Skip to content
City Connext
  • About
  • Blog
  • Contact
  • Home
  • PROJECT
  • Services
  • หน้าแรก
Get in Touch
  • CONTENT
  • PROJECT
Hatyai connext trans logo
  • CONNEXT
City Connext
Hatyai connext trans logo
Key Takeaway | สรุปวาระเร่งด่วนจาก War Room ผ่าทางตันเศรษฐกิจเมืองหาดใหญ่ คำถามสำคัญต่อ SME ในเมือง ควรไปต่อหรือพอแค่นี้ ? . จากการสกัดข้อมูลคิดเห็นใน War Room เพื่อเช็กชีพจรเมืองหาดใหญ่หลังน้ำท่วมใหญ่ พบความจริงที่น่ากังวลว่า การฟื้นตัวของเมืองกำลังสะดุดขาตัวเองเพราะเส้นเลือดใหญ่ทางการเงินตีบตัน . #สรุปสั้น ที่สุดในหนึ่งประโยคคือ “เงินไม่มา หาดใหญ่ไม่ฟื้น” . จากการเช็กชีพจรเมืองหาดใหญ่ในที่ประชุม พบความจริงที่น่ากังวลว่า การฟื้นตัวของเมืองกำลัง สะดุดขาตัวเองเพราะเส้นเลือดใหญ่ทางการเงินตีบตัน นี่คือ 4 วิกฤต และ 4 ทางออก จาก War Room ผ่าทางตันเศรษฐกิจเมืองหาดใหญ่ . 🛑 วิกฤตที่ 1: หลุมดำสภาพคล่องที่ดูดกลืน SMEs ประโยคที่ชัดเจนที่สุดในที่ประชุมคือ "ไม่มีเงิน ทำอะไรไม่ได้" สถานการณ์ตอนนี้แบ่งคนเป็น 3 กลุ่มชัดเจน กลุ่มรายย่อย (Micro) พอตั้งตัวได้จากเงินเยียวยาหลักพัน กลุ่มรายใหญ่ (Large) ยังมีเครดิตเข้าถึงแหล่งทุน . แต่กลุ่มที่น่าห่วงที่สุดคือ SMEs ที่กำลังตายสนิท เพราะเงินเยียวยาไม่พอซ่อมร้าน และกู้แบงก์ไม่ได้ ทำให้เกิด Domino Effect ต้องเลิกจ้างลูกจ้างรายวัน เศรษฐกิจฐานรากจึงพังครืนตามไปด้วย โดยข้อมูลพบว่าผู้ประกอบการกว่า 90% ต้องการเงินกู้ฟื้นฟู แต่เข้าไม่ถึง . 🏦 วิกฤตที่ 2: กำแพงสถาบันการเงิน x สุญญากาศการเมือง ปัญหาใหญ่คือ ธนาคารยังใช้กติกาปกติในสถานการณ์ไม่ปกติ มองคนน้ำท่วมเป็นกลุ่มความเสี่ยงสูงจึงไม่กล้าปล่อยกู้ (ทั้งที่มีกลไกค้ำประกันความเสี่ยงและขายหนี้เสียได้) ซ้ำเติมด้วยภาวะ สุญญากาศทางการเมืองจากการยุบสภา ทำให้มาตรการที่รัฐเคยสัญญาไว้ ทั้งพักหนี้ Soft Loan หรือลดค่าน้ำไฟ หายเงียบไปพร้อมรัฐบาลชุดเก่า จนความเชื่อมั่นต่อรัฐดิ่งลงเหว . 🧠 วิกฤตที่ 3: บาดแผลทางใจที่มองไม่เห็น (Trauma) นอกจากเรื่องเงิน คือเรื่องใจ หลายคนมีภาวะ Trauma บางคนเงยหน้าขึ้นมายังเห็นภาพน้ำท่วมอยู่เลย บางรายดิ่งถึงขั้นไม่อยากอยู่อีกต่อไป และกลุ่มเปราะบางทางใจกลุ่มใหม่ที่น่าห่วงคือชนชั้นกลางที่มักถูกมองข้ามเพราะคนส่วนใหญ่โฟกัสแต่กลุ่มรายได้น้อย . 🧩 วิกฤตที่ 4: ต่างคนต่างทำ ขาดศูนย์กลางข้อมูล คนใจดีมีเยอะ อาสามีแยะ แต่ทำงานแบบเบี้ยหัวแตกเพราะขาด Data Center กลาง ทำให้ไม่รู้ว่าใครช่วยตรงไหนแล้ว ขาดเหลืออะไร ทรัพยากรที่มีจึงถูกใช้ไม่เต็มประสิทธิภาพ . ✅ ทางออกข้อเสนอเร่งด่วนเพื่อกู้ชีพหาดใหญ่ จากปัญหาข้างต้น War Room ได้เคาะแนวทางแก้ไข 4 ข้อที่ต้องทำทันที . 1) ปลดล็อกการเงิน (Financial Solution) ต้องร่วมกันกดดัน กกต. และรัฐบาลรักษาการ ให้อนุมัติมาตรการฉุกเฉิน (Soft Loan/พักหนี้) โดยยืนยันว่าเป็นความเดือดร้อนจริง ไม่ใช่การหาเสียง พร้อมเจรจากับธนาคารให้ผ่อนปรนกฎเกณฑ์ และจี้บริษัทประกันให้รีบจ่ายสินไหมเพื่อให้มีเงินหมุนเวียน . 2) ลดต้นทุน & เติมทรัพยากร (Operation Support) ท้องถิ่นต้องช่วยลดภาษีที่ดิน/ป้าย เพื่อจูงใจให้เจ้าของที่ลดค่าเช่าให้คนทำธุรกิจ พร้อมสร้าง Marketplace กลางเพื่อหาช่าง หาวัสดุราคาถูก หรือรวมกลุ่มกันซื้อของเพื่อลดต้นทุนการซ่อมแซม . 3) ออกแบบเมืองสู้ชีวิต (Long-term Resilience) ต้องเปลี่ยน Mindset เป็น 'ชาวนาวีโมเดล' เรียนรู้ที่จะอยู่กับน้ำให้เป็น ผ่านการออกแบบบ้านและร้านค้าใหม่แบบ ชั้น 1 ตั้งโต๊ะ (เสียหายได้/ฟื้นเร็ว) ชั้น 2 ตั้งเตา (หัวใจสำคัญ) โดยมี ม.อ. เป็นเจ้าภาพทำแผนแม่บทน้ำที่เชื่อถือได้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักลงทุน . 4) ปลุกเศรษฐกิจระยะสั้น (Economic Booster) จัดงานกระตุ้นเศรษฐกิจในรูปแบบ Local First ที่มีเงื่อนไขว่า เงินต้องหมุนในบ้าน ร้านค้าท้องถิ่นต้องได้ประโยชน์จริง ไม่ใช่ผู้จัดงานจากภายนอกกอบโกยแล้วกลับ พร้อมระดมทุนผ่านการขาย Voucher ล่วงหน้า เพื่อเติมกระแสเงินสดให้ร้านค้าเดี๋ยวนี้ . ทั้งหมดคือข้อสรุปจาก War Room ภาคประชาชนส่วนหน้า เมื่อวันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การศึกษาเพื่อสันติภาพ (ม.อ.) __ #HeartYaiComeback #HugHeartYai #HatyaiConnext #หาดใหญ่ #WarRoomหาดใหญ่hatyaiconnext
  • CONTENT

Key Takeaway สรุปวาระเร่งด่วนจาก War Room ผ่าทางตันเศรษฐกิจเมืองหาดใหญ่ คำถามสำคัญต่อ SME ในเมือง ควรไปต่อหรือพอแค่นี้ ?

จากการสกัดข้อมูลคิ…

รถติดอยู่บนถนน ส่วนคนติดอยู่กับหนี้ — ภาระที่ไม่จำเป็นที่ต้องจำยอม คลื่นหนี้ลูกใหม่ที่คนหาดใหญ่จำใจแบกรับหลังน้ำลด . หากใครขับรถในหาดใหญ่ช่วงสัปดาห์ส่งท้ายปี คงสัมผัสได้ว่าการจราจรกลับมาติดขัดสาหัสอีกครั้ง โดยเฉพาะเส้นเลือดใหญ่ ภาพรถป้ายแดงหรือรถใหม่ที่ยังไม่ได้ป้ายจำนวนมากที่วิ่งขวักไขว่ อาจดูเผินๆ เหมือนเศรษฐกิจกำลังคึกคักหลังน้ำลด เหมือนเมืองกำลังฟื้นตัว . แต่ถ้าเรากางตัวเลขและมองลึกลงไป รถติดครั้งนี้อาจไม่ใช่สัญญาณของความมั่งคั่ง แต่คือ ‘มหกรรมหนี้ก้อนโต’ ที่คนหาดใหญ่จำใจต้องจำยอม . #เจาะไส้ในสงขลาแชมป์หนี้แห่งภาคใต้ ข้อมูลจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้ ชี้ชัดว่า สงขลาเป็นจังหวัดที่มีขนาดธุรกรรมทางการเงินและสัดส่วนสินเชื่อสูงที่สุดในภาคใต้ตามขนาดเศรษฐกิจ แต่จุดที่น่ากังวลคือ ‘สินเชื่อรถยนต์’ ที่มียอดคงค้างและหนี้เสีย (NPL) พุ่งสูงต่อเนื่องมาตั้งแต่ก่อนน้ำท่วม สะท้อนว่าสภาพคล่องของคนเมืองนั้นเปราะบางอยู่แล้ว . เมื่อมาเจอกับมหาอุทกภัยธันวาคม 68 ที่ทำลายรถยนต์ไปจำนวนมาก ในเมืองที่ระบบขนส่งสาธารณะยังไม่ตอบโจทย์ การออกรถคันใหม่จึงไม่ใช่ความฟุ่มเฟือย แต่กลายเป็น ‘ไฟลท์บังคับ’ (Forced Consumption) ที่เลี่ยงไม่ได้ . ผลลัพธ์คือ ‘กับดักหนี้’ ที่น่ากลัว หลายครอบครัวเพิ่งผ่อนรถคันเก่าหมด หรือกำลังจะหมด กลับต้องมาเริ่มนับหนึ่งใหม่กับไฟแนนซ์พร้อมดอกเบี้ย ในสภาวะที่เงินเก็บก้อนสุดท้ายเพิ่งถูกควักจ่ายไปกับการซ่อมบ้านจนหมดหน้าตัก นี่คือวิกฤตซ้อนวิกฤตที่ธรรมชาติมอบให้ และโครงสร้างเศรษฐกิจซ้ำเติม . #มาตรการระดับ4ที่ต้องรู้ แต่ในความมืดมนยังมีแสงสว่าง ข่าวดีล่าสุดที่คนหาดใหญ่ต้องรู้ เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 68 ธปท. ร่วมกับสมาคมธนาคารไทย ออกมาตรการช่วยลูกหนี้ใน ‘พื้นที่สาธารณภัยร้ายแรงระดับ 4’ ซึ่งจังหวัดสงขลาเข้าเกณฑ์เต็มๆ ความพิเศษของมาตรการนี้คือ มันไม่ใช่แค่การเลื่อนจ่าย แต่คือการ ‘พักชำระเงินต้น และ ยกเว้นดอกเบี้ย นานสูงสุด 12 เดือน’ . ใครที่สถานะบัญชียังปกติ (ไม่เป็น NPL ณ วันที่ 2 ธ.ค. 68) รีบเช็กสิทธิ์ด่วน ครอบคลุมสินเชื่อสำคัญเพื่อการดำรงชีพ 1. สินเชื่อบ้าน / บ้านแลกเงิน (วงเงินไม่เกิน 3 ล้านบาท) 2. สินเชื่อธุรกิจ SMEs (วงเงินไม่เกิน 3 ล้านบาท) 3. สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ / จำนำทะเบียนรถ (วงเงินไม่เกิน 8 แสนบาท) ข้อนี้สำคัญมากสำหรับคนมีรถ 4. รถจักรยานยนต์ (วงเงินไม่เกิน 5 หมื่นบาท) 5. บัตรเครดิต / สินเชื่อส่วนบุคคล (วงเงินไม่เกิน 1 แสนบาท) . #อย่ารอธนาคารโทรหาต้องรักษาผลประโยชน์ตัวเอง เงื่อนไขสำคัญที่สุดของมาตรการนี้คือ ‘ต้องยื่นเรื่องภายในวันที่ 31 มกราคม 2569’ เท่านั้น อย่ารอให้เจ้าหน้าที่ธนาคารโทรมา เพราะในภาวะวิกฤตคนเดือดร้อนกันเป็นแสนราย เจ้าหน้าที่อาจดูแลไม่ทั่วถึง หน้าที่ของเราคือต้องเดินเข้าไปแสดงตัว ยืนยันว่าเราคือผู้ประสบภัยในพื้นที่ระดับ 4 พร้อมหลักฐานความเสียหาย เพื่อรักษาสิทธิ์นี้ไว้ . ปีใหม่นี้ ภาพรถติดยาวเหยียดบนถนนหาดใหญ่ จึงเป็นภาพที่สะท้อนอารมณ์ที่ซับซ้อนที่สุด มันคือเครื่องมือทำมาหากินชิ้นใหม่ ที่แลกมาด้วยลายเซ็นในสัญญาเงินกู้ฉบับใหม่ ใครที่กำลังตึงมือ อย่าหนี อย่าเงียบ ให้รีบเดินเข้าไปคุยกับธนาคาร เพราะ ‘หนี้แก้ได้’ และภาครัฐมีมาตรการมารองรับแล้ว ขอให้หนี้ก้อนนี้เป็นก้อนสุดท้าย และพาทุกคนไปสู่รายได้ที่คุ้มค่าเหนื่อยครับ . อ้างอิง - ธนาคารแห่งประเทศไทย (ข่าว ธปท. ฉบับที่ 55/2568) และ รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินภาคใต้ (ธปท. สภต.) - เสียงจากหาดใหญ่ หลังวิกฤตน้ำท่วม Business Voices | Issue No. 2 | 23 ธันวาคม 2568 __ #HeartYaiComeback #HugHeartYai #CurioCity #HatyaiConnext #หาดใหญ่ #หนี้hatyaiconnext
  • CONTENT

รถติดอยู่บนถนน ส่วนคนติดอยู่กับหนี้ — ภาระที่ไม่จำเป็นที่ต้องจำยอม คลื่นหนี้ลูกใหม่ที่คนหาดใหญ่จำใจแบกรับหลังน้ำลด

เจาะไส้ในสงขลาแชมป…

ไปต่อกับหาดใหญ่หรือพักไว้เท่านี้ ? 1 เดือนหลังน้ำลด ธุรกิจยังไหวอยู่ไหม พูดคุยร่วมกันที่ War Room 29 ธ.ค. | 13.00 น. ศูนย์การศึกษาเพื่อสันติภาพ ม.อ. . ขอส่งข้อความนี้ถึงผู้ประกอบการที่ตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก ก่ำกึ่งว่าจะ 'ไปต่อ' หรือ 'หยุดแค่นี้' ครบ 1 เดือนหลังมหาวิบัต เราเข้าใจดีว่าหลายท่านกำลังยืนอยู่บนทางแยกที่ตัดสินใจยากที่สุด อยากได้คำปรึกษา แต่ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร . ขอชวนมาตั้งวงคุยกันสักตั้ง ในเวที 'War Room ธุรกิจหาดใหญ่' เพื่อประเมินสถานการณ์จริงจากมุมมองผู้ประกอบการที่ประสบภัย . มาคุยกันให้ชัดในประเด็นที่ค้างคาใจ: - Health Check อาการธุรกิจของเราหนักแค่ไหน? ข้อจำกัดคืออะไร? - Way Out ประเมินทางรอดร่วมกับที่ปรึกษามืออาชีพ ทั้งจากในท้องถิ่น (ที่เข้าใจบริบท) และส่วนกลาง - Decision Making หาคำตอบร่วมกันว่า ยาก-ง่าย ของการไปต่ออยู่ตรงไหน . วงคุย Public เปิดกว้างสำหรับทุกคนที่สนใจ ไม่ว่าคุณจะเป็นร้านเล็กหรือใหญ่ มาช่วยกันหาทางออกร่วมกัน . 🗓 จันทร์ที่ 29 ธันวาคม นี้ 🕐 13.00 น. เป็นต้นไป 📍 สถานที่ War Room ภาคประชาชนส่วนหน้า หาดใหญ่ 🗺 พิกัด: ศูนย์การศึกษาเพื่อสันติภาพ (ม.อ.) __ #HeartYaiComeback #HugHeartYai #HatyaiConnext #หาดใหญ่ #WarRoomหาดใหญ่hatyaiconnext
  • CONTENT

ไปต่อกับหาดใหญ่หรือพักไว้เท่านี้ ? 1 เดือนหลังน้ำลด ธุรกิจยังไหวอยู่ไหม พูดคุยร่วมกันที่ War Room 29 ธ.ค. | 13.00 น. ศูนย์การศึกษาเพื่อสันติภาพ ม.อ.

ขอส่งข้อความนี้ถึง…

#ดวงเมืองหาดใหญ่ ที่อาจเปลี่ยนไป.. เพราะ 46 ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือจังหวะที่ใช่ของเมืองนักค้าขาย . ถ้าย้อนกลับไปแกะรอยรากเหง้าของหาดใหญ่กันจริงๆ เมืองนี้ไม่ได้เกิดมาจากการเป็นเมืองหลวงเก่า หรือมีทุ่งนาป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์เป็นต้นทุนเดิม แต่เราเกิดและเติบโตมากับคำว่า 'ชุมทาง' . ตั้งแต่สมัยขุนนิพัทธ์ฯ ตัดถนน หรือยุคที่รางรถไฟเริ่มพาดผ่าน หาดใหญ่คือพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนมาโดยตลอด เชื่อมเหนือล่องใต้ รับจากไทยส่งต่อมาเลย์ DNA คนหาดใหญ่เลยถูกฝังชิปเรื่องการเจรจาและการค้า ไว้ในสายเลือดตั้งแต่วันแรก เมืองที่ขับเคลื่อนด้วยพลังของพ่อค้าแม่ขายและกระแสเงินที่สะพัดจากการตกลงซื้อขาย ไม่ว่าจะของชิ้นเล็กไปจนถึงอสังหาฯ ชิ้นใหญ่ . #ถอดรหัสเลข46 ในเมื่อพื้นดวงเมืองมาทรงนี้ เลยอยากหยิบยกเลข 46 ในมุมโหราศาสตร์แบบเจาะลึกกันดูตามตำราเลขศาสตร์ . เลข 4 = ดาวพุธ ตัวแทนแห่งการสื่อสาร ไหวพริบ และการปรับตัวที่ลื่นไหล เลข 6 = ดาวศุกร์ เทพแห่งโภคทรัพย์ ศิลปะความรื่นรมย์ และกระแสเงินสด . พอดาวพุธ (4) โคจรมาเจอดาวศุกร์ (6) ในตำราเขายกให้เป็นคู่เลขระดับ ตัวท็อปตัวมัมที่เรียกว่า 'คู่ธาตุน้ำ' หรือ 'คู่มิตรแห่งการค้า' พลังของมันคือ 'วาจาเป็นทรัพย์' พูดแล้วได้เงิน เจรจาแล้วเกิดกำไร หมุนเงินคล่อง นี่มันคาแรคเตอร์ของหาดใหญ่ชัดๆ . #ทางแยกเศรษฐกิจ ทีนี้ ลองจินตนาการเล่นๆ ว่าถ้าหาดใหญ่กำลังยืนอยู่ตรงทางแยก และเราต้องการพลังงานใหม่มาช่วยนำทางเศรษฐกิจต่อจากนี้ คำถามคือ ถ้าลองให้พลังของเลข 46 นำทาง ผลลัพธ์จะเป็นยังไง? . ที่ผ่านมา เราอาจเคยฝากความหวังไว้กับเลขชุดอื่น หรือสูตรสำเร็จเดิมๆ ที่คุ้นเคยกันมาหลายสิบปี แต่ลองกางผลประกอบการของเมือง ดูกราฟเศรษฐกิจ หรือความเป็นจริงตรงหน้า มันดีขึ้นแบบก้าวกระโดดจริงแท้แค่ไหน หรือแค่ประคองตัวทรงๆ ทรุดๆ ไม่มูฟออนเท่าไหร่จากที่เดิม . #จังหวะจะลอง ถ้าโจทย์เดิมให้คำตอบที่ไม่ต่างจากเดิม การลองเลือกตัวเลขที่ดูจะถูกโฉลกกับพื้นดวงเมืองอย่าง 46 อาจจะเป็นจังหวะที่น่าสนใจที่สุดในนาทีนี้ก็ได้ ในแง่ของการลงทุน เบสิคสุดคือการ Cut Loss หุ้นตัวเก่าที่มีแต่ลงกับลง เพื่อไปโฟกัสหุ้นตัวใหม่พื้นฐานดีมีศักยภาพ มีโอกาสทำกำไรหลายเด้งให้เราไม่ดีกว่าหรือ ? . ในเมื่อ DNA เราคือเมืองค้าขาย จะเสียหายอะไร ถ้าจะลองให้เลขแห่งการเจรจาและโภคทรัพย์มาเดินเกมดูสักครั้ง . คุ้ม หรือ ไม่คุ้ม อยู่ที่คำตอบของคนหาดใหญ่ __ #HeartYaiComeback #HugHeartYai #CurioCity #HatyaiConnext #หาดใหญ่hatyaiconnext
  • CONTENT

ดวงเมืองหาดใหญ่ ที่อาจเปลี่ยนไป เพราะ 46 ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือจังหวะที่ใช่ของเมืองนักค้าขาย

ถ้าย้อนกลับไปแกะรอ…

#มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ป้อมปราการทางปัญญา และ ‘Humanware’ ที่ขาดไม่ได้ในสมการแก้น้ำท่วมหาดใหญ่ . เมื่อพูดถึงการแก้ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ สายตาของสังคมมักจับจ้องไปที่ 'Hardware' ขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นคลองระบายน้ำ เครื่องสูบน้ำยักษ์ หรือแก้มลิงคอนกรีต . แต่ในทุกวิกฤตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน สิ่งที่ทำให้หาดใหญ่รอดพ้นความโกลาหลมาได้ หรือฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ไม่ใช่แค่เรื่องของปูนและเหล็ก แต่คือ 'Software' ที่ทรงพลังที่สุดที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง นั่นคือ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) . หากเราวิเคราะห์โครงสร้างการรับมือภัยพิบัติของหาดใหญ่ เราจะพบว่า ม.อ. ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงสถานศึกษา แต่คือ 'Strategic Hub' (ศูนย์กลางยุทธศาสตร์) ที่ทำหน้าที่ปิดช่องโหว่ของการทำงานภาครัฐ และเป็นกุญแจดอกสำคัญที่ไขคลี่คลายสถานการณ์วิกฤตด้วย 4 กลไกสำคัญ . #คลังสมองศูนย์ข้อมูลและฐานปฏิบัติการลมหายใจ ม.อ. ทำหน้าที่เป็นทั้ง 'สมอง' และ 'หัวใจ' ของเมือง ผ่านการทำงานที่สอดประสานกัน การบูรณาการข้อมูลที่รอบด้าน ม.อ. ทำหน้าที่เป็น 'Academic Platform' ที่ระดมสมองผู้เชี่ยวชาญมาช่วยสอบทานข้อมูล (Cross-check) สนับสนุนการตัดสินใจของภาครัฐให้แม่นยำที่สุด . นอกจากนี้ยังมี 'PSU Broadcast' ที่ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางคนสำคัญในการ 'แปลไทยเป็นไทย' ย่อยข้อมูลวิชาการยากๆ ให้กลายเป็นข่าวสารที่เข้าใจง่ายและเชื่อถือได้ เพื่อสื่อสารไปยังประชาชนลดความตื่นตระหนก (Panic Control) และกลายเป็นหนึ่งในช่องทางหลักที่ชาวหาดใหญ่รอฟังมากที่สุดในช่วงวิกฤต . ตัดภาพไปที่ 'โรงพยาบาลสงขลานครินทร์' คือสมรภูมิรักษาชีวิต แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ จะรวมตัวกันประจำการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อ Operate ระบบดูแลคนไข้ให้ไหลลื่นที่สุด (Patient Flow) รองรับทั้งคนไข้เดิมและคลื่นผู้ป่วยหนักที่ถูกส่งต่อ (Refer) มาจากโรงพยาบาลรอบนอกที่ถูกน้ำท่วม นี่คือป้อมปราการสุดท้ายทางสาธารณสุขที่ไม่เคยหยุดทำงานแม้แต่วินาทีเดียว . #การเปลี่ยนพื้นที่เรียนเป็นพื้นที่รอด ศักยภาพของ ม.อ. ไม่ใช่แค่เรื่องชัยภูมิที่ตั้งอยู่สูง แต่คือความสามารถในการ 'ปรับเปลี่ยนฟังก์ชัน' (Space Adaptation) ของอาคารสถานที่ให้ตอบโจทย์วิกฤตได้ทันที . โถงใต้อาคาร (Open Ground Floor) ที่เคยเป็นเพียงโถงโล่งหรือที่นั่งพักผ่อนสำหรับนักศึกษา ถูกเปลี่ยนสภาพชั่วคราวให้เป็น 'คลังเสบียงและศูนย์กู้ชีพ' (Logistics Hub) รองรับภูเขาสิ่งของบริจาค อาหารแห้ง และเป็นจุดพักอุปกรณ์กู้ภัย เรือท้องแบน เครื่องปั่นไฟ เพื่อให้ง่ายต่อการขนย้ายและกระจายออกสู่พื้นที่ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว . ลานจอดรถถูกเปลี่ยนหน้าที่จากที่จอดรถอาจารย์และนักศึกษา ให้กลายเป็น 'ลานพักพิงยานพาหนะ' ของชาวเมืองนับหมื่นคันที่หนีน้ำขึ้นมา . ศูนย์กีฬา (Sport Complex) ถูกเปลี่ยนสภาพจากสนามแข่ง เป็น 'Mega Shelter' หรือศูนย์พักพิงขนาดยักษ์ พื้นที่ลานกว้างกลายเป็นจุดคัดกรองและที่นอน ห้องน้ำนักกีฬารองรับผู้ประสบภัยนับพัน นี่คือการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างชาญฉลาด . #พลังอาสาสมัครลูกพระบิดาผู้เปลี่ยนความโกลาหลให้เป็นระบบ นี่คือปัจจัยที่สำคัญที่สุดและทดแทนไม่ได้ คือพลังของ 'Humanware' หรืออาสาสมัครนักศึกษาและบุคลากร ที่ทำหน้าที่ใน 2 ระยะสำคัญ . ระยะวิกฤต (Crisis Management) : ทันทีที่ศูนย์พักพิงเปิดรับคนนับพัน นักศึกษากลายร่างเป็น 'ผู้จัดการระบบ' ทันที ทั้งการจัดระเบียบลงทะเบียนผู้ประสบภัย การบริหารจัดการจราจรในพื้นที่จอดรถหนีน้ำ การจัดคิวแจกอาหาร และดูแลความเป็นอยู่ของผู้คนในศูนย์พักพิง เปลี่ยนความโกลาหลหน้างานให้กลายเป็นระเบียบ เพื่อให้ทุกคนอยู่รอดปลอดภัย . ระยะฟื้นฟู (Post-Flood Recovery) : เมื่อน้ำลด บทบาทของพวกเขาจะเปลี่ยนไปสู่ภารกิจกู้เมือง ตัวอย่างที่ชัดเจนคือกิจกรรม 'Hatyai Rise Up' ที่เหล่านักศึกษาจะวางปากกาแล้วจับไม้กวาด เดินเท้าออกจากรั้วมหาวิทยาลัยเข้าสู่ชุมชน เพื่อช่วยชาวบ้านขัดล้างคราบโคลนตมและทำความสะอาดถนนหนทาง ฟื้นคืนสภาพเมืองให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง . #การส่งไม้ต่อให้มูลนิธิกระจกเงา บทบาทของ ม.อ. ไม่ได้จบลงเมื่อน้ำแห้ง แต่ยังทำหน้าที่เป็นข้อต่อที่สำคัญในช่วงการฟื้นฟูเมือง (Recovery Phase) โดยการเปิดพื้นที่ให้มืออาชีพตัวจริงอย่าง 'มูลนิธิกระจกเงา' เข้ามาบัญชาการภารกิจล้างเมืองและประสานความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ . ในระยะนี้ ม.อ. ยังคงสถานะเป็น 'ฟันเฟืองหลัก' (Key Mechanism) ที่ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ทั้งการสนับสนุนพื้นที่ตั้งฐานบัญชาการ รวมถึงการเชื่อมโยงทรัพยากรและเครือข่ายที่มี เพื่อสนับสนุนให้ภารกิจฟื้นฟูของมูลนิธิกระจกเงาและภาคีเครือข่ายเดินหน้าไปได้อย่างทรงพลังที่สุด . การแก้ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ในอนาคต หากเราลงทุนแต่กับคลองระบายน้ำแต่ละเลยการสนับสนุนองค์กรอย่าง ม.อ. และเครือข่ายอาสาสมัคร ก็เท่ากับเรามีแต่ 'ร่างกาย' แต่ขาด 'จิตวิญญาณ' เมืองหาดใหญ่ควรผนวกทุกเครือข่ายเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ 'แผนแม่บทถาวร' ในการจัดการภัยพิบัติ สนับสนุนงบประมาณ เครื่องมือ และการฝึกอบรม เพื่อให้พลังของอาสาสมัครและองค์ความรู้ที่มีอยู่แล้วถูกใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุด . Image Courtesy of มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ __ #HeartYaiComeback #HugHeartYai #CurioCity #HatyaiConnext #HatyaiRiseUphatyaiconnext
  • CONTENT

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ป้อมปราการทางปัญญา และ ‘Humanware’ ที่ขาดไม่ได้ในสมการแก้น้ำท่วมหาดใหญ่

เมื่อพูดถึงการแก้ป…

ทำไมแค่เห็นคำว่า 'เตือน' ใจก็สั่น? เข้าใจภาวะ Flood Trauma แผลทางใจที่น้ำลด แต่ความกลัวไม่ลด . ช่วงนี้ท้องฟ้าหาดใหญ่มืดครึ้มอีกครั้ง พร้อมกับข่าวแจ้งเตือนสภาพอากาศช่วงส่งท้ายปีที่เด้งขึ้นมาหน้าฟีดโซเชียลมีเดียถี่ขึ้น หลายคนยอมรับว่าทันทีที่เห็นคำว่า เตือน! - ด่วน! หรือเห็นภาพกราฟิกพายุ หัวใจจะเริ่มเต้นแรง มือเย็น หรือรู้สึกหวิวๆ ในท้อง ทั้งที่น้ำยังไม่ทันมา . ก่อนที่จะโทษตัวเองว่า "คิดมากไปหรือเปล่า" หรือ "ขี้ขลาดเกินไปไหม" อยากให้รู้ว่าในทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ อาการที่เป็นอยู่ คือเรื่องปกติของมนุษย์ที่ผ่านภัยพิบัติมา มันมีชื่อเรียกทางจิตวิทยา และมีคำอธิบายทางสมองรองรับชัดเจน . เมื่อร่างกายจดจำความเจ็บปวด ในทางจิตวิทยาเรียกภาวะนี้ว่า Natural Disaster Trauma หรือความบอบช้ำทางใจจากภัยพิบัติ งานวิจัยจาก University of York และ National Centre for Social Research (UK) พบว่าผู้ประสบภัยน้ำท่วมมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเครียด วิตกกังวล และ PTSD สูงกว่าคนทั่วไปถึง 9 เท่า แม้เหตุการณ์จะผ่านไปแล้วหลายปี . #เกิดอะไรขึ้นในสมองคนหาดใหญ่ ปกติสมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) จะทำหน้าที่คิดวิเคราะห์ด้วยเหตุผล แต่เมื่อเราเคยผ่านเหตุการณ์เฉียดตายหรือสูญเสียจากน้ำท่วม สมองส่วน อมิกดาล (Amygdala) ซึ่งเป็นศูนย์ควบคุมความกลัว จะทำหน้าที่เหมือนเครื่องตรวจจับควันที่ไวเกินเหตุ . ทันทีที่เห็นคำว่า "ท่วม" หรือได้ยินเสียงฝนตกหนัก (Trigger) อมิกดาลาจะสั่งการทันทีว่า 'อันตราย' โดยไม่รอให้สมองส่วนเหตุผลตรวจสอบข้อมูลว่าจริงหรือไม่ ผลคือร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมาทันที ทำให้เราแพนิค นอนไม่หลับ และอ่อนไหวง่าย . #กับดักของคำเตือน ในยุคโซเชียลมีเดีย การพาดหัวข่าวที่ใช้คำกระตุ้นอารมณ์ เช่น "หาดใหญ่จมแน่" "ระวังท่วมหนัก" หรือการใช้เครื่องหมายตกใจเยอะๆ (!!!!!!) เปรียบเสมือนการส่งสัญญาณไปกระตุ้นอมิกดาลาซ้ำๆ . เมื่อสมองถูกกระตุ้นให้ตื่นตระหนกบ่อยๆ แต่ภัยไม่ได้เกิดขึ้นจริง (หรือเกิดขึ้นน้อยกว่าที่คิด) จะเกิดภาวะ "ความเหนื่อยล้าจากการตื่นตัว" (Alert Fatigue) ทำให้เราเครียดสะสมโดยไม่รู้ตัว และที่แย่กว่านั้นคือ เมื่อถึงเวลาที่ภัยมาจริงๆ เราอาจจะหมดแรง หรือเลือกที่จะเพิกเฉยเพราะคิดว่าเป็นข่าวลวงอีกเหมือนเคย . วิธีรับมือต้องเปลี่ยนจาก 'ตระหนก' เป็น 'ตระหนัก' เราห้ามฝนตกไม่ได้ และห้ามพาดหัวข่าวไม่ได้ แต่เราฝึกสมองให้รับมือได้ เพื่อให้ช่วงสิ้นปีนี้ผ่านไปอย่างราบรื่น วิธีคือ . 1. จำกัดวงข้อมูล ในช่วงที่จิตใจอ่อนไหว ให้เลือกติดตามข่าวจาก Official Source หรือแหล่งข้อมูลทางการแค่ 1-2 แหล่งเท่านั้น เช่น เพจเทศบาลนครหาดใหญ่ (ซึ่งปัจจุบันมีการปรับปรุงระบบการสื่อสารให้รวดเร็ว แม่นยำ และชัดเจนขึ้นกว่าเดิมพอสมควร) เว็บไซต์ Hat Yai City Climate ประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา หรือเช็กแนวโน้มฝนด้วยตัวเองผ่านแอปพลิเคชัน Windy เพื่อเห็นภาพรวม เลี่ยงการเสพข่าวลือหรืออ่านคอมเมนต์ที่คาดเดากันเองจนเกินพอดี . 2. ตรวจสอบก่อนเชื่อ เมื่อเห็นโพสต์ที่ทำให้ตกใจ ให้ถามตัวเองก่อนว่า ใครเป็นคนโพสต์? มีข้อมูลอ้างอิงไหม? หรือ "เป็นภาพเก่าเล่าใหม่หรือเปล่า? การดึงสติกลับมาเช็คข้อมูล จะช่วยเรียกสมองส่วนเหตุผลให้กลับมาทำงาน และลดความทำงานของต่อมความกลัวลง . 3. เปลี่ยนความกังวลเป็นการลงมือทำ ถ้ากังวลมากให้นำพลังงานนั้นไปใช้ในการเตรียมพร้อม เช่น ยกของขึ้นที่สูง จัดกระเป๋าฉุกเฉิน หรือเช็คสภาพรถ การได้ลงมือทำอะไรบางอย่างจะทำให้สมองรู้สึกว่า เราควบคุมสถานการณ์ได้ (Sense of Control) และความเครียดจะลดลง . ความกลัวไม่ใช่ศัตรู แต่เป็นสัญญาณเตือนให้เรารอดชีวิต การที่รู้สึกกลัว แปลว่าสัญชาตญาณความปลอดภัยยังทำงานได้ดีเยี่ยม เพียงแต่เราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันอย่างสมดุล ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด แต่ไม่ต้องเกาะติดจนเสียสุขภาพจิต ให้โอกาสตัวเองได้พักหายใจ และเชื่อมั่นว่า ไม่ว่าฝนจะตกหนักแค่ไหน เราได้เตรียมพร้อมรับมือไว้อย่างดีที่สุดแล้ว ด้วยความห่วงใยและเข้าใจ จากเพื่อนชาวหาดใหญ่ด้วยกัน . อ้างอิง - Graham, H., et al. (2019). The mental health impacts of flooding: a systematic review. University of York / National Centre for Social Research. - Van der Kolk, B. (2014). The Body Keeps the Score: Brain, Mind, and Body in the Healing of Trauma. - American Psychological Association (APA). (n.d.). Managing traumatic stress: After a natural disaster __ #HeartYaiComeback #HugHeartYai #CurioCity #HatyaiConnexthatyaiconnext
  • CONTENT

ทำไมแค่เห็นคำว่า ‘เตือน’ ใจก็สั่น? เข้าใจภาวะ Flood Trauma แผลทางใจที่น้ำลด แต่ความกลัวไม่ลด

ช่วงนี้ท้องฟ้าหาดใ…

ทำไม 'ธง' ยังคงเป็นหัวใจ ของคนหาดใหญ่? ความเชื่อใจที่ฝากไว้ปลายเสาพร้อมการนับถอยหลังฝนส่งท้ายปี . นับถอยหลังอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า หาดใหญ่กำลังจะเผชิญกับบททดสอบส่งท้ายปี 2568 ตามประกาศเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยาที่ระบุว่าช่วงวันที่ 25-28 ธันวาคมนี้ จะมีมรสุมพาดผ่านและฝนตกหนักอีกระลอก . ในห้วงเวลาที่ความกังวลเริ่มก่อตัว นอกเหนือจากเกาะติดเพจที่รายงานเกี่ยวกับลมฟ้าอากาศ สายตาของชาวหาดใหญ่ก็โฟกัสไปที่สัญลักษณ์เฝ้าระวังอย่าง 'ธง 3 สี' (เขียว-เหลือง-แดง) ที่ปักอยู่ริมคลอง . ท่ามกลางโลกยุค AI และ IoT ที่ล้ำสมัย ระบบเตือนภัยน้ำท่วมของเมืองเศรษฐกิจแห่งนี้ กลับฝากหัวใจไว้กับสิ่งประดิษฐ์สุดคลาสสิกชิ้นนี้ คำถามที่น่าสนใจคือ มีเมืองไหนในโลกอีกไหมที่ใช้ระบบธงผ้าแบบนี้เตือนน้ำท่วมเมือง? . คำตอบคือ 'แทบไม่มีแล้วในระดับเมืองใหญ่ (Urban Scale)' . ในระดับสากล ระบบธง (Flag Warning System) มักถูกใช้ในบริบทของ 'ความปลอดภัยชายหาด' (Beach Safety) เพื่อเตือนคลื่นลม หรือใช้ในสนามแข่งรถ แต่สำหรับการเตือนภัยน้ำท่วมเมือง (Urban Flood) ประเทศพัฒนาแล้วอย่าง ญี่ปุ่น สหรัฐฯ หรือยุโรป เปลี่ยนไปใช้ 'Color-coded Digital Alert' หรือรหัสสีผ่านจอดิจิทัลและมือถือเกือบหมดแล้ว . แล้วทำไมหาดใหญ่ยังใช้? และระบบนี้ดีหรือไม่ดีอย่างไรในสายตาคนนอก? ลองมาวิเคราะห์กัน . #ทำไมคนหาดใหญ่ยังเชื่อธงมากกว่าแอป ต้องยอมรับว่าระบบธงของหาดใหญ่ประสบความสำเร็จมากในแง่ของ 'Psychological Anchor' หรือที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ ซึ่งมีจุดแข็งที่เทคโนโลยีเลียนแบบไม่ได้ (Analog Trust) . 1. ความน่าเชื่อถือ (Trust) - คนหาดใหญ่เชื่อ 'ธง' มากกว่ากราฟิกบนหน้าจอ เพราะธงตั้งอยู่ริมน้ำจริงๆ เห็นระดับน้ำกับตาจริงๆ ความเรียบง่ายนี้สร้าง Trust มานานหลักสิบปี . 2. ความเสถียร (Resilience) - ในสถานการณ์ภัยพิบัติที่ไฟดับ อินเทอร์เน็ตล่ม หรือแอปฯ ล่ม 'ธง' ยังคงโบกสะบัดอยู่ตรงนั้น มันคือระบบ Analog ที่ไม่มีวัน Error ตราบใดที่เสายังปักอยู่ . 3. ความเข้าใจง่าย (Universal Design) - ไม่ต้องรู้หนังสือ ไม่ต้องมีสมาร์ทโฟน เห็นสีก็รู้เรื่องทันที (เขียว=รอด, เหลือง=เก็บของ, แดง=หนี) . #จุดอ่อนและBugของระบบธงในยุคใหม่ แม้จะขลัง แต่ระบบธงมีข้อจำกัดทางกายภาพที่อันตรายในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่อง Latency (ความล่าช้า) เพราะการเปลี่ยนสีธงต้องใช้ 'คน' เดินทางไปเปลี่ยน หากน้ำมาเร็วมาก หรือเจ้าหน้าที่ติดพันภารกิจอื่น การเปลี่ยนธงอาจช้ากว่าสถานการณ์จริง (Real-time Lag) . รวมถึงเรื่อง Visibility (การมองเห็น) ที่กลางคืนมองไม่เห็น ฝนตกหนักมองไม่ชัด และที่สำคัญคือ 'ถ้าคุณไม่ได้อยู่หน้างาน คุณก็ไม่เห็น' คนที่อยู่ห่างออกไปต้องรอฟังข่าวบอกต่อ ซึ่งอาจเกิดการบิดเบือนได้ . นอกจากนี้ยังมีความหยาบของข้อมูล (Lack of Granularity) ธงเหลืองของแต่ละคนไม่เท่ากัน 'เหลือง' คือเตรียมตัว 1 ชั่วโมง หรือ 5 ชั่วโมง? ระบบสีบอกแค่ 'สถานะ' แต่ไม่บอก 'เวลา' (Time-frame) ที่เหลืออยู่ . #คนอื่นใช้อะไรแทนธง ญี่ปุ่น เขาไม่ได้ใช้แค่ธง แต่ใช้ 'ระบบระดับการเตือนภัย 1-5' ที่ระบุสีและคำสั่งชัดเจนผ่าน 'ทีวีทุกช่อง, แอปฯ ในมือถือ และป้ายดิจิทัล' จุดเด่นคือการ นิยามให้เป็นรหัสสีที่เข้าใจง่ายและบังคับใช้จริง ระดับ 3 (สีแดง) ผู้สูงอายุต้องเริ่มอพยพ ระดับ 4 (สีม่วง) ทุกคนต้องอพยพทันที (ไม่ใช่แค่แนะนำ) ระดับ 5 (สีดำ) วิกฤตสูงสุด ภัยถึงตัวแล้ว ให้รักษาชีวิตในจุดที่ปลอดภัยที่สุด ข้อมูลเหล่านี้ถูกส่งผ่านระบบ J-Alert ยิงตรงเข้ามือถือพร้อมเสียงไซเรนเตือนภัย ทำให้ประชาชนรู้ตัวพร้อมกันทั้งเมืองโดยไม่ต้องรอฟังข่าวบอกต่อ จุดเด่นคือมีการระบุชัดเจนว่า สีนี้ = ต้องอพยพผู้สูงอายุ สีนี้ = อพยพทุกคน และมีการยิง Alert เข้ามือถือระบุพิกัดทันที . ส่วน 'สหรัฐอเมริกา' เมื่อเกิดภัยพิบัติระดับวิกฤต (Flash Flood Emergency) เขาใช้ระบบ Wireless Emergency Alerts (WEA) ซึ่งก็คือเทคโนโลยี Cell Broadcast มาตรฐานเดียวกับที่หาดใหญ่กำลังเริ่มใช้ . จุดเด่นคือระบบจะยิงข้อความแจ้งเตือนพร้อม 'เสียงไซเรนพิเศษ' ดังลั่นออกจากมือถือทุกเครื่องในพื้นที่เสี่ยงทันที แม้จะปิดเสียงหรือไม่มีเน็ตก็ตาม โดยที่ประชาชนไม่ต้องโหลดแอปพลิเคชันใดๆ เพิ่มเติม . #ทางออกไม่ต้องทิ้งธงแต่ต้องทำให้Smart หาดใหญ่ไม่จำเป็นต้องเลิกใช้ธง เพราะมันคือ 'แบรนด์' แห่งความเชื่อมั่นของเมือง แต่ควร Upgrade สู่ระบบ 'Hybrid Warning System' . - Digital Twin สถานะธงต้องไม่อยู่แค่ริมคลอง แต่ต้องอยู่บน Widget หน้าจอมือถือ บนป้าย LED จราจรทั่วเมือง และบนหน้าเว็บไซต์เทศบาลแบบ Real-time ทันทีที่เจ้าหน้าที่เปลี่ยนธงจริง ธงในโลกออนไลน์ต้องเปลี่ยนด้วยวินาทีเดียวกัน หรือการทำประกาศที่มีสี (CI) ชัดเจนที่ใช้เพื่อสื่อสารเกี่ยวกับเรื่องน้ำ . - เพิ่ม 'ความหมาย' ให้กับสี (Define the Code) ถอดบทเรียนจากญี่ปุ่น คือต้องนิยาม Action Plan ของแต่ละสีให้ชัดกว่านี้ เช่น ธงเหลือง ไม่ใช่แค่ 'เฝ้าระวัง' แต่ต้องระบุว่า 'น้ำจะถึงตัวเมืองภายใน X ชั่วโมง' (ใช้ Data มาคำนวณให้ได้ผลใกล้เคียง) . - Sensor-based Flag (ธงอัตโนมัติ) ในจุดที่ห่างไกล ควรใช้ 'ธงไฟ LED' ที่เปลี่ยนสีอัตโนมัติตามระดับน้ำจากเซนเซอร์ (Telemetering) ลดความเสี่ยงของเจ้าหน้าที่และลดความล่าช้า . ระบบธงของหาดใหญ่ คือมรดกทางภูมิปัญญาการจัดการภัยพิบัติที่น่าภูมิใจ มันคือสัญลักษณ์ที่บอกว่า 'เราตื่นตัว' แต่เพื่อให้หาดใหญ่รอดพ้นจากภัยพิบัติที่รุนแรงและรวดเร็วขึ้นในอนาคต . การรักษา 'Trust' แบบเก่า ผสานกับ 'Speed' ของเทคโนโลยีใหม่ คือทางรอดที่แท้จริง ธงต้องไม่ได้โบกสะบัดแค่ริมคลอง แต่ต้องโบกสะบัดอยู่ในมือถือของชาวหาดใหญ่ทุกคน . Image Courtesy of เทศบาลนครหาดใหญ่ . อ้างอิง - Japan Meteorological Agency (JMA). (n.d.). Emergency Warning System - Federal Emergency Management Agency (FEMA). (n.d.). Wireless Emergency Alerts (WEA) - เทศบาลนครหาดใหญ่. (n.d.). ระบบเตือนภัยน้ำท่วมหาดใหญ่ (Hat Yai City Climate Resilience) __ #HeartYaiComeback #HugHeartYai #CurioCity #HatyaiConnexthatyaiconnext
  • CONTENT

ทำไม ‘ธง’ ยังคงเป็นหัวใจ ของคนหาดใหญ่? ความเชื่อใจที่ฝากไว้ปลายเสาพร้อมการนับถอยหลังฝนส่งท้ายปี

นับถอยหลังอีกไม่กี…

น้ำท่วมหาดใหญ่สะเทือนไกลถึงคนปลายน้ำ เมื่อการระบายน้ำเร็ว อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้าย . ข่าวแจ้งเตือนสภาพอากาศช่วงวันที่ 25-28 ธันวาคมนี้ ที่ระบุว่าจะมีปริมาณฝนสะสมเพิ่มขึ้นในพื้นที่หาดใหญ่ ทำเอาหลายคนใจคอไม่ดีอีกครั้ง ทั้งที่คราบโคลนจากรอบที่แล้วยังล้างไม่หมด ความกังวลเดิมๆ ก็วนกลับมาฉายซ้ำว่า "รอบนี้จะรอดไหม?" . เมื่อความกลัวก่อตัวขึ้น ข้อเสนอแรกที่มักถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงเสมอคือ "ทำอย่างไรก็ได้ ให้น้ำออกจากตัวเมืองหาดใหญ่ให้เร็วที่สุด" เพื่อปกป้องพื้นที่ไข่แดงทางเศรษฐกิจไม่ให้จมน้ำซ้ำซาก ด้วยความเชื่อที่ว่าการผลักน้ำออกไปให้พ้นตัวคือทางรอดที่ดีที่สุด แต่หากเรากางแผนที่ดูความจริงทางภูมิศาสตร์ประกอบกับข้อมูลทางชลศาสตร์ จะพบว่าข้อเสนอนี้อาจเป็นดาบสองคมที่แก้ปัญหาจุดหนึ่ง แต่ไปสร้างวิกฤตให้อีกจุดหนึ่งอย่างมหาศาล . ปัญหาใจกลางของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ศักยภาพของเครื่องสูบน้ำ แต่อยู่ที่โครงสร้างธรรมชาติของ 'ทะเลสาบสงขลา' ซึ่งเปรียบเสมือน 'ขวดก้นใหญ่แต่ปากแคบ' การผลักมวลน้ำมหาศาลจากหาดใหญ่ (พื้นที่กลางน้ำ) ลงไปสู่ทะเลสาบ (พื้นที่ปลายน้ำ) อย่างเร่งรีบ โดยที่ทางออกสู่ทะเลอ่าวไทยยังระบายไม่ทัน ไม่ต่างอะไรกับการอัดน้ำเข้าสู่พื้นที่ปิด ผลลัพธ์คือระดับน้ำรอบทะเลสาบจะยกตัวสูงขึ้นและแช่ขังยาวนาน พื้นที่ชุมชนรอบทะเลสาบต้องกลายเป็นพื้นที่รับเคราะห์ เพื่อแลกกับการที่ระดับน้ำในเมืองลดลงเร็วขึ้น นี่คือโจทย์เรื่อง 'ความยุติธรรมในการจัดการน้ำ' ที่ละเอียดอ่อนเกินกว่าจะใช้เพียงวิธีการทางวิศวกรรมแบบเส้นตรงมาแก้ไข . #ข้ามไปดูCaseStudyระดับโลกที่ญี่ปุ่น ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีเมืองหนาแน่นตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำคล้ายเรา แต่ในลุ่มน้ำสึรุมิ (Tsurumi River) ที่ไหลผ่านเมืองใหญ่อย่างโยโกฮาม่าและโตเกียว เขาตระหนักดีว่าแม่น้ำปลายทางไม่สามารถรองรับน้ำที่ถูกระบายออกมาพร้อมกันจากเมืองได้ทั้งหมด . เขาจึงก้าวข้ามวิธีคิดแบบ 'ผลักน้ำทิ้ง' เปลี่ยนมาใช้นโยบายที่บังคับให้เมืองต้องรับผิดชอบ 'หน่วงน้ำ' ในพื้นที่ตัวเอง ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ สวนชิน-โยโกฮาม่า' (Shin-yokohama Park) ซึ่งเป็นที่ตั้งของ 'นิสสัน สเตเดียม (Nissan Stadium) พื้นที่นี้ถูกออกแบบให้เป็น 'Dual Purpose' คือในยามปกติจะเป็นสวนกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในเมือง แต่เมื่อเกิดพายุฝน จะเปลี่ยนหน้าที่เป็น 'บ่อหน่วงน้ำยักษ์' (Detention Basin) ทันที . โดยตัวสนามกีฬานิสสันถูกออกแบบให้ 'สร้างอยู่บนเสายกสูง' (Constructed on pillars) เพื่อให้น้ำสามารถไหลเข้าไปท่วมพื้นที่สวนด้านล่างและใต้ถุนสนามได้เต็มพิกัด โดยที่ตัวสนามแข่งขันไม่ได้รับความเสียหาย วิธีนี้คือการอยู่ร่วมกับน้ำอย่างชาญฉลาด คือยอมเสียสละพื้นที่สาธารณะบางส่วนให้ท่วมชั่วคราว เพื่อตัดยอดน้ำไม่ให้ไหลลงสู่แม่น้ำพร้อมกันจนล้นตลิ่งท่วมชุมชน . #มองไปที่เนเธอร์แลนด์เมืองที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล อีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างสังคมคือโครงการ 'Room for the River' ที่เมืองไนจ์เมเกน (Nijmegen) ซึ่งเผชิญโจทย์เรื่องคอขวดของแม่น้ำเช่นกัน รัฐบาลดัตช์เลือกที่จะไม่ใช้การสร้างเขื่อนกั้นน้ำให้สูงขึ้นหรือเร่งระบายเพียงอย่างเดียว แต่เลือกที่จะ 'คืนพื้นที่ให้แม่น้ำ' . หัวใจสำคัญคือการเจรจากับชุมชนเกษตรกรรมที่ต้องกลายเป็นทางน้ำหลาก เปลี่ยนมุมมองจากการบังคับเป็นการ 'ออกแบบร่วมกัน' หากพื้นที่ใดมีความจำเป็นต้องรับน้ำเพื่อช่วยระบบส่วนรวม พื้นที่นั้นจะต้องได้รับการยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน ถนนต้องสูงพ้นน้ำ สัญจรได้แม้ในฤดูน้ำหลาก รวมถึงมีการปรับภูมิทัศน์ให้พื้นที่รับน้ำกลายเป็นพื้นที่ที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เป็นสวนสาธารณะริมน้ำที่สวยงาม ทำให้ชาวบ้านรู้สึกว่าตนเองคือ 'หุ้นส่วน' ของการแก้ปัญหา ไม่ใช่ 'ผู้ถูกกระทำ' จากนโยบายของคนเมือง . #ย้อนกลับมาที่หาดใหญ่ บทเรียนจากทั้งสองประเทศสะท้อนให้เห็นว่า การจัดการน้ำของหาดใหญ่ให้ยั่งยืน ไม่ควรหยุดอยู่แค่ข้อเรียกร้องให้ขุดคลองระบายน้ำเพิ่มเพื่อเร่งระบายลงทะเลสาบสงขลา แต่ควรเป็นการมองภาพรวมทั้งระบบนิเวศ . ตั้งแต่ต้นทางคือการเพิ่มพื้นที่หน่วงน้ำภายในตัวเมืองหาดใหญ่เอง การออกแบบสวนสาธารณะหรือแก้มลิงในเมืองที่ใช้งานได้จริง (หรืออัปเกรดจากของเดิมที่มีอยู่แล้ว) ไปจนถึงการจัดการปลายทางอย่างการขุดลอกร่องน้ำบริเวณปากทะเลสาบสงขลาอย่างจริงจังเพื่อให้น้ำออกทะเลได้สะดวกขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือการจัดวางผังเมืองที่ไม่ผลักภาระความเสี่ยงไปให้พื้นที่รอบนอกเพียงฝ่ายเดียว . ท้ายที่สุดแล้ว การแก้ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ไม่ใช่แค่เรื่องของการทำให้น้ำแห้งเร็วที่สุด แต่คือศิลปะการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้ไหลเวียนไปตามระบบนิเวศ เพราะตราบใดที่เรายังแก้ปัญหาด้วยการย้ายมวลน้ำจากที่หนึ่งไปท่วมอีกที่หนึ่ง วงจรความเดือดร้อนก็จะไม่มีวันสิ้นสุด และธรรมชาติจะยังคงส่งบทเรียนบทใหม่ที่อาจรุนแรงยิ่งกว่าเดิมตามสภาวะโลกรวนมาให้เราแก้ไขซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่อีกเรื่อยๆ หลังจากนี้ . อ้างอิง - Ministry of Land, Infrastructure, Transport and Tourism (MLIT), Japan. (n.d.). Tsurumi River Basin Master Plan: Comprehensive Flood Control Measures - Nissan Stadium. (n.d.). Role of Shin-Yokohama Park Retarding Basin. Nissan-stadium jp - Rijkswaterstaat, Ministry of Infrastructure and Water Management, The Netherlands. (n.d.). Room for the River Programme: Room for the River Waal (Nijmegen) - สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.). (2565). ข้อมูลลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา สภาพภูมิศาสตร์และการบริหารจัดการน้ำ. คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ - กรมอุตุนิยมวิทยา. (2568). พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า: ภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนตกหนักบางแห่งช่วงวันที่ 25-28 ธ.ค. 68 __ #HeartYaiComeback #HugHeartYai #CurioCity #HatyaiConnexthatyaiconnext
  • CONTENT

น้ำท่วมหาดใหญ่สะเทือนไกลถึงคนปลายน้ำเมื่อการระบายน้ำเร็ว อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้าย

ข่าวแจ้งเตือนสภาพอ…

Amazing Hatyai Happy Bus เมื่อโจทย์ของการฟื้นฟูเมือง คือการทำให้คนและเงินหมุนเวียน ได้คล่องตัวที่สุด . ในวันที่หาดใหญ่กำลังเร่งเครื่องฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังน้ำท่วม อุปสรรคสำคัญที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าคือเรื่อง Mobility หรือการเคลื่อนย้ายของผู้คน เพราะต่อให้ร้านค้าเปิดครบทุกร้าน แต่ถ้านักท่องเที่ยวหรือคนในพื้นที่เดินทางไปหาไม่ได้ การจับจ่ายใช้สอยก็ไม่เกิด . การเกิดขึ้นของโปรเจกต์ Amazing Hatyai Happy Bus ที่เริ่มวิ่งวันนี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการอำนวยความสะดวกหรือแจกของฟรี แต่คือการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่เรียกว่า Tourism Logistics . เหตุผลที่ ททท. ต้องเข้ามาอุดช่องโหว่ตรงนี้ เพราะกลุ่มเป้าหมายหลักของหาดใหญ่คือนักท่องเที่ยวมาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ซึ่งคุ้นเคยกับการใช้ขนส่งสาธารณะ การที่เมืองขาดแคลนระบบขนส่งที่เชื่อมโยงถึงกันในช่วงฟื้นฟู จึงเท่ากับการตัดโอกาสทางเศรษฐกิจและรายได้ที่ควรจะเข้าสู่เมือง ปฏิบัติการครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการสร้าง Temporary Feeder หรือระบบเส้นเลือดฝอยชั่วคราว เพื่อปั๊มหัวใจให้เมืองทำงานต่อได้ . Connecting the Dots: วางเส้นทางวิ่งวน 2 ลูป เชื่อม Node สำคัญอย่าง สถานีรถไฟ-ย่านการค้า-โรงพยาบาล-สถานศึกษา เข้าด้วยกัน ให้คน Move ข้ามโซนได้โดยไม่ต้องพึ่งรถส่วนตัว . Standardizing: ยกระดับมาตรฐานด้วยระบบ GPS Tracking ให้เช็คตำแหน่งรถได้แบบ Real-time แก้ Pain Point เรื่องความไม่แน่นอนของเวลา . แม้นี่จะเป็นเพียงมาตรการระยะสั้นช่วง 2 เดือนนี้ แต่คือภาพจำลองที่ทำให้เห็นว่า หากหาดใหญ่มีระบบขนส่งที่เอื้อให้นักท่องเที่ยวและคนในเมืองเดินทางได้สะดวกจริงๆ หน้าตาของเศรษฐกิจเมืองจะเปลี่ยนไปในทิศทางไหน . ร่วมใช้งานและเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการทดลองระบบนี้ไปด้วยกัน ตั้งแต่วันนี้ - 28 ก.พ. 69 รถออกทุก 1 ชั่วโมง (06.00 - 19.00 น.) __ #HeartYaiComeback #HugHeartYai #AmazingHatyaiHappyBus #HatyaiConnexthatyaiconnext
  • CONTENT

Amazing Hatyai Happy Bus เมื่อโจทย์ของการฟื้นฟูเมือง คือการทำให้คนและเงินหมุนเวียน ได้คล่องตัวที่สุด

ในวันที่หาดใหญ่กำล…

Prev
1 … 19 20 21 22 23
Next

Fusce dignissim blandit justo, eget elementum risus tristique. Nunc lacus lacus, sit amet accumsan est pulvinar non praesent tristique enim lorem.

Site Menu

  • Services
  • Our Team
  • Pricing Plans
  • We are Hiring
  • Privacy Policy

Useful Links

  • Introduction
  • About Us
  • App Features
  • Pricing Plans
  • Cookie Policy

Contact Us

Phone: (+63) 555 1212
Fax: (+63) 555 0100

Need help or have a question?
Contact us at: info@mail.com

Copyright © 2026 - WordPress Theme by CreativeThemes