครัฐธรรมนูญฉบับปี 60 แต่การดำรงอยู่ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ คือการ 'ตัดสิทธิ์' และ 'แช่แข็ง' กระบวนการตรวจสอบของภาคประชาชนให้ยาวนานออกไปโดยปริยายเพราะภายใต้โครงสร้างปัจจุบัน อำนาจการตรวจสอบถูกผูกขาดไว้ที่องค์กรอิสระที่ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน ทำให้เราไม่สามารถเร่งรัดเอาผิดหรือถอดถอนใครได้เลย การกาเห็นชอบครั้งนี้ จึงไม่ใช่การเปิดช่องให้คนโกง แต่คือการทวงคืนอาญาสิทธิ์ในการตรวจสอบให้กลับมาอยู่ในมือประชาชนเพื่อยุติวงจรการโกงที่ตรวจสอบไม่ได้นี้เสียที . #งบหมื่นล้านแพงไปไหมหรือราคาที่ต้องจ่ายเพราะใครฉีก อีกหนึ่งประเด็นที่มักหยิบยกมาขึ้นมาคือ "การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ต้องใช้งบประมาณสูงถึง 14,000 ล้านบาท เอาเงินไปทำอย่างอื่นดีกว่าไหม?" เป็นความจริงที่เงินจำนวนนี้สูง แต่คำถามที่สำคัญกว่าตัวเงินคือ "แล้วทำไมเราถึงต้องมาเสียเงินร่างใหม่กันอีกครั้ง?" . หากย้อนกลับไปดูต้นตอ เราจะพบว่าเราไม่จำเป็นต้องเสียเงินหมื่นล้านนี้เลย หากรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนในอดีตไม่ถูกฉีกด้วยจากรัฐประหาร การที่ประเทศต้องวนลูปกลับมานับหนึ่งใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าคือต้นทุนที่แพงกว่าตัวเงินมากนัก มันคือต้นทุนโอกาสที่หายไปนับสิบปี . ลองคิดดูเล่นๆ ว่า แค่ซากอควาเรียมแห่งเดียวก็ปาเข้าไป 1,400 ล้านบาทแล้ว หากเรายอมจ่าย 14,000 ล้านบาท เพื่อสร้างกติกาที่หยุดยั้งโครงการอัปยศเหล่านี้ได้ตลอดไป มันคือการลงทุนเพื่อตัดรายจ่ายที่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว ดีกว่าปล่อยให้ประเทศเสียหายวันละหลายพันล้านจากการบริหารที่ตรวจสอบไม่ได้เช่นทุกวันนี้ . #ปลดล็อกสงขลาให้ภาษีเราดูแลบ้านเรา เคยสงสัยไหมว่าทำไม สงขลา-หาดใหญ่ ถึงมีงบพัฒนาเมืองเพียงหยิบมือ? ทำไมปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากถึงต้องรออนุมัติงบจากส่วนกลางทุกครั้ง? คำตอบคือ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันรวมศูนย์อำนาจและงบประมาณกว่า 80% ไว้ที่ส่วนกลาง ท้องถิ่นมีหน้าที่เพียงรับคำสั่ง . สำหรับคนที่รักบ้านเกิด การโหวตเห็นชอบร่างใหม่คือกุญแจสำคัญที่จะกระจายอำนาจ ให้ท้องถิ่นมีสถานะเป็นนิติบุคคลที่มีอิสระในการบริหารงบประมาณ ลองจินตนาการว่าถ้าภาษีที่คนหาดใหญ่หาได้ ถูกนำมาใช้สร้างระบบระบายน้ำ หรือพัฒนาระบบขนส่งเชื่อมต่อเมืองได้ทันทีโดยไม่ต้องรอเซ็นอนุมัติจากกรุงเทพฯ บ้านเราจะพัฒนาไปได้ไกลและสงบสุขจากความเจริญที่จับต้องได้จริง . #ซ่อมบ้านไม่ได้ทุบเสาเอก อีกหนึ่งความกังวลคือข่าวลือเรื่องการ "ล้มล้างมาตรา 112" หรือหมวดพระมหากษัตริย์ ขอให้ทำความเข้าใจใหม่ด้วยข้อมูลที่ถูกต้องว่า การลงประชามติครั้งนี้ เปรียบเสมือนการโหวตว่าจะจ้างสถาปนิก (ส.ส.ร.) มาออกแบบแปลนบ้านใหม่ไหม? เพราะบ้านหลังเดิมโครงสร้างเศรษฐกิจพัง ท่อประปาแตก . ซึ่งในเงื่อนไขการแก้รัฐธรรมนูญ มีกติกาที่เขียนล็อกไว้อย่างแน่นหนาอยู่แล้วว่า "ห้ามแตะต้องหมวด 1 (บททั่วไป) และหมวด 2 (พระมหากษัตริย์) รวมถึงห้ามเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครอง" ดังนั้น การกาเห็นชอบ คือการบอกว่า "มาช่วยกันซ่อมหลังคาบ้านที่รั่วเถอะ" ส่วนเสาเอกของบ้านนั้นปลอดภัยและไม่มีใครสามารถไปแตะต้องได้ตามกฎหมาย อย่าปล่อยให้ความกลัวที่ถูกปั่นกระแส ปิดโอกาสในการซ่อมแซมคุณภาพชีวิตของพวกเราเอง . #โพยลับเข้าคูหา8กุมภาจำให้แม่น . เนื่องจากมีการยุบสภาเมื่อปลายปี 68 ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ท่านจะได้รับบัตรถึง 3 ใบ ขอให้ตั้งสติและจำสูตรนี้ไว้ให้แม่น 1. ใบที่หนึ่ง: เลือก ส.ส. เขต (คนทำงานที่ไว้ใจ) 2. ใบที่สอง: เลือก พรรคการเมือง (นโยบายที่ชอบ) 3. ใบที่สาม: บัตรประชามติ ให้มองหาช่องคำว่า "เห็นชอบ" แล้วกาลงไปอย่างมั่นใจ . จำง่ายๆ ว่า '2 ใบแรกเลือกผู้แทนไปบริหารประเทศ ใบที่ 3 เลือกกติกามาพัฒนาชีวิต' นี่คือโอกาสที่ท่านจะได้ใช้สิทธิในฐานะเจ้าของบ้านเพื่อรื้อถอนโครงสร้างที่ผุพัง แล้วร่วมกันลงเสาเข็มสร้างบ้านหลังใหม่ ให้เป็นบ้านที่มั่นคง ปลอดภัย และโปร่งใสตรวจสอบได้อย่างแท้จริง __ #HatyaiConnext #แก้รัฐธรรมนูญ #ประชามติ #กาเห็นชอบ #สงขลา #หาดใหญ่ #การกระจายอำนาจ #เลือกตั้ง69hatyaiconnext
  • CONTENT

จากความกลัวสู่ความหวัง ทำไมการ ‘เกลียดโกง-รักสงบ’ ถึงควรเดินเข้าคูหาไป ‘กาเห็นชอบ’ เพื่อปลดล็อกสงขลาบ้านเรา

ท่ามกลางฝุ่นตลบทาง…

เจอกันที่ Kiss หวันแดง เมื่ออาทิตย์ตกดินก็ได้เวลาที่หวันแดงสถานบันเทิงสังสรรค์ที่คนหาดใหญ่คุ้นเคย . ในบรรดาสถานบันเทิงนับร้อยแห่งที่ผุดขึ้นและดับลงในหาดใหญ่ มีเพียงไม่กี่ชื่อที่สามารถยืนหยัดข้ามยุคสมัยและกลายเป็นสถานที่ที่คนท้องถิ่นให้การยอมรับ หนึ่งในนั้นคือ Kiss หวันแดง แต่ความเข้าใจผิดที่หลายคนมักสับสนคือ คิดว่าที่นี่คือร่างใหม่ของ Kiss Channel ทว่าในความเป็นจริง ทั้งสองคือพี่น้องร่วมสายเลือดภายใต้การบริหารของกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่อย่าง Kiss Entertainment Group ที่ครองตลาดบันเทิงหาดใหญ่มากว่า 25 ปี . #ถอดรหัสคำว่าหวัน มีคำถามยอดฮิตจากนักท่องเที่ยวหรือคนต่างถิ่นเสมอว่าทำไมต้องชื่อนี้? คำตอบซ่อนอยู่ในรากศัพท์และการสร้างแบรนด์ คำว่า Kiss (คิส) ไม่ได้มีความหมายแฝงเรื่องความรักใคร่ แต่คือชื่อย่อของบริษัทต้นสังกัดที่การันตีมาตรฐานความบันเทิง ส่วนคำว่า หวันแดง (Wandang) เป็นการเล่นคำภาษาถิ่นใต้ที่แปลว่าตะวันแดงหรือช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกดิน เพื่อสื่อถึงรูปแบบร้านที่เป็นผับเพื่อชีวิต . เมื่อมารวมกัน ’Kiss หวันแดง‘ จึงหมายถึง สถานบันเทิงสไตล์เพื่อชีวิตรูปแบบใหม่ ที่มีความทันสมัยและเป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของ Kiss Group ไม่ใช่ร้านเหล้าเพิงหมาแหงน คือเพื่อชีวิตติดแอร์ที่มีมาตรฐาน . #อาณาจักรKissGroup ถึงแม้ว่าปัจจุบันอาจจะมีปิดไปบ้างแล้ว ความยิ่งใหญ่ของแบรนด์นี้ไม่ได้มีแค่ร้านเดียว เป็น Ecosystem ของความบันเทิงที่ครบวงจรที่สุดในหาดใหญ่ ภายใต้การบริหารเดียวกัน มีการกระจายธุรกิจออกไปตอบโจทย์คนทุกกลุ่มอย่างครอบคลุม หากอยากดูโชว์วาไรตี้ต้องไป Kiss Channel หากอยากร้องเพลงในบรรยากาศส่วนตัวต้องไป Kiss Music Lounge ไว้รองรับ รวมถึง Kiss Garden Home Chic Hotel ที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว การกระจายตัวของธุรกิจเหล่านี้สะท้อนให้เห็นวิสัยทัศน์ที่ต้องการเป็นเบอร์หนึ่งในทุกเซกเมนต์ของราตรีหาดใหญ่ . #บันทึกหน้าประวัติศาสตร์โควิด ความนิยมและจำนวนผู้คนที่หลั่งไหลเข้ามาที่ Kiss หวันแดง ถูกบันทึกไว้อย่างชัดเจนในหน้าประวัติศาสตร์ช่วงวิกฤตโควิด-19 ระลอกเดือนเมษายน 2564 เมื่อสาธารณสุขจังหวัดสงขลาเปิดเผยไทม์ไลน์กลุ่มเสี่ยง ซึ่งชื่อของ Kiss หวันแดงปรากฏเป็นหนึ่งในจุดเชื่อมโยงสำคัญ เหตุการณ์ครั้งนั้นมีผู้ติดเชื้อต้นทางเพียงไม่กี่ราย แต่สิ่งที่น่าตระหนกและสะท้อนความฮอตของร้านได้ดีที่สุดคือ ตัวเลขกลุ่มเสี่ยงสัมผัสที่มีมากถึง 734 ราย ตัวเลขนี้เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า ในแต่ละค่ำคืน สถานที่แห่งนี้คือศูนย์รวมของผู้คนมหาศาลที่หมุนเวียนเข้ามาใช้บริการ เป็นหมุดหมายสำคัญที่คนหาดใหญ่และนักท่องเที่ยวต้องมาเช็กอิน จนกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ภาครัฐต้องจับตามองเป็นพิเศษในยามวิกฤต . #เสียงสะท้อนจากนักเที่ยว หากไปส่องคอมเมนต์ใน Google Maps จะพบว่า Kiss หวันแดง คือศูนย์รวมความเห็นที่สะท้อนจริตคนหาดใหญ่และผู้มาเยือนได้อย่างดีเยี่ยม เสียงส่วนใหญ่ชื่นชมความจัดเต็มของวงดนตรีสดที่เล่นเพลงเพื่อชีวิตได้ถึงอารมณ์ ผสมผสานกับเพลงสตริงและลูกทุ่งสามช่าในช่วงดึก ทำให้อะดรีนาลีนของคนทั้งร้านพุ่งพล่าน ควบคู่ไปกับเรื่องปากท้องที่จริงจังไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเมนูอาหารรสจัดจ้านที่กลายเป็นกับแกล้มคู่โต๊ะที่ขาดไม่ได้ พื้นที่แห่งนี้ยังทำหน้าที่เป็นจุดนัดพบที่ลดช่องว่างระหว่างวัย เราจะเห็นภาพวัยรุ่น วัยทำงาน และรุ่นใหญ่ สนุกร่วมกันได้ในเพลงเดียวกัน โดยเฉพาะการจัดงานวันเกิดที่นี่ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของแก๊งเพื่อนฝูงในหาดใหญ่ไปแล้ว . #บทสรุปของตำนาน ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน Kiss หวันแดง ยังคงยืนหยัดเป็นพี่ใหญ่ที่รักษามาตรฐานความสนุกเอาไว้ได้ การมีอยู่ของร้านนี้จึงเป็นมากกว่าธุรกิจ เป็นเหมือนห้องรับแขกยามค่ำคืนของเมืองหาดใหญ่ ที่รอต้อนรับผู้มาเยือนให้เข้าไปสัมผัสบรรยากาศที่หาจากที่ไหนไม่ได้ ทันทีที่หวันตกดิน . อ้างอิง - เว็บไซต์ HatYai Kiss Group - ข้อมูลไทม์ไลน์สถานการณ์โควิด-19 จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา (เมษายน 2564) และสำนักข่าวอิศรา - Google Maps Reviews: Kiss Wandang Hatyai __ #HatyaiConnext #Kissหวันแดง #หาดใหญ่ #รีวิวหาดใหญ่ #ธุรกิจกลางคืน #หวันแดงhatyaiconnext
  • CONTENT

เจอกันที่ Kiss หวันแดง เมื่ออาทิตย์ตกดินก็ได้เวลาที่หวันแดงสถานบันเทิงสังสรรค์ที่คนหาดใหญ่คุ้นเคย

ในบรรดาสถานบันเทิง…

ภาคใต้เปลี่ยน ประเทศเปลี่ยน รักฝังรากเปลี่ยนยากแต่เปลี่ยนจริง ทำไมโจทย์ ‘เปลี่ยนใจคนใต้' ถึงยากที่สุดและปัจจัยที่จะสั่นสะเทือนไปทั้งประเทศ . มีคำกล่าวที่น่าสนใจในแวดวงสังคมวิทยาการเมืองไทยว่า "หากคุณเปลี่ยนใจคนใต้ได้ คุณก็เปลี่ยนประเทศไทยได้" ประโยคนี้ไม่ได้กล่าวเกินจริง ภาคใต้เปรียบเสมือนกลุ่ม Laggards เป็นกลุ่มที่เปลี่ยนใจยากที่สุด เมื่อใดที่กลุ่มนี้ตัดสินใจเปลี่ยน นั่นหมายความว่ากระแสความเปลี่ยนแปลงนั้นได้กลายเป็น 'บรรทัดฐานใหม่' ของสังคมไปแล้วอย่างสมบูรณ์ . พาไปถอดรหัสผ่านทฤษฎีทางจิตวิทยาและสังคม ว่าเหตุใด 'ความรักจริงของคนใต้' จึงเป็นตัวแปรที่ทรงพลังที่สุด . #กับดักความภักดีและต้นทุนทางใจ ในมุมมองพฤติกรรมศาสตร์ คนใต้มีลักษณะที่เรียกว่า High Brand Loyalty หรือความภักดีต่อสิ่งที่ตนเลือกสูงมาก ปรากฏการณ์นี้อธิบายได้ด้วยทฤษฎีต้นทุนจมทางความรู้สึกและความไม่ลงรอยทางปัญญา . คนใต้มีวัฒนธรรมการให้ค่ากับคำว่า ‘ใจ’ และ ‘สัจจะ’ สูงมาก เมื่อตัดสินใจเชื่อหรือศรัทธาสิ่งใด พวกเขาไม่ได้ลงทุนแค่เหตุผล แต่ลงทุนด้วยตัวตนและศักดิ์ศรีลงไปเต็มร้อย การจะเปลี่ยนใจจึงยากกว่าคนภาคอื่น เพราะการยอมรับว่าสิ่งที่เคยเลือกนั้นผิดพลาดหรือต้องเปลี่ยนใหม่ เท่ากับเป็นการปฏิเสธตัวตนในอดีตของตัวเอง ดังนั้นหากวันหนึ่งคนใต้พร้อมใจกันเปลี่ยน นั่นแปลว่าหลักฐานความล้มเหลวของสิ่งเดิม ต้องชัดเจนรุนแรงมากพอที่จะทำลายกำแพงแห่งศักดิ์ศรีนี้ลงได้ . #กำแพงเพื่อนบ้านและวัฒนธรรมพวกพ้อง สิ่งที่ทำให้โครงสร้างสังคมภาคใต้แข็งแกร่งเป็นพิเศษคือความเป็นปึกแผ่นภายในกลุ่ม สังคมคนใต้ไม่ได้อยู่แบบตัวใครตัวมัน แต่ผูกพันกันด้วยระบบเกลอที่เข้มข้น ยิ่งไปกว่านั้นคือวัฒนธรรมเพื่อนบ้านคือรั้วที่แข็งแรงที่สุด การตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ มักไม่ได้เกิดขึ้นในห้องนอน แต่เกิดขึ้นที่รั้วบ้านหรือวงน้ำชา หากใครคนหนึ่งริเริ่มความคิดที่แปลกแยกออกไป เขาไม่ได้เผชิญแรงต้านจากแค่ครอบครัว แต่ต้องตอบคำถามกับเครือข่ายสังคมรอบบ้านให้ได้ แรงกดดันทางสังคมนี้เองที่ทำหน้าที่เป็นระบบภูมิคุ้มกัน คอยสกัดกั้นชุดความคิดใหม่ๆ ไม่ให้แทรกซึมเข้ามาได้ง่ายๆ เว้นแต่ความคิดนั้นจะถูกยอมรับโดยหัวหน้ากลุ่มหรือผู้มีบารมีในระแวกนั้นเสียก่อน . #การส่งต่อความเคารพจากรุ่นสู่รุ่น อีกหนึ่งปัจจัยที่มองข้ามไม่ได้คือระบบอาวุโสที่ไม่ใช่แค่เรื่องอายุ การส่งต่อชุดความคิดผ่านความเคารพ ในครอบครัวคนใต้ ‘คำพูดของพ่อเฒ่าแม่เฒ่า’ หรือผู้นำตระกูล มักมีน้ำหนักดั่งคำประกาศิต เด็กใต้มักถูกสอนให้เคารพผู้ใหญ่ ห้ามเถียง ซึ่งนัยหนึ่งคือความกตัญญูที่งดงาม ตรงข้ามคือกลไกการ ‘ถ่ายทอดอุดมการณ์’ ที่แนบเนียนที่สุด ความเชื่อทางการเมืองหรือสังคมจึงมักถูกส่งต่อเป็นมรดกตกทอดจากปู่สู่พ่อ จากพ่อสู่ลูก การจะเปลี่ยน Mindset คนรุ่นใหม่จึงไม่ใช่แค่การต่อสู้กับข้อมูลข่าวสาร แต่คือการต่อสู้กับความเกรงใจและความรักที่มีต่อบุพการี การเปลี่ยนแปลงในภาคใต้จึงมักเกิดขึ้นอย่างช้าๆ เพราะต้องรอให้เกิดการผลัดใบของเจเนอเรชันอย่างแท้จริง . #ระบบตรวจสอบความจริงผ่านสภากาแฟ ทำไมสื่อกระแสหลักบางครั้งถึงเจาะคนใต้ไม่เข้า? เพราะภาคใต้มีระบบนิเวศการสื่อสารที่แข็งแกร่งมากคือวัฒนธรรมสภากาแฟ ซึ่งทำหน้าที่เป็นการยืนยันทางสังคมที่ทรงพลัง . ข้อมูลข่าวสารจะไม่ได้ไหลจากสื่อสู่คนโดยตรง แต่จะไหลผ่านผู้นำทางความคิดในวงสนทนา หากข่าวลือหรือนโยบายใหม่ถูกโยนลงไปในวง แล้วผู้นำความคิดในโต๊ะนั้นส่ายหน้า ข้อมูลนั้นจะตกไปทันที แต่ในทางกลับกัน หากเรื่องใดผ่านการรับรองจากฉันทามติของสภากาแฟ เรื่องนั้นจะกลายเป็นความจริงที่ถูกส่งต่ออย่างรวดเร็วและเข้มข้น ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงในภาคใต้จึงไม่เคยเกิดจากปัจเจก แต่เกิดจากฉันทามติของกลุ่มที่เคลื่อนตัวไปพร้อมกัน . #เอกราชทางเศรษฐกิจสร้างอิสระทางความคิด อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ Mindset คนใต้มีความเป็นเอกเทศสูง คือรากฐานทางเศรษฐกิจ ทฤษฎี Hierarchy of Needs ของมาสโลว์ช่วยอธิบายเรื่องนี้ได้ดี ในอดีตภาคใต้มีความมั่นคงทางอาหารและรายได้จากพืชเศรษฐกิจ (ยาง/ปาล์ม/ประมง) ทำให้ความต้องการพื้นฐานได้รับการตอบสนองได้ด้วยตัวเอง . เมื่อท้องอิ่มและพึ่งพาตัวเองได้ อิทธิพลจากส่วนกลางหรือนโยบายประชานิยมแบบแจกหว่าน จึงมีผลน้อยกว่าภาคอื่น คนใต้จึงมีพื้นที่ว่างในการตัดสินใจด้วย ‘อุดมการณ์’ หรือ ‘ความถูกใจส่วนตัว’ มากกว่าเรื่องปากท้องเพียวๆ ความเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่จะชนะใจคนใต้ จึงต้องไม่ใช่แค่เรื่องผลประโยชน์ระยะสั้น แต่ต้องตอบโจทย์เรื่องความยั่งยืนและความเคารพในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ . #โดมิโนตัวสุดท้ายกับการเปลี่ยน บทสรุปที่ว่า "ภาคใต้เปลี่ยน ประเทศเปลี่ยน" อธิบายได้ดีที่สุดด้วยทฤษฎี The Tipping Point ของ Malcolm Gladwell ภาคใต้เปรียบเสมือนป้อมปราการด่านสุดท้ายของความเชื่อแบบเดิม . หากเปรียบประเทศไทยเป็นกระดานโดมิโน ภาคอื่นๆ อาจเปรียบเสมือนโดมิโนช่วงต้นที่ล้มง่ายตามกระแสลม แต่ภาคใต้คือโดมิโนตัวใหญ่ที่หนาและหนักที่สุด หากวันใดที่โดมิโนตัวนี้ล้มลงหรือเปลี่ยนทิศทาง ย่อมเป็นสัญญาณที่ยืนยันว่า ‘แรงลมแห่งการเปลี่ยนแปลง’ นั้น ทรงพลังมหาศาลจนไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป และสังคมไทยได้ก้าวข้ามเดินหน้าผ่านจุดสำคัญไปได้ไปแล้ว . อ้างอิง - Cognitive Dissonance: Festinger, L. (1957). A Theory of Cognitive Dissonance - Diffusion of Innovations: Rogers, E. M. (2003). Diffusion of Innovations - Tipping Point: Gladwell, M. (2000). The Tipping Point: How Little Things Can Make a Big Difference - Hierarchy of Needs: Maslow, A. H. (1943). A Theory of Human Motivation - Two-step Flow of Communication: Katz, E., & Lazarsfeld, P. F. (1955). Personal Influence __ #HatyaiConnext #SouthernMindset #Sociology #BehavioralScience #สังคมคนใต้ #การเปลี่ยนแปลงสังคม #หาดใหญ่ #สงขลา #คนใต้ #ภาคใต้hatyaiconnext
  • CONTENT

ภาคใต้เปลี่ยน ประเทศเปลี่ยน รักฝังรากเปลี่ยนยากแต่เปลี่ยนจริง ทำไมโจทย์ ‘เปลี่ยนใจคนใต้’ ถึงยากที่สุดและปัจจัยที่จะสั่นสะเทือนไปทั้งประเทศ

มีคำกล่าวที่น่าสนใ…

กับดักความคลั่งรัก เจาะลึกจิตวิทยาแฟนคลับ เมื่อการปกป้องที่เกินขอบเขตอาจลดทอนเครดิตคนที่คุณรักโดยไม่รู้ตัว . ในโลกยุคดิจิทัลที่ทุกคนมีสื่อในมือ พลังความรักของกลุ่มแฟนคลับ (Fandom) เปรียบเสมือนลมใต้ปีกที่พร้อมจะพยุงศิลปิน อินฟลูเอนเซอร์ หรือบุคคลต้นแบบให้บินสูงขึ้น ทว่าในความปรารถนาดีที่ร้อนแรงจนเกินพอดี หากขาดสติยั้งคิด มันอาจแปรเปลี่ยนเป็น Toxic Fandom หรือกับดักความคลั่งรักที่เปรียบเสมือน 'ดาบสองคม' หวนกลับมาบั่นทอนภาพลักษณ์ของคนที่คุณรักเสียเอง . ชวนถอยออกมามองภาพกว้างผ่านเลนส์จิตวิทยาและนิเทศศาสตร์เพื่อทำความเข้าใจว่าเหตุใดพฤติกรรมของแฟนคลับจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของ 'ความรับผิดชอบต่อแบรนด์’ ที่ไม่อาจแยกขาดจากกันได้ . #กระจกสะท้อนภาพลักษณ์ ในทฤษฎีการสร้างแบรนด์มีหลักการสำคัญระบุว่า ‘ภาพลักษณ์ของแบรนด์’ ไม่ได้เกิดจากตัวตนของเจ้าของแบรนด์เพียงอย่างเดียว แต่สามารถสะท้อนผ่านพฤติกรรมของกลุ่มผู้สนับสนุนได้ด้วยเช่นกัน . เมื่อบุคคลภายนอกมองเข้ามา พวกเขาอาจไม่ได้ตัดสินศิลปินจากผลงานเพียงด้านเดียว ทว่าตัดสินผ่านการกระทำของแฟนคลับ หากกลุ่มผู้สนับสนุนมีพฤติกรรมก้าวร้าว ลดทอนความเป็นมนุษย์ วิจารณ์จนเกินขอบเขตผลงาน สมองของคนทั่วไปจะเชื่อมโยงพฤติกรรมเหล่านั้นกลับไปที่ตัวศิลปินทันที ตามหลักจิตวิทยา Association Theory ที่ว่า "คนแบบไหน มักดึงดูดคนแบบนั้นเข้ามา" . ดังนั้น พึงระลึกเสมอว่า ทุกข้อความเชิงลบที่พิมพ์ตอบโต้ผู้อื่น อาจเปรียบเสมือนการป้ายสีลงบนภาพลักษณ์ที่งดงามของคนที่คุณรัก อย่าให้ความรักของคุณกลายเป็นสิ่งที่ลดทอนความน่าเชื่อถือของเขาเอง . #กับดักความจริงเพียงครึ่ง สิ่งที่น่ากังวลกว่าการโต้เถียงคือเทคนิคการสื่อสารแบบ Contextomy หรือการตัดตอนคำพูดเพียงบางประโยคเพื่อสร้างความเข้าใจผิด . เรามักพบเห็นคลิปสั้นหรือข้อความที่ถูกตัดมาเฉพาะท่อนที่ดูรุนแรงโดยละเลยบริบทแวดล้อม ส่งผลให้ผู้รับสารบางส่วนเกิดอารมณ์ร่วมและตอบสนองทันทีตามสัญชาตญาณอุปทานหมู่โดยขาดการตรวจสอบที่มา . พฤติกรรมที่เชื่อข้อมูลเพียงด้านเดียวแล้วยอมให้กระแสสังคมชักจูงได้ง่ายเช่นนี้ ไม่ได้ส่งผลเสียต่อฝ่ายตรงข้ามเพียงอย่างเดียว ในทางกลับกันมันสะท้อนให้เห็นถึง 'วุฒิภาวะ' ของกลุ่มแฟนคลับในสายตาสังคมภายนอก ว่าอาจขาดการคิดวิเคราะห์และพร้อมจะเป็นเครื่องมือของความขัดแย้งได้โดยง่าย . #ดราม่าบดบังความสามารถ ปัญหาสำคัญที่มักเกิดขึ้นคือสภาวะ High Noise, Low Signal ศิลปินหรือบุคคลต้นแบบพยายามทุ่มเทสร้างสรรค์ผลงานเพื่อพิสูจน์ศักยภาพ (Signal) แต่ในความเป็นจริงความขัดแย้งและการโต้เถียงรายวันในโลกออนไลน์ (Noise) กลับดังกลบสาระและความตั้งใจเหล่านั้นจนเลือนราง คนภายนอกอาจจดจำได้เพียงภาพความขัดแย้งของกลุ่มแฟนคลับ มากกว่าจะจดจำว่าศิลปินท่านนี้มีผลงานสร้างสรรค์อะไรบ้าง . น่าเสียดายหรือไม่? หากความทุ่มเทของคนที่คุณเชียร์ต้องถูกมองข้าม เพียงเพราะสังคมมุ่งความสนใจไปที่ดราม่าของแฟนคลับ การยุติข้อขัดแย้งแล้วหันมาช่วยกันส่งเสริมผลงานคือการให้เกียรติศิลปินที่ดีที่สุด . #พื้นที่ปิดกั้นคนใหม่ ในมุมมองของการสร้างชุมชน สังคมที่เข้มแข็งต้องการสิ่งที่เรียกว่าพื้นที่ปลอดภัยทางความรู้สึก หากกลุ่มแฟนคลับเต็มไปด้วยบรรยากาศของการจับผิด (Toxic Environment) ใครวิจารณ์เพียงเล็กน้อยกลับถูกโจมตี หรือใครเห็นต่างถูกนำไปวิพากษ์วิจารณ์รุนแรง คำถามคือในอนาคตจะมี 'แฟนคลับหน้าใหม่' ที่ไหนกล้าเปิดใจเดินเข้ามา? คนทั่วไปอาจเลือกที่จะถอยห่างเพราะไม่อยากเอาตัวเข้ามาอยู่ในวงล้อมของความขัดแย้ง . เรากำลังสร้างสังคมแบบไหนให้คนที่เรารัก? แบบที่เปิดกว้างต้อนรับคนรักเพิ่ม หรือแบบกำแพงสูงที่กีดกันคนนอกออกไป จนสุดท้ายเหลือเพียงกลุ่มคนเดิมๆ ที่สื่อสารกันเองในพื้นที่ปิด . #การสนับสนุนอย่างสร้างสรรค์ การเป็นแฟนคลับที่ดี เปรียบเสมือนการเป็นหน้าตาให้กับคนที่เรารัก การสนับสนุนอย่างมีวุฒิภาวะคือของขวัญล้ำค่าที่สุดที่คุณจะมอบให้เขาได้ . หลักการ Civil Discourse หรือการแลกเปลี่ยนอย่างสร้างสรรค์เตือนเราว่า การปกป้องที่ดีที่สุดไม่ใช่การใช้อารมณ์ หากคือการชี้แจงด้วยเหตุผล ให้เกียรติคู่สนทนา และเคารพในความเห็นต่าง พฤติกรรมเหล่านี้จะยกระดับให้คนที่คุณเชียร์ดู 'สง่างาม' และ 'น่าชื่นชม' ในสายตาคนนอก . หยุดคิดทบทวน แล้วถามตัวเองว่า สิ่งที่เรากำลังทำอยู่ในโลกโซเชียล... เป็นการช่วยผลักดันให้เขาสูงขึ้น หรือกำลังฉุดรั้งให้เขาลงมาอยู่ใน วังวนความขัดแย้ง ที่สร้างขึ้นกันแน่? . อ้างอิง - McGlone, M. S. (2005). Quoted out of context: Contextomy and its consequences. - Aaker, J. L. (1997). Dimensions of brand personality. - Raafat, R. M., Chater, N., & Frith, C. (2009). Herding in humans. - Edmondson, A. (1999). Psychological Safety and Learning Behavior in Work Teams __ #HatyaiConnext #การสร้างแบรนด์ #การสื่อสาร #แฟนคลับ #PersonalBranding #SocialPhenomenon #ToxicFandom #FanCulturehatyaiconnext
  • CONTENT

กับดักความคลั่งรัก เจาะลึกจิตวิทยาแฟนคลับ เมื่อการปกป้องที่เกินขอบเขตอาจลดทอนเครดิตคนที่คุณรักโดยไม่รู้ตัว

ในโลกยุคดิจิทัลที่…

แสงหาดใหญ่ไม่ธรรมดา เมื่อฟ้าสงขลาถูกจับตามองด้วย AI งานวิจัยที่บอกว่าอีก 1 ชั่วโมงข้างหน้า แสงแดดจะส่งผลอย่างไรกับผิวเรา . ท่ามกลางสภาพอากาศที่เริ่มร้อนของจังหวัดสงขลาและหาดใหญ่ แสงแดดที่สัมผัสผิวหนังไม่ได้มีเพียงความร้อนระอุ หากซ่อนไว้ด้วยรังสีอัลตราไวโอเลตที่พร้อมจะทำร้ายเซลล์ผิว ด้วยสถานการณ์เช่นนี้จึงขอหยิบยกงานวิจัยชิ้นสำคัญที่เปลี่ยนท้องฟ้าเหนือเมืองสงขลาให้กลายเป็นพื้นที่ทดลองทางวิทยาศาสตร์สุดล้ำ . งานวิจัยนี้มีชื่อว่า "การพัฒนาแบบจำลองและการพยากรณ์ดัชนีรังสีอัลตราไวโอเลตรายชั่วโมง โดยใช้โครงข่ายประสาทเทียมในจังหวัดสงขลา(Development of a Model and Forecasting of Hourly UV Index Using Artificial Neural Network at Songkhla) ซึ่งเป็นผลงานการศึกษาของ ประนมกร ชูศรี, สราวุฒิ แนบเนียร, วรพันธุ์ การชนะชาติ และ สนิธตา เทียนสี คณะนักวิจัยผู้มุ่งมั่นนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาถอดรหัสแสงแดด เพื่อสร้างระบบพยากรณ์ล่วงหน้าที่จะช่วยปกป้องสุขภาพของคนในพื้นที่ . #สมองกลเหนือท้องฟ้า คณะผู้วิจัยเลือกใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า Artificial Neural Network (ANN) หรือ โครงข่ายประสาทเทียมมาประยุกต์ใช้กับข้อมูลทางอุตุนิยมวิทยา . อธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด โครงข่ายประสาทเทียมคือการสร้างระบบคอมพิวเตอร์ที่เลียนแบบการทำงานของสมองมนุษย์ในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ไม่ใช่การป้อนสูตรฟิสิกส์ตายตัว หากเป็นการให้ระบบเรียนรู้จากชุดข้อมูลจริงซ้ำๆ ระบบถูกออกแบบให้มีเซลล์ประสาทจำลอง (Neurons) เชื่อมต่อกันหลายชั้นเพื่อเรียนรู้พฤติกรรมของแสงแดดในสงขลาจากฐานข้อมูลในอดีตจนสามารถจับรูปแบบที่ซับซ้อนได้ว่า หากองค์ประกอบของท้องฟ้าเป็นเช่นนี้ ค่า UV จะออกมาเป็นเท่าไหร่ . #อ่านใจดวงอาทิตย์ ความน่าทึ่งคือ AI ไม่ได้เพียงแค่มองเห็นแสงแดด แต่ถูกด้วยข้อมูลที่ซับซ้อนเพื่อประมวลผล เปรียบเสมือนการปรุงอาหารที่ต้องใส่วัตถุดิบให้ครบถ้วน เพื่อให้รสชาติออกมาแม่นยำที่สุด โดยตัวแปรสำคัญที่ใช้คำนวณมี 2 ส่วนหลัก . ส่วนแรกคือ มุมของดวงอาทิตย์ (Solar Zenith Angle) หรือตำแหน่งของดวงอาทิตย์ที่ทำมุมกับศีรษะ หากดวงอาทิตย์อยู่ตรงหัวพอดี (เที่ยงวัน) ระยะทางที่แสงเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศจะสั้นที่สุด ทำให้รังสีแรงที่สุด ในทางตรงข้าม หากดวงอาทิตย์อยู่เฉียง (เช้าหรือเย็น) แสงต้องเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศหนาแน่นกว่า รังสีจึงเบาลง ระบบจะคำนวณมุมนี้อย่างแม่นยำวินาทีต่อวินาที . ส่วนที่สองคือ ความโปร่งแสงของท้องฟ้า (Clearness Index) ท้องฟ้าสงขลาไม่ได้มีแค่ความว่างเปล่า แต่เต็มไปด้วยตัวกรองแสงธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น ก้อนเมฆ ไอน้ำ หรือฝุ่นละออง สิ่งเหล่านี้ทำหน้าที่ดูดซับหรือกระเจิงรังสี UV ระบบจะนำค่าความเข้มรังสีที่วัดได้จริงมาเปรียบเทียบกับค่าแสงแดดนอกโลก เพื่อวิเคราะห์ว่า ณ ขณะนั้น ท้องฟ้าเหนือสงขลาเปิดหรือปิด มากเพียงใด ก่อนประมวลผลออกมาเป็นค่าดัชนี UV . #ทำนายอนาคตเพื่อปกป้องผิว เหตุใดจึงต้องรู้ค่า UV ล่วงหน้าเป็นรายชั่วโมง? เพราะ 'ความร้อน' กับ 'รังสี UV' ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน ในวันที่ฟ้าครึ้มหรือลมพัดเย็นสบาย ร่างกายอาจไม่รู้สึกร้อน แต่หารู้ไม่ว่า รังสี UV อาจกำลังทะลุลงมาทำลายเซลล์ผิวหนัง ค่า UV Index ที่งานวิจัยนี้พยากรณ์ออกมา จะแบ่งเป็นระดับสี หากค่าสูงเกิน 8-10 (สีแดง/ม่วง) ถือเป็นระดับอันตรายมาก . ความสามารถในการพยากรณ์ล่วงหน้า 1 ชั่วโมง จึงเปรียบเสมือนระบบเตือนภัยล่วงหน้า ลองจินตนาการว่าก่อนก้าวขาออกจากอาคาร หรือก่อนพาบุตรหลานไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง ระบบสามารถแจ้งเตือนได้ว่าอีก 1 ชั่วโมงข้างหน้า ค่า UV จะพุ่งทะลุขีดแดง ข้อมูลนี้จะเปลี่ยนพฤติกรรมจากการรักษาเมื่อผิวไหม้แดดไปแล้ว มาเป็นการป้องกันด้วยการทาครีมกันแดด หรือหลีกเลี่ยงการออกแดดในช่วงเวลานั้น ซึ่งเป็นการลดความเสี่ยงโรคมะเร็งผิวหนังในระยะยาวได้อย่างมีนัยสำคัญ . #เมืองแห่งข้อมูลที่มองไม่เห็น ผลลัพธ์จากงานวิจัยชิ้นนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า ท้องฟ้าเหนือสงขลาและหาดใหญ่ ไม่ได้ว่างเปล่า เต็มไปด้วยข้อมูลที่รอการค้นพบ การนำ Artificial Neural Network มาจับกับเรื่องใกล้ตัวอย่างแสงแดดคือก้าวสำคัญที่สะท้อนว่าเรากำลังขยับเข้าใกล้ความเป็นเมืองสุขภาพ เทคโนโลยีมิได้อยู่เพียงในสมาร์ทโฟน หากอยู่ในอากาศที่หายใจและแสงแดดที่สัมผัส ในอนาคตเราอาจไม่ต้องคาดเดาว่าแดดแรงเพียงใด หากมีผู้ช่วยอัจฉริยะคอยเตือนว่า 'แสงหาดใหญ่ชั่วโมงหน้าไม่ธรรมดา... โปรดทาครีมกันแดด' . อ้างอิง - Choosri, P., Nabnean, S., Kanchanachat, W., & Teanse, S. (2021). Development of a Model and Forecasting of Hourly UV Index Using Artificial Neural Network at Songkhla. RMUTP Research Journal, 15(2), 75-87. __ #HatyaiConnext #แสงหาดใหญ่ #UVIndex #ArtificialNeuralNetwork #Songkhla #งานวิจัย #AI #SciTech #สุขภาพคนเมืองhatyaiconnext
  • CONTENT

แสงหาดใหญ่ไม่ธรรมดา เมื่อฟ้าสงขลาถูกจับตามองด้วย AI งานวิจัยที่บอกว่าอีก 1 ชั่วโมงข้างหน้า แสงแดดจะส่งผลอย่างไรกับผิวเรา

ท่ามกลางสภาพอากาศท…

หาดใหญ่-ระโนด เส้นทางเชื่อมใจคนบ้านเดียวกัน ตำนาน ‘ระโนดเดินรถ’ รถบัสแดงที่ลดระยะห่างของสองอำเภอให้เป็นหนึ่งเดียว . หากพูดถึง 'ระโนด' สำหรับคนหาดใหญ่ เราอาจนึกถึงวันหยุดพักผ่อน ขับรถไปไหว้หลวงปู่ทวดที่วัดพะโคะ (สทิงพระ) โร้ดทริปดูวิวทะเลน้อย เที่ยวตลาดน้ำคลองแดน ไปชิมหนมลูกโหนด (ขนมตาล) และแวะดูทิวต้นตาลโตนดก่อนกลับ . หากย้อนเวลากลับไปก่อนที่ถนนสายเอเชียจะสะดวกสบายเหมือนปัจจุบัน การเดินทางระหว่างคาบสมุทรสทิงพระเข้าสู่เมืองท่าหาดใหญ่ไม่ใช่เรื่องง่าย และผู้ที่ทำหน้าที่เย็บรอยต่อของสองพื้นที่นี้ให้แนบสนิทคือตำนานบัสสีแดงที่ชื่อว่า 'บริษัทระโนดเดินรถ' . #จุดกำเนิดบนทางเกวียน เบื้องหลังล้อหมุนที่เชื่อมโยงคนสองเมืองเข้าด้วยกันคือชายผู้มีนามว่า 'บัญชา พานิชพงศ์' หรือที่คนในวงการรู้จักกันในชื่อเฮียชา (พ่อตาบิ๊กโจ๊ก) เดิมทีครอบครัวทำธุรกิจค้าไม้แปรรูป แต่จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อเฮียชาเดินทางไปที่ปากแตระและมองเห็นเค้าลางของถนนดินลูกรัง ในขณะที่คนอื่นเห็นเพียงอุปสรรคและความทุลักทุเล วิสัยทัศน์ของเฮียชากลับมองเห็นโอกาส เขาตัดสินใจนำรถ 4 ล้อเล็กเครื่องยนต์เบนซินสไตล์อเมริกันมาวิ่งรับส่งผู้คน ทั้งที่ถนนยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง ถึงขั้นยอมควักกระเป๋าซื้อหน้าดินจากชาวบ้านมาถมทางเองเพื่อให้รถวิ่งได้ นี่คือปฐมบทของการเดินทางที่เปลี่ยนวิถีชีวิตชาวลุ่มน้ำไปตลอดกาล . #ความทรงจำสีจางรถคอกหมู เมื่อเส้นทางขยายตัวเชื่อมระโนดสู่สทิงพระ และมุ่งหน้าสู่เมืองสงขลา วิวัฒนาการของยานพาหนะก็กลายเป็นภาพจำสุดคลาสสิก จากรถเครื่องเบนซินกินน้ำมัน เข้าสู่ยุคของ 'รถคอกหมู' หรือรถอีซูซุหน้ายาว ที่ตัวถังทำจากไม้ฝางวางเรียงเป็นชั้นๆ ความทุลักทุเลคือมนต์เสน่ห์ของการเดินทางยุคนั้น ภาพเด็กรถวิ่งหาทางมะพร้าวมารองล้อเมื่อรถติดหล่ม ภาพผู้โดยสารลงมาช่วยเข็นรถเปื้อนโคลน หรือการนั่งเบียดเสียดกับกรงหมูและเข่งไก่บนหลังคา ล้วนเป็นภาพสะท้อนว่า การเดินทางเข้าสู่หาดใหญ่ในสมัยนั้นคือภารกิจที่ต้องร่วมแรงร่วมใจกันอย่างแท้จริง . #เส้นทางเชื่อมเมืองเชื่อมใจ มากกว่าแค่การขนส่งผู้โดยสาร รถแดงสายระโนด-หาดใหญ่ เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจและสังคมของสงขลาให้เป็นเนื้อเดียวกัน ในยุคที่การคมนาคมยังจำกัด รถบัสสายนี้ทำหน้าที่ขนถ่ายทรัพยากรแห่งคาบสมุทร ไม่ว่าจะเป็น ข้าว ตาลโตนด หรือหมูจากฟาร์มในระโนด มุ่งหน้าสู่ตลาดสดหาดใหญ่เพื่อหล่อเลี้ยงปากท้องคนเมือง . ในทางกลับกัน มันก็นำพาความหวังของลูกหลานชาวเลจากสทิงพระและระโนด ให้เดินทางเข้ามาศึกษาวิชาในโรงเรียนชื่อดังในหาดใหญ่หรือนำพาผู้ป่วยมารักษาตัวที่โรงพยาบาลศูนย์ฯ . รถบัสแดงจึงเป็นมากกว่าแค่ยานพาหนะ เป็นทั้งพื้นที่ทางสังคมที่คนหาดใหญ่และคนระโนดได้มาเจอกันทั้ง หมอ ตัวแทนชาวบ้าน แม่ค้า นักเรียน ข้าราชการ และเกษตรกร ต่างใช้เวลาร่วมกันบนรถคันนี้ แลกเปลี่ยนบทสนทนาและวัฒนธรรม จนทำให้ระยะทางกว่า 90 กิโลเมตร ระหว่าง 'เมืองเกษตร' และ 'เมืองเศรษฐกิจ' ถูกย่อลงจนเหลือเพียงคำว่า 'คนบ้านเรา' อย่างแท้จริง . #ตำนานแพขนานยนต์ อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญก่อนที่สะพานติณสูลานนท์จะทอดตัวเชื่อมแผ่นดินคือการเดินทางข้ามฝั่งด้วยแพขนานยนต์ที่หัวเขาแดง ซึ่งมักเกิดปรากฏการณ์ 'คอขวด' รถบัสสีแดงต้องจอดต่อคิวยาวเหยียดรอลงแพนานนับชั่วโมง วิกฤตการรอนี้เองที่สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมการกินอันเป็นเอกลักษณ์ พ่อค้าแม่ค้าหาบเร่จะนำของกินมาขาย ทั้งไข่นกกระทาต้ม ขนมดู และที่ขาดไม่ได้คือ 'ข้าวเหนียวไก่ทอด' ซึ่งว่ากันว่าความนิยมกินเหนียวไก่ของคนในพื้นที่ อาจมีจุดเริ่มต้นมาจากความหิวโหยระหว่างรอรถลงแพนี่เอง ผสมโรงกับความบันเทิงจากโชเฟอร์ที่ดับเครื่องโชว์ลีลาขายยาแก้ริดสีดวงทวาร กลายเป็นมหรสพริมทางที่หาดูไม่ได้อีกแล้วในปัจจุบัน . #เฮียชาฟลอริดานักสู้วิกฤตผู้ไม่เคยยอมแพ้ ฉายา 'เฮียชา ฟลอริดา' (ที่ได้มาจากการชอบไปพักโรงแรมฟลอริดา แหล่งรวมพลโก๋หลังวังในกรุงเทพฯ) สะท้อนให้เห็นถึงตัวตนที่เป็นคนหัวสมัยใหม่และกล้าตัดสินใจ ในช่วงวิกฤตราคาน้ำมันพุ่งสูงจนธุรกิจเดินรถแทบไปต่อไม่ไหว เฮียชาตัดสินใจเดิมพันครั้งใหญ่ด้วยการทุ่มงบกว่า 40 ล้านสร้างปั๊มก๊าซ NGV ของตัวเองเป็นเจ้าแรกๆ ในสงขลา เพื่อพยุงให้กองทัพรถเมล์แดงยังคงวิ่งให้บริการพี่น้องประชาชนต่อไปได้ ในขณะที่ผู้ประกอบการรายอื่นล้มหายตายจาก นี่คือจิตวิญญาณของนักสู้ที่ไม่ยอมให้เส้นเลือดใหญ่ของการคมนาคมสายนี้ต้องหยุดชะงัก . #จากคิวรถสู่แลนด์มาร์คการเปลี่ยนผ่านที่งดงาม แม้ในวันนี้ รูปแบบการเดินทางจะเปลี่ยนไปตามกาลเวลา จากรถเมล์แดงคันใหญ่ ปรับสู่รถตู้ รถบัสเล็ก และรถส่วนตัว แต่ทายาทรุ่นหลังยังคงสานต่อเจตนารมณ์ด้วยการปรับเปลี่ยนพื้นที่คิวรถระโนดเดิม ให้กลายเป็นหมุดหมายใหม่ทางไลฟ์สไตล์ ด้วยการดึงแบรนด์ร้านกาแฟอย่าง Amazon Café มาผสมผสานกับกลิ่นอายประวัติศาสตร์ จัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์ความทรงจำที่รวบรวมเรื่องราวในอดีตไว้ให้คนรุ่นลูกหลานได้สัมผัส . เรื่องราวของระโนดเดินรถคือหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ยืนยันว่า หาดใหญ่-ระโนด ก็คือคนสงขลาบ้านเดียวกัน เชื่อมโยงกันด้วยการเดินทาง การค้าและวิถีชีวิตมาอย่างยาวนาน แม้ยานพาหนะจะเปลี่ยนหน้าตาไป แต่ความผูกพันที่เฮียชาได้บุกเบิกไว้จะยังคงวิ่งวนอยู่บนเส้นทางสายเดิมเสมอ . อ้างอิงข้อมูล - วิดีโอบันทึกร์ประวัติบริษัทระโนดเดินรถ โดย คุณบัญชา พานิชพงศ์ (2565) Brotheridea __ #HatyaiConnext #HatyaiYesterday #หาดใหญ่ #ระโนด #ระโนดเดินรถ #เฮียชาฟลอริดา #สงขลา #คาบสมุทรสทิงพระhatyaiconnext
  • CONTENT

หาดใหญ่-ระโนด เส้นทางเชื่อมใจคนบ้านเดียวกัน ตำนาน ‘ระโนดเดินรถ’ รถบัสแดงที่ลดระยะห่างของสองอำเภอให้เป็นหนึ่งเดียว

หากพูดถึง ‘ร…

"ถ้าไม่รัก... จะบินมาทำไม?" อนุทินบินตรงลงหาดใหญ่ สรุปสาระสำคัญที่มากกว่าพูดแล้วทำ คนใต้จะได้อะไรจากเวที่ปราศรัยครั้งนี้ . จบลงไปสดๆ ร้อนๆ กับการปราศรัยกลางเมืองหาดใหญ่ของพรรคภูมิใจ บริเวณลานสี่แยกสะพานดำ ที่มีเซอไพรส์จากนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยบินตรงจากภาคอีสานเมื่อช่วงเย็นมาถึงหาดใหญ่ช่วงค่ำก่อนขึ้นประกาศปลดแอกตัวเองออกจากภาพจำเดิมของการเป็นพรรคบุรีรัมย์หรือพรรคเฉพาะถิ่นอีสาน เพื่อก้าวสู่การเป็นสถาบันการเมืองระดับชาติอย่างเต็มภาคภูมิ โดยมีภาคใต้เป็นหมุดหมายสำคัญที่สุดในการพิสูจน์ความไว้วางใจครั้งนี้ . #ปฏิบัติการความจริงใจที่วัดค่าได้ด้วยนาที การปราศรัยเริ่มต้นขึ้นด้วยการทำลายกำแพงทางภูมิศาสตร์และความรู้สึก นายอนุทินเลือกใช้ความจริงใจเชิงปฏิบัติการ ด้วยการเดินทางแบบก้าวกระโดดข้ามภูมิภาค จากภารกิจที่จังหวัดอุบลราชธานีในเวลา 19:00 น. บินฝ่าความมืดและข้อจำกัดด้านการเดินทางมาปรากฏตัวที่สงขลาในเวลาประมาณ 21:30 น. การมาถึงในชั่วโมงวิกฤตของตารางเวลาเช่นนี้เป็นการส่งสารเชิงสัญลักษณ์ที่ทรงพลังที่สุดว่า สำหรับภูมิใจไทยแล้ว "คนใต้" คือกุญแจดอกสำคัญที่พรรคให้ความสำคัญในระดับสูงสุด และพร้อมจะพังทลายทุกข้อจำกัดเพื่อมาให้ถึงหน้าบ้านทันทีโดยไม่มีข้ออ้าง ดังประโยคที่นายอนุทินย้ำบนเวทีว่า "ถ้าไม่รักกันจริง มันจะมาได้ยังไง" . #วิกฤตน้ำท่วมหาดใหญ่บทพิสูจน์ความเชื่อมั่นที่สร้างจากการกระทำ หัวใจของความศรัทธาทางการเมืองในยุคนี้ ไม่ได้เกิดจากวาทกรรมที่สวยหรู แต่เกิดจากสมรรถนะในการจัดการภาวะวิกฤต พรรคภูมิใจไทยเลือกชูผลงานการจัดการน้ำท่วมสงขลาเป็นเครื่องมือสร้างความไว้วางใจแบบเน้นทำไม่เน้นเถียง นายอนุทินฉายภาพให้เห็นถึงระบบการสั่งการแบบเบ็ดเสร็จที่เชื่อมต่อส่วนกลางและท้องถิ่นเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ . มีการเน้นย้ำถึงการทำงานอย่าง "เช้าเกิดเหตุ บ่ายถึงพื้นที่" คือมาตรฐานใหม่ของการบริหารจัดการแบบ Real-time ที่ทำให้สถานการณ์คลี่คลายได้ภายใน 2 สัปดาห์ ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการใช้กลไกงบประมาณผลักดัน งบกลางกว่า 500 ล้านบาท ลงสู่พื้นที่ผ่านพันธมิตรอย่าง นายก อบจ.สงขลา เพื่อฟื้นฟูเมืองและจัดการขยะตกค้างทันที รวมถึงการเก็บตกกลุ่มตกสำรวจที่สะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียด เปลี่ยนเสียงด่าทอเป็นความเชื่อมั่นว่าเมื่อภัยมาภูมิใจไทยคือคนที่พึ่งพาได้จริง . #จุดเปลี่ยนเศรษฐกิจใต้ ในมิติทางเศรษฐกิจ พรรคภูมิใจไทยนำเสนอจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญด้วยการก้าวข้าม 'นโยบายประชานิยมพยุงราคา' ไปสู่ 'นโยบายเชิงอุตสาหกรรม' ผ่านแนวคิดที่จับต้องได้ พรรคไม่ได้สัญญาแค่ว่าจะประกันราคายางพาราหรือปาล์มน้ำมัน แต่กำลังเสนอโมเดลการสร้างมูลค่าเพิ่ม เปลี่ยนน้ำยางดิบให้กลายเป็นถุงมือยาง เปลี่ยนปาล์มให้เป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ เพื่อลดความผันผวนและสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้เกษตรกร . ควบคู่ไปกับการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ขนานใหญ่ ทั้งโครงการ สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา (พัทลุง-สงขลา) ที่จะเปิดประตูการค้า และการยกระดับถนนสายหลักจากประจวบคีรีขันธ์ยาวไปจนถึงนราธิวาส . ไปจนถึงความกล้าที่จะฝันใหญ่อย่างการดึงโครงการระดับโลกอย่าง 'ดิสนีย์แลนด์' มาปักหมุดลงบนแผนที่ประเทศไทย (ในหมายเหตุที่ว่าถ้าเขาไฟเขียวอยากมาไทย เราก็พร้อมสนับสนุน) . #สมการความสำเร็จที่ไร้รอยต่อ สิ่งที่ทำให้ยุทธศาสตร์นี้แข็งแกร่งที่สุดคือโครงสร้างบุคลากรที่ถูกออกแบบมาภายใต้โมเดลการผสมผสานพลังของคน 3 รุ่น เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ . เริ่มจากรุ่นใหญ่ นำโดยแม่ทัพภาคใต้อย่าง พิพัฒน์ รัชกิจประการ นิพนธ์ บุญญามณี และ ศุภชัย ใจสมุทร ทำหน้าที่เป็นหลักประกันความมั่นคงทางสถาบัน คอยกำกับทิศทางและให้คำปรึกษา ผสานกับรุ่นกลางขับเคลื่อนโดยขุนพลฝีมือดีอย่างโกถึก และ ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ทำหน้าที่เชื่อมประสานประสิทธิภาพเชิงปฏิบัติการดูแลพื้นที่อย่างใกล้ชิด และเติมเต็มด้วย รุ่นเล็ก พลังคนรุ่นใหม่อย่าง กอล์ฟ ศาสตรา และ สรรเพชญ บุญญามณี ที่ทำหน้าที่สร้างแรงขับเคลื่อนใหม่และขยายฐานเสียง . โดยนายอนุทินใช้กุศโลบายทางการสื่อสารลดระยะห่างของอำนาจด้วยการสวมบทบาทเป็น 'คนสุดท้ายในรุ่นเด็ก' เพื่อเชื่อมประสานรอยต่อระหว่างวัย สร้างภาพลักษณ์ผู้นำที่เข้าถึงง่ายแต่เปี่ยมด้วยพลัง และพร้อมรับฟังทุกหยาดเหงื่อของทีมงาน . #เมื่อผู้นำขอเป็นผู้รับใช้ บทสรุปของการปราศรัยใหญ่ครั้งนี้คือการแปลงพลังทางอารมณ์ ให้กลายเป็นคะแนนเสียงเชิงยุทธศาสตร์ . นายอนุทินประกาศเป้าหมายที่ชัดเจนและท้าทายที่สุดคือการปักธงกวาดที่นั่ง ส.ส. ภาคใต้ให้ได้ 35 ที่นั่ง เพื่อสร้างอำนาจต่อรองในการจัดตั้งรัฐบาลและผลักดันนโยบายเพื่อคนใต้ โดยขอความไว้วางใจแบบเบ็ดเสร็จผ่านบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ . ท้ายที่สุด ผู้นำพรรคได้เลือกที่จะวางตำแหน่งตัวเองไม่ใช่ในฐานะเจ้านาย แต่ในฐานะคนรับใช้ ที่พร้อมทำงานหนักที่สุดเพื่อพี่น้องประชาชน ภายใต้คำมั่นสัญญาที่สั้น กระชับ แต่หนักแน่นและทรงพลังที่สุดว่า "พูดแล้วทำ" . อ้างอิง - การถ่ายทอดสดการปราศรัยใหญ่พรรคภูมิใจไทย อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา (4 ก.พ. 2569) __ #HatyaiConnext #CurioCity #ภูมิใจไทย #อนุทิน #พูดแล้วทำ #เลือกตั้ง69 #พรรคภูมิใจไทย #ภาคใต้ #หาดใหญ่ #สงขลาhatyaiconnext
  • CONTENT

ถ้าไม่รัก… จะบินมาทำไม?” อนุทินบินตรงลงหาดใหญ่ สรุปสาระสำคัญที่มากกว่าพูดแล้วทำ คนใต้จะได้อะไรจากเวที่ปราศรัยครั้งนี้

จบลงไปสดๆ ร้อนๆ กั…

เหตุปล้นทองกลางห้างหาดใหญ่ ห่วงโซ่ความสิ้นหวังที่สะท้อนว่าวิกฤตปากท้องหลังน้ำลดน่ากลัวกว่าที่คิด . และแล้วสิ่งที่หลายคนกังวลก็เกิดขึ้น เย็นวานนี้ (3 ก.พ. 2569) เสียงกระจกแตกและภาพของคนร้ายชุดดำที่บุกเดี่ยวใช้ค้อนทุบตู้กระจกร้านทองในห้างดังกลางหาดใหญ่ กวาดทองคำไปกว่า 33 บาท มูลค่า 2.4 ล้านบาท มันอาจเป็นยอดภูเขาน้ำแข็งที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมาฟ้องว่า สังคมหาดใหญ่กำลังป่วยไข้จากพิษเศรษฐกิจและแผลเป็นจากน้ำท่วมที่ยังไม่จางหาย . #ห่วงโซ่ของความสิ้นหวัง รายละเอียดที่น่าสะเทือนใจของคดีนี้ ไม่ใช่แค่ปริมาณทองที่หายไป กลับเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อเหตุ คนร้ายเลือกที่จะขโมยรถมอเตอร์ไซค์จากแรงงานก่อสร้างชาวเมียนมาในพื้นที่ อ.นาหม่อม ภาพนี้สะท้อนความจริงที่เจ็บปวดแบบ 'คนจนปล้นคนจน' เมื่อคนกลุ่มเปราะบางที่สุดของสังคมถูกกระทำซ้ำเติม ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคนหาดใหญ่กำลังถูกท้าทาย ไม่ใช่จากองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ แต่จากความแร้นแค้นที่บีบคั้นให้คนธรรมดา (หรืออาจจะเคยธรรมดา) กล้าทำสิ่งที่เสี่ยงคุกเสี่ยงตะรางด้วยอาวุธบ้านๆ อย่างค้อนเพียงอันเดียว . #แผลเป็นจากวิกฤตเศรษฐกิจ หากเรามองย้อนกลับไป วิกฤตน้ำท่วมใหญ่ปลายปี 2568 ได้ทิ้งความเสียหายทางเศรษฐกิจไว้มหาศาลกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท ธุรกิจ SME ล้มหายตายจาก คนตกงาน และหนี้ครัวเรือนพุ่งสูง สอดคล้องกับทฤษฎีอาชญาวิทยาที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างเศรษฐกิจและอาชญากรรม หรือ Economic-Crime Link ที่ระบุว่า 'เมื่อเศรษฐกิจตกต่ำ อาชญากรรมพื้นฐานจะพุ่งสูงขึ้น' . เหตุการณ์นี้อาจเป็นสัญญาณเตือนว่า มาตรการเยียวยาของภาครัฐที่ล่าช้า หรือโครงสร้างเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวแบบ 'รวยกระจุก จนกระจาย' กำลังผลักให้คนจำนวนหนึ่งตกลงไปในหลุมดำของความสิ้นหวัง จนต้องเลือกทางออกที่ผิดมหันต์เพื่อเอาชีวิตรอด . #โจทย์ความปลอดภัยที่ใหญ่กว่ากล้องวงจรปิด แม้ตำรวจจะทำงานได้อย่างรวดเร็วในการแกะรอยจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหนี โดยหลังก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีออกจากห้าง ก่อนย้อนกลับและเลี้ยวเข้าถนนปุณณกัณฑ์ ต่อเนื่องถนนกาญจนวนิช-ทุ่งโดน มุ่งหน้าพื้นที่บ้านควนจง ตำบลนาหม่อม อำเภอนาหม่อม . #อัปเดตล่าสุดจับกุมได้แล้ว ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 18.45 น. วันที่ 4 ก.พ. 2569 ตำรวจกองปราบปรามนำกำลังเข้าจับกุมนายอั๊น (นามสมมุติ) เยาวชนอายุ 15 ปี ผู้ต้องหาชิงทอง ได้ที่สถานีขนส่งอุบลราชธานี หลังแกะรอยจากกล้องวงจรปิดพบว่าหลังก่อเหตุได้นำทองฝากไว้กับเพื่อนที่ จ.สงขลา แล้วบินเข้ากรุงเทพฯ เพื่อต่อรถทัวร์หนีไปอุบลราชธานี โดยขณะเข้าจับกุมผู้ต้องหาพยายามวิ่งหนีแต่ถูกเจ้าหน้าที่ชาร์จตัวไว้ได้ทันควัน เบื้องต้นรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เตรียมนำตัวสอบสวนขยายผลเพื่อติดตามของกลางต่อไป . คำถามสำคัญที่ชาวหาดใหญ่ต้องถามคือ 'พื้นที่ปลอดภัย' มีจริงไหม ? . พื้นที่สาธารณะอย่างห้างสรรพสินค้า หรือเส้นทางลัดเลาะในเมือง มีระบบเฝ้าระวังที่ป้องปรามเหตุได้จริงหรือเป็นแค่การตามจับหลังเกิดเหตุ ที่สำคัญคือนโยบายความปลอดภัยต้องมาคู่กับ 'นโยบายปากท้อง' หรือไม่ เพราะหากเราสร้างเมืองที่คนมีกินมีใช้ อัตราการวิ่งราว จี้ปล้น ย่อมลดลงตามธรรมชาติ . เหตุการณ์ปล้นทองครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของโจรหนึ่งคน อาจเป็นเสียงไซเรนที่เตือนดังๆ ว่า หาดใหญ่ในวันนี้ไม่ได้ต้องการแค่การฟื้นฟูถนนหนทาง แต่ต้องการการเยียวยาจิตวิญญาณและปากท้องของผู้คน ก่อนที่ความปลอดภัยของเมืองจะพังทลายลงไปพร้อมกับเศรษฐกิจ . อ้างอิง - Thairath. (3 ก.พ. 2569). ตร.สงขลา ล่าโจรใช้ค้อน บุกชิงทองในห้างฯ ได้ไป 33 บาท มูลค่า 2.4 ล้าน __ #HatyaiConnext #CurioCity #ปล้นร้านทองหาดใหญ่ #อาชญากรรม #เศรษฐกิจหาดใหญ่ #น้ำท่วมหาดใหญ่ #ความเหลื่อมล้ำ #หาดใหญ่hatyaiconnext
  • CONTENT

เหตุปล้นทองกลางห้างหาดใหญ่ ห่วงโซ่ความสิ้นหวังที่สะท้อนว่าวิกฤตปากท้องหลังน้ำลดน่ากลัวกว่าที่คิด

และแล้วสิ่งที่หลาย…

เดินหน้า 1 ถอยหลัง 2 เมื่อไทยกลายเป็น 'คนป่วยแห่งเอเชีย' และ ‘หาดใหญ่’ ไม่อาจเป็นข้อยกเว้น . เคยรู้สึกไหม? ไม่ว่าจะพยายามวิ่งให้เร็วแค่ไหน แต่ดูเหมือนเรายังย่ำอยู่ที่เดิม... หรือเผลอๆ อาจจะถอยหลังลงคลองเตยลิงก์เสียด้วยซ้ำ? ความรู้สึกนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในระดับปัจเจก แต่มันคือภาพสะท้อนของเศรษฐกิจประเทศไทยในรอบทศวรรษที่ผ่านมา จากอดีต "เสือเศรษฐกิจ" ที่ใครๆ ต่างจับตามอง วันนี้สื่อระดับโลกอย่าง Financial Times ได้พาดหัวนิยามสถานะใหม่ให้เราอย่างเจ็บแสบว่า "The Sick Man of Asia" หรือ "คนป่วยแห่งเอเชีย" และแน่นอนว่า ในร่างกายที่กำลังป่วยไข้นี้... "หาดใหญ่" ซึ่งเป็นหนึ่งในอวัยวะสำคัญ ย่อมไม่อาจหลีกหนีผลกระทบนี้ไปได้ . #อาการป่วยระยะลุกลาม รายงานจาก Financial Times ระบุความจริงที่น่าตกใจว่า ในขณะที่เพื่อนบ้านกำลังวิ่งไปข้างหน้า เศรษฐกิจไทยกลับติดหล่มอยู่ที่การเติบโตระดับต่ำเตี้ยเรี่ยดินเฉลี่ยเพียง 2% ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา และล่าสุด IMF คาดการณ์ว่าปีนี้เราอาจโตได้แค่ 1.6% ซึ่งถือว่า 'ช้าที่สุด' ในบรรดาประเทศหลักของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ . สาเหตุเกิดจากโรคแทรกซ้อนที่รุมเร้าเข้ามาพร้อมกัน ตั้งแต่ปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยที่พุ่งสูงแตะ 90% ต่อ GDP ซึ่งสูงที่สุดลำดับต้นๆ ของเอเชีย ทำให้คนไม่กล้าใช้เงิน ผสมโรงกับปัญหาสังคมสูงวัยที่ประชากรลดลงต่อเนื่องและเด็กเกิดใหม่ต่ำสุดในรอบ 75 ปี ทำให้แรงงานหายและกำลังซื้อหดตัวลงอย่างน่าใจหาย ซ้ำร้ายอุตสาหกรรมเก่าที่เป็นฐานการผลิตยานยนต์ที่เคยเป็นความภูมิใจ วันนี้ค่ายรถยักษ์ใหญ่อย่าง Nissan Honda และ Suzuki เริ่มทยอยปิดโรงงานหรือลดกำลังการผลิต เพราะไม่สามารถแข่งขันกับคลื่นลูกใหม่อย่างจีนและเวียดนามได้อีกต่อไป . #หาดใหญ่ในวังวนเมื่อเกราะกำบังมาเลเซียไม่อาจต้านทานไหว สำหรับชาวหาดใหญ่ เราอาจรู้สึกอุ่นใจลึกๆ ว่าเรายังมีเกราะกำบังพิเศษคือนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่ยังข้ามแดนมาจับจ่าย แต่ในความเป็นจริง หาดใหญ่ไม่อาจแยกตัวออกจากร่างกายที่กำลังป่วยไข้นี้ได้ ตัวเลขภาพรวมชี้ว่าภาคท่องเที่ยวไทยยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ โดยปี 2568 มีต่างชาติเที่ยวไทย 32.9 ล้านคน ซึ่งลดลง 7% จากปีก่อน . อาการคนป่วยระดับชาติกำลังแสดงอาการผ่านลูกค้าคนไทยที่หายไป เพราะหนี้ครัวเรือนที่ท่วมหัวทำให้คนในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงรัดเข็มขัดจนกิ่ว เราจึงเห็นภาพย้อนแย้งที่เมืองดูเหมือนคึกคักเฉพาะวันหยุดเทศกาล (เดินหน้า 1 ก้าว) แต่ในวันธรรมดาบรรยากาศกลับเงียบเหงา ร้านค้าเก่าแก่ทยอยปิดตัว และตึกแถวย่านเศรษฐกิจหลักเต็มไปด้วยป้ายเซ้งหรือประกาศขาย (ถอยหลัง 2 ก้าว) ย้ำเตือนว่าลำพังแค่อีเวนต์รายวันไม่อาจรักษาโรคร้ายนี้ได้ . #สาเหตุที่ทำให้เราเดินหน้า1ถอยหลัง2เสมอ หากถามว่าทำไมเศรษฐกิจถึงป่วยเรื้อรัง คำตอบไม่ได้อยู่ที่ตัวเลข GDP เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ 'ความไม่มั่นคงเรื้อรัง' ของโครงสร้างอำนาจ บทวิเคราะห์ล่าสุดจาก Dr. Petra Alderman ผู้เชี่ยวชาญจาก London School of Economics and Political Science (LSE) สถานศึกษาชั้นนำระดับโลกด้านเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์แห่งลอนดอน ชี้ให้เห็นความจริงที่น่าเจ็บปวดว่า สายตาของชาวโลกมองเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นในไทยอย่างชัดเจน โดยเฉพาะปรากฏการณ์ที่มีนายกรัฐมนตรีผลัดเปลี่ยนหน้ากันถึง 3 คน ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งปี ภาพความชุลมุนนี้ทำลายความเชื่อมั่นของมหาอำนาจอย่างจีนหรือชาติพันธมิตรในอาเซียนจนหมดสิ้น เพราะสิ่งที่โลกภายนอกต้องการไม่ใช่แค่รู้ว่าใครชนะเลือกตั้ง แต่คือหลักประกันว่ารัฐบาลที่คุยด้วยวันนี้ จะยังคงมีอำนาจอยู่ในวันพรุ่งนี้หรือไม่ . #กับดักโครงสร้างปี2560 ซ้ำร้ายไปกว่านั้น Matthew Wheeler นักวิเคราะห์จาก International Crisis Group ยังตอกย้ำว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 ได้กลายเป็น 'อุปสรรคเชิงโครงสร้าง' ก้อนมหึมาที่ขวางไม่ให้ประเทศเดินหน้า เพราะมันถูกออกแบบมาให้ผลการเลือกตั้งไม่การันตีผลลัพธ์ทางการเมืองเสมอไป . เราจึงตกอยู่ในสภาวะที่การเมืองไร้เสถียรภาพและนโยบายสาธารณะไม่ต่อเนื่อง เหมือนคนที่พยายามจะก้าวไปข้างหน้า 1 ก้าว แต่ถูกกลไกทางกฎหมายและองค์กรอิสระฉุดให้ถอยหลังกลับมา 2 ก้าวเสมอ และตราบใดที่สนิมเนื้อในนี้ยังไม่ถูกขัดออก ความหวังที่จะเห็นเศรษฐกิจฟื้นตัว หรือเห็นหาดใหญ่กลับมารุ่งเรือง ก็อาจเป็นเพียงภาพฝันที่เลือนลางลงทุกที . อ้างอิง - A. Anantha Lakshmi. (2026). How Thailand became the ‘sick man’ of Asia. Financial Times. - ณรงค์กร มโนจันทร์เพ็ญ , วิโรจน์ เลิศจิตต์ธรรม เลือกตั้ง 2569 : ‘เหมือนไทยเดินหน้าหนึ่งก้าว ถอยหลังสองก้าวเสมอ’. THE STANDARD. __ #HatyaiConnext #CurioCity #เศรษฐกิจไทย #คนป่วยแห่งเอเชีย #การเมืองไทย #เลือกตั้ง69 #โครงสร้างปัญหา #FinancialTimes #TheStandard #หาดใหญ่ #SMEhatyaiconnext
  • CONTENT

เดินหน้า 1 ถอยหลัง 2 เมื่อไทยกลายเป็น ‘คนป่วยแห่งเอเชีย’ และ ‘หาดใหญ่’ ไม่อาจเป็นข้อยกเว้น

เคยรู้สึกไหม? ไม่ว…

Prev
1 … 9 10 11 12 13 14 15 … 23
Next

Fusce dignissim blandit justo, eget elementum risus tristique. Nunc lacus lacus, sit amet accumsan est pulvinar non praesent tristique enim lorem.

Site Menu

  • Services
  • Our Team
  • Pricing Plans
  • We are Hiring
  • Privacy Policy

Useful Links

  • Introduction
  • About Us
  • App Features
  • Pricing Plans
  • Cookie Policy

Contact Us

Phone: (+63) 555 1212
Fax: (+63) 555 0100

Need help or have a question?
Contact us at: info@mail.com

Copyright © 2026 - WordPress Theme by CreativeThemes