Skip to content
City Connext
  • About
  • Blog
  • Contact
  • Home
  • PROJECT
  • Services
  • หน้าแรก
Get in Touch
  • CONTENT
  • PROJECT
Hatyai connext trans logo
  • CONNEXT
City Connext
Hatyai connext trans logo
หาดใหญ่ตอนนี้เหมือน ทีมฟุตบอลที่ไร้ ‘กัปตัน’ โจทย์ใหญ่คือเมื่อทีมอาสากลับไป ใครจะรับไม้ต่อในระยะยาว . ถ้ามองภาพเมืองหาดใหญ่ในเวลานี้ เราต้องยอมรับตามความจริงว่าทุกคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ เราเห็นพี่ๆ พนักงานเทศบาลและเจ้าหน้าที่รัฐที่ระดมกำลังเก็บขยะมหาศาลกันต่อเนื่อง เราเห็นภาคเอกชนที่เริ่มซ่อมแซมพื้นที่ธุรกิจ และภาคประชาชนที่ออกมาดูแลหน้าบ้านของตัวเอง ทุกฝ่ายต่างขยับตัวและลงมือทำเพื่อฟื้นฟูเมืองในส่วนที่ตัวเองรับผิดชอบ . แต่ทำไม... เรายังรู้สึกว่าภาพรวมมันยังไม่สมูท ? ทำไมการจัดการบางอย่างถึงยังดูติดขัด ? และทำไมทรัพยากรที่มีมากมายถึงดูเหมือนกระจายไปไม่ทั่วถึง ? . คำตอบไม่ได้อยู่ที่คนทำงานขี้เกียจ (เพราะทุกคนขยันมาก) แต่อยู่ที่ปรากฏการณ์ทางบริหารจัดการที่เรียกว่า Silo Effect หรือต่างคนต่างทำในวันที่ทีมกีฬาทีมนี้ขาดคนคุมแผนการเล่นตรงกลาง . #บทบาทของกัปตันทีมและWarRoom ท่ามกลางความชุลมุน สิ่งที่เข้ามาช่วยจัดระเบียบการเล่นของทีมหาดใหญ่ให้เข้าที่เข้าทางขึ้น คือการเข้ามาของมูลนิธิกระจกเงาและภาคีเครือข่าย ที่อยู่เคียงบ่าเคียงไหล่ชาวหาดใหญ่มาตั้งแต่วันแรกๆ ของวิกฤต . สิ่งที่พวกเขาทำ ไม่ใช่แค่การลงแรงกาย แต่คือการสวมบทบาท ‘กัปตันทีมชั่วคราว’ ผ่านการตั้ง War Room ภาคประชาชน เพื่อทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ซึ่งโมเดลนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การมีศูนย์กลางนั้นทรงพลังแค่ไหน . #ระบบที่ดีเปลี่ยนเกมได้อย่างไร หากไม่มีกัปตันคอยสั่งการในสนาม สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือความสูญเปล่าของทรัพยากร แต่เมื่อมีระบบ War Room เข้ามา มันช่วยแก้ปัญหาคลาสสิกได้ถึง 2 เรื่อง . 1. แก้ปัญหาการส่งบอลผิดช่อง - Resource Mismatch เดิมทีจิตอาสาอาจลงพื้นที่เดิมๆ ทำให้บางซอยของล้น แต่บางซอยขาดแคลน การมี War Room ช่วยรวบรวมข้อมูล Demand (บ้านไหนต้องการคนล้าง/รถขยะ) มาจับคู่กับ Supply (อาสากี่คน/รถกี่คัน) ทำให้ทรัพยากรถูกกระจายไปอย่างทั่วถึงและแม่นยำขขึ้นกว่าเดิม เหมือนกัปตันที่จ่ายบอลไปให้คนที่ว่างอยู่ ไม่ใช่จ่ายไปที่ที่คนยืนกองกัน . 2. แก้ปัญหาวิ่งทับตำแหน่งกัน - Sequence Mismatch ในงานฟื้นฟูเมือง ลำดับการเข้าทำสำคัญมาก เช่น ต้องเคลียร์ขยะชิ้นใหญ่ออกก่อน รถฉีดน้ำจึงจะเข้าได้ และต้องฉีดโคลนก่อนที่มันจะแห้งแข็ง การมีศูนย์สั่งการช่วยวางแผนให้สอดคล้องกัน เอกชนรู้ว่าต้องเข้าตอนไหน รัฐรู้ว่าต้องสนับสนุนเครื่องจักรจุดไหน ทำให้งานไม่สะดุดและไม่ต้องรื้อทำใหม่ . #เมื่อกัปตันรับเชิญต้องกลับบ้าน เราต้องไม่ลืมความจริงที่ว่า พี่ๆ มูลนิธิกระจกเงาและทีมอาสาจากภายนอก คือกำลังเสริมที่มาช่วยกู้วิกฤตเท่านั้น ในวันข้างหน้าเมื่อภารกิจเร่งด่วนจบลงและทีมอาสาต้องถอนตัวกลับไป 'ปลอกแขนกัปตัน' นี้จะถูกส่งต่อให้ใคร? . เพราะงานฟื้นฟูเมืองไม่ได้จบแค่สัปดาห์นี้ แต่ยังเหลือโจทย์ระยะยาวอีกเพียบ ทั้งการจัดการขยะตกค้าง การซ่อมแซมระบบระบายน้ำ และการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งต้องใช้เวลาหลายเดือน . #ถึงเวลาเจ้าของบ้านตัวจริงรับไม้ต่อ ตำแหน่งกัปตันทีมในระยะยาว ถูกสงวนไว้สำหรับ ‘เจ้าของบ้านตัวจริง’ ผู้ที่มีทั้งทรัพยากร งบประมาณ และความชอบธรรมทางกฎหมายที่จะสั่งการให้ทุกภาคส่วนเดินหน้าต่อได้อย่างต่อเนื่อง . การมีอยู่ของ War Room ในวันนี้คือพิมพ์เขียวที่ชี้ให้เห็นแล้วว่า การบูรณาการข้อมูลสำคัญแค่ไหน ถึงเวลาแล้วที่ผู้สวมปลอกแขนตัวจริง จะก้าวเข้ามารับช่วงต่อ ถอดบทเรียนจากระบบที่ภาคประชาชนช่วยกันสร้างไว้ และนำไปขยายผลเป็นระบบปฏิบัติการของเมือง . เพื่อให้ #ทีมหาดใหญ่ ทีมนี้ยังคงวิ่งต่อไปข้างหน้าได้อย่างมีทิศทาง แม้ในวันที่ไม่มีทีมอาสาอยู่แล้วก็ตาม __ #HeartYaiComeback #HugHeartYai #CurioCity #HatyaiConnext #SiloEffect #มูลนิธิกระจกเงา #WarRoom #หาดใหญ่hatyaiconnext
  • CONTENT

หาดใหญ่ตอนนี้เหมือน ทีมฟุตบอลที่ไร้ ‘กัปตัน’ โจทย์ใหญ่คือเมื่อทีมอาสากลับไป ใครจะรับไม้ต่อในระยะยาว

ถ้ามองภาพเมืองหาดใ…

แค่ยิ้มทักทายก็ชาร์จแบตให้กันได้ 'Micro-Interaction' วิธีเติมกำลังใจให้เมือง ในวันที่เราต่างคนต่างเหนื่อย . ในวันที่หาดใหญ่กำลังเร่งฟื้นฟู เชื่อว่าหลายคนเหนื่อยจน แบตเตอรี่ทางสังคม (Social Battery) หมดเกลี้ยง ไม่อยากคุยกับใครยาวๆ ไม่อยากเล่าเรื่องเดิมซ้ำๆ เพราะแค่แรงจะขัดบ้านหรือจัดร้านใหม่ก็แทบไม่เหลือแล้ว แต่อีกใจหนึ่ง ความเงียบและความเหนื่อยล้ารอบตัว ก็ทำให้บรรยากาศของเมืองดูหม่นหมองเหลือเกิน . ทางออกที่จะช่วย #กู้ชีพความรู้สึก ของชาวหาดใหญ่ในตอนนี้ ไม่ใช่การจัดปาร์ตี้ฉลอง แต่คือสิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า ‘Micro-Interaction’ . #MicroInteractionคืออะไร? อธิบายง่ายๆ มันคือ ‘ปฏิสัมพันธ์ขนาดจิ๋ว’ หรือการสื่อสารสั้นๆ กับคนที่เราไม่ได้สนิทด้วย คนแปลกหน้า หรือคนรู้จักห่างๆ ซึ่งกินเวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาที มันไม่ใช่การนั่งจับเข่าคุยปรับทุกข์ แต่เป็นเพียงการกระทำเล็กๆ ที่บอกว่าฉันเห็นเธอนะ เช่น การส่งยิ้ม การสบตา หรือการทักทายสั้นๆ . #กาแฟแก้วเดิมแต่ความสุขไม่เท่ากัน มีงานวิจัยทางจิตวิทยาที่น่าสนใจมากจาก Dr. Gillian Sandstrom ที่ทดลองให้คนเดินเข้าไปสั่งกาแฟในร้านกาแฟแบรนด์ดังโลโก้สีเขียวโดยแบ่งลูกค้าเป็น 2 กลุ่ม . กลุ่ม A (เน้นเร็ว) เดินเข้าไปสั่ง จ่ายเงิน รับของ แล้วเดินออกมาเลย กลุ่ม B (เน้นความรู้สึก) สั่งแล้วลอง ชวนพนักงานคุยเล่นสั้นๆ ยิ้มให้ หรือแค่สบตาขอบคุณ . ผลลัพธ์คือ แม้จะได้กาแฟรสชาติเหมือนกันเป๊ะ แต่กลุ่ม B ที่มี ‘ปฏิสัมพันธ์ขนาดจิ๋ว’ กลับรายงานว่ารู้สึกมีความสุขมากกว่าและได้รับ 'พลังบวก' กลับไปใช้ชีวิตต่อมากกว่ากลุ่มแรกอย่างชัดเจน . โดยปกติมนุษย์เรามักจะสร้างกำแพงล่องหน ขึ้นมาเพื่อกันตัวเองออกจากคนแปลกหน้า ทำให้เรารู้สึกโดดเดี่ยวโดยไม่รู้ตัว แต่ทันทีที่เราเริ่มบทสนทนาเล็กๆ กำแพงนั้นจะพังทลายลง . สมองจะได้รับสัญญาณยืนยันว่า ฉันมีตัวตนและฉันเป็นส่วนหนึ่งของสังคม (Sense of Belonging) ซึ่งเป็นความต้องการลึกๆ ของมนุษย์ทุกคน การได้รู้สึกว่าตัวเองเชื่อมโยงกับคนอื่น แม้เพียงเสี้ยววินาที จึงเป็นรางวัลทางใจที่เงินซื้อไม่ได้ และทำให้เรารู้สึกว่าโลกนี้น่าอยู่ขึ้น . #ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับหาดใหญ่ตอนนี้ เพราะในช่วงนี้ เรามักเผลอทำตัวเป็น กลุ่ม A โดยไม่รู้ตัว คือรีบกิน รีบซื้อ รีบกลับไปเคลียร์งาน จนลืมเงยหน้ามองคนรอบข้าง บรรยากาศการกลับมาเปิดร้านหรือเริ่มงานใหม่เลยดูเกร็งๆ และตึงเครียด . วันนี้ลองเปลี่ยนจาก ‘คนแปลกหน้า’ ให้เป็น ‘เพื่อนร่วมชะตากรรมที่ส่งพลังให้กัน . - แทนที่จะแค่จ่ายเงินค่าข้าวแล้วรีบไปทำงาน > ลองทักแม่ค้าว่า ‘ดีใจจังที่ร้านกลับมาเปิดแล้ว’ - แทนที่จะเดินผ่านเพื่อนบ้านที่กำลังขัดรั้ว > ลองพยักหน้าแล้วทักสั้นๆ ว่า ‘ใกล้เสร็จหรือยัง บ้านเริ่มสวยเหมือนเดิมแล้วนะ’ . บทสนทนาแค่ 10 วินาทีนี้ ไม่ได้ทำให้งานเสร็จเร็วขึ้น แต่มันช่วยชาร์จแบตหัวใจ ให้ทั้งคนพูดและคนฟังมีแรงฮึดสู้ต่อได้ทันที เงยหน้าจากกองงาน แล้วส่งยิ้มให้กันสักนิด เพราะรอยยิ้มของคุณคือกำลังใจที่ดีที่สุดของคนข้างบ้านในเวลานี้ . อ้างอิง - Sandstrom, G. M., & Dunn, E. W. (2014). Is Efficiency Overrated? Minimal Social Interactions Lead to Belonging and Positive Affect . Image Courtesy of แลต๊ะแลใต้ __ #HeartYaiComeback #HugHeartYai #CurioCity #HatyaiConnext #MicroInteraction #ปฏิสัมพันธ์ขนาดจิ๋วhatyaiconnext
  • CONTENT

แค่ยิ้มทักทายก็ชาร์จแบตให้กันได้ ‘Micro-Interaction’ วิธีเติมกำลังใจให้เมือง ในวันที่เราต่างคนต่างเหนื่อย

ในวันที่หาดใหญ่กำล…

วันจันทร์แห่งความจริง พบกับ 'การตกงานเงียบ' 3 ฉากทัศน์เศรษฐกิจที่คนหาดใหญ่อาจต้องรับมือ . วันนี้คือวันจันทร์แรกของปีที่ปฏิทินบอกให้เรากลับไปทำงานตามปกติ สำหรับคนทั่วโลก มันอาจเป็นแค่อาการ Monday Blues / Post-Holiday Blues หรือความรู้สึกหน่วงๆ ที่ไม่อยากตื่นหลังหยุดยาว แต่สำหรับคนหาดใหญ่ วันจันทร์นี้มีมวลความรู้สึกที่หนักอึ้งกว่านั้น . เราต้องตื่นมาทำงานในสภาพที่ 'กายอยู่ที่ออฟฟิศ แต่ใจอยู่ที่บ้าน' กังวลกับคราบโคลนที่ยังขัดไม่ออก และบิลค่าซ่อมแซมที่พุ่งสูงสวนทางกับกระเป๋าเงิน สิ่งที่บีบหัวใจที่สุดคือ 'งบเยียวยา' ที่ควรจะเป็นน้ำหล่อเลี้ยงชีวิต กลับกลายเป็นเรื่องของความไม่แน่นอน บางคนโชคดีได้รับแล้ว แต่พี่น้องอีกจำนวนมหาศาลยังคงทำได้แค่รอ การต้องก้มหน้าทำงานหาเงินใหม่ ทั้งที่เงินช่วยเหลือเก่ายังเดินทางมาไม่ถึง ทำให้วันจันทร์นี้เต็มไปด้วยความอึดอัดและสภาวะ 'หมดกะจิตกะใจ' อย่างถึงที่สุด . #ฝันร้ายของคนที่ไม่มีงานให้ไปทำ แต่ในความโชคร้ายของคนทำงานที่กำลังท้อ ยังมีความจริงที่โหดร้ายกว่ารออยู่ เพราะท่ามกลางซากปรักหักพังของน้ำท่วมใหญ่ มีพี่น้องชาวหาดใหญ่จำนวนมากที่วันนี้ 'ไม่มีงานให้กลับไปทำอีกแล้ว' . นี่คือคลื่น 'การตกงานโดยปริยาย' (Silent Layoff) ที่เกิดจากผู้ประกอบการ SMEs ร้านอาหาร หรือโรงงานขนาดเล็ก 'ล้มละลาย' จากน้ำท่วม ธุรกิจพังเสียหายจนตั้งตัวไม่ได้ เครื่องจักรจมน้ำ สินค้าเสียหายและสายป่านขาด เมื่อนายจ้างไปต่อไม่ไหว ลูกจ้างจึงถูกลอยแพทันทีโดยไม่มีสัญญาณเตือน หลายคนเพิ่งมารู้ตัวหลังปีใหม่ว่าบริษัทที่ทำงานมาหลายปี วันนี้ปิดกิจการถาวรแล้ว . #ส่อง3ฉากทัศน์เศรษฐกิจหาดใหญ่ปี2026 ในสภาวะสูญญากาศนี้ เราไม่ได้กำลังเผชิญปัญหาแค่วันต่อวัน แต่อนาคตของเมืองกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย หากอ้างอิงจากทฤษฎีการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และกรณีศึกษาจากเมืองที่เคยประสบภัยพิบัติ นี่คือ 3 ฉากทัศน์ที่อาจเกิดขึ้นกับหาดใหญ่ . 1. ฟื้นตัวแบบ V-Shape (กลับมาได้ไว) ความเป็นไปได้: ต่ำ-ปานกลาง ภาพที่จะเห็น: เมืองดีดตัวกลับอย่างรวดเร็ว โดยมี 'ภาคการท่องเที่ยว' เป็นพระเอก ยอดจองตรุษจีนจากมาเลเซียและสิงคโปร์ถล่มทลาย เม็ดเงินสะพัดจนช่วยดึงภาคส่วนอื่นขึ้นมา รัฐอัดฉีดงบเยียวยาได้ทันเวลาและตรงจุด ทำให้ SMEs กลับมาเปิดร้านได้ภายในไตรมาสแรก . 2. ฟื้นตัวแบบ K-Shape (เหลื่อมล้ำสุดขั้ว) ความเป็นไปได้: สูงที่สุด ภาพที่จะเห็น: การฟื้นตัวที่ 'เหลื่อมล้ำ' อย่างชัดเจน ขาบนของตัว K ฟื้นตัวได้เร็วเพราะมีสายป่านและประกันภัย แต่ SMEs ร้านค้ารายย่อย หรือคนหาเช้ากินค่ำ (ขาล่างของตัว K) จะล้มหายตายจากไปเรื่อยๆ ส่งผลให้เมืองดูเหมือนคึกคักแค่ในย่านเศรษฐกิจ แต่รอบนอกซบเซา และเกิดการผูกขาดทางธุรกิจมากขึ้น . 3. ซึมยาวแบบ L-Shape (วิกฤตความเชื่อมั่น) ความเป็นไปได้: ปานกลาง ภาพที่จะเห็น: เศรษฐกิจซึมยาวและไม่กลับไปจุดเดิม เกิดจาก 'วิกฤตความเชื่อมั่น' นักลงทุนย้ายฐานหนีเพราะกลัวน้ำท่วมซ้ำซาก คนรุ่นใหม่ย้ายออกจากเมืองเพราะมองไม่เห็นอนาคต ทำให้หาดใหญ่กลายเป็นเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยผู้สูงอายุและข้าราชการ กำลังซื้อหดตัวลงอย่างถาวร . #เรากำลังยืนอยู่บนทางแยก วันจันทร์แรกของปีนี้จึงไม่ใช่แค่วันเริ่มงานธรรมดา แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่เราต้องถามตัวเองและผู้บริหารเมืองว่า เรากำลังพาหาดใหญ่เดินไปสู่จุดไหน . อย่างไรก็ตาม ฉากทัศน์เศรษฐกิจทั้ง 3 แบบข้างต้น เป็นเพียงการ คาดการณ์บนพื้นฐานของทฤษฎีและข้อมูลในปัจจุบันเท่านั้น สถานการณ์จริงอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามเงื่อนไขและตัวแปรใหม่ๆ ที่เข้ามา . ทั้งความรวดเร็วในการเบิกจ่ายงบประมาณ นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมจากภาครัฐ หรือปัจจัยเศรษฐกิจระดับประเทศ เรานำเสนอข้อมูลชุดนี้เพื่อให้เมืองตระหนักและเตรียมพร้อมรับมือ ไม่ใช่เพื่อสร้างความตื่นตระหนกแต่อย่างใด __ #HeartYaiComeback #HugHeartYai #CurioCity #HatyaiConnext #เศรษฐกิจหาดใหญ่ #หาดใหญ่hatyaiconnext
  • CONTENT

วันจันทร์แห่งความจริง พบกับ ‘การตกงานเงียบ’ 3 ฉากทัศน์เศรษฐกิจที่คนหาดใหญ่อาจต้องรับมือ

วันนี้คือวันจันทร์…

ฟ้ายังฟ้าอยู่ วิทยาศาสตร์ของ ‘สีฟ้า’ กับเหตุผลทางจิตวิทยาว่า ทำไมคนสงขลาถึงตัดใจไม่ลงในปี 2026 . เคยสงสัยไหมว่าทำไมในวันที่โลกหมุนเร็วและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน มนุษย์เราถึงมักโหยหาอะไรเดิมๆ ที่คุ้นเคย? . ไม่ใช่แค่เรื่องของความรัก แต่ลามไปถึงการตัดสินใจทางการเมือง เมื่อผลสำรวจล่าสุดจากนิด้าโพลชี้ชัดว่า หัวใจของคนสงขลายังคงเป็น ‘สีฟ้า’ ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความบังเอิญ แต่มีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ซ่อนอยู่ . #ทฤษฎีความคุ้นเคยที่ชนะทุกสิ่ง ในทางจิตวิทยาสังคม มีทฤษฎีคลาสสิกที่เรียกว่า Mere Exposure Effect ของ Robert Zajonc (1968) ที่ระบุว่า "มนุษย์มีแนวโน้มที่จะชอบสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากขึ้น เพียงเพราะเราเห็นมันบ่อยขึ้น" . สำหรับคนสงขลา แบรนด์ ‘สีฟ้า’ ไม่ใช่แค่พรรคการเมือง แต่คือส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ชีวิตที่เห็นมาตั้งแต่เกิด ยิ่งเมื่อเมืองเพิ่งผ่านพ้นวิกฤตจากน้ำท่วมและเศรษฐกิจ สมองมนุษย์จะทำงานผ่านกลไกการเลือกที่จะคงสภาพเดิมไว้ เพราะสมองตีความว่า การเปลี่ยนแปลง = ความเสี่ยง . ดังนั้น การเลือกสิ่งเดิมที่คุ้นเคย จึงเป็นกลไกการป้องกันตัวทางจิตวิทยา (Defense Mechanism) เพื่อลดความวิตกกังวลในระดับจิตใต้สำนึก . #จิตวิทยาสีฟ้าสารแห่งความสงบ ในมุมมองของ Color Psychology สีฟ้ามีความสัมพันธ์โดยตรงกับ Parasympathetic Nervous System (ระบบประสาทพาราซิมพาเทติก) ที่ช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจและสร้างความรู้สึก มอบความไว้วางใจและความมั่นคง . ในวันที่บ้านเมืองพึ่งจะแห้งจากน้ำท่วม สิ่งที่คนมองหาไม่ใช่ความร้อนแรงอย่างแดงหรือส้ม แต่คือความเย็นของความมั่นคงที่จับต้องได้ ซึ่งสีฟ้าตอบโจทย์นี้ได้ดีที่สุด . #เลือกคนที่รักเลือกพรรคที่ใช่ ทฤษฎีข้างต้นถูกยืนยันด้วยข้อมูลเชิงประจักษ์จาก ‘นิด้าโพล’ (20-25 ธ.ค. 68) ที่ชี้ให้เห็นความสอดคล้องทางพฤติกรรมของคนสงขลา ผ่านตัวเลข 2 ขาที่เดินไปในทิศทางเดียวกันเป๊ะๆ . 1. บัตรใบที่ 1 เลือกพรรค (บัญชีรายชื่อ) กวาดไปถึง 45.45% นี่คือคะแนน Brand Loyalty ล้วนๆ คือความเชื่อมั่นในอุดมการณ์ภาพใหญ่หรือโลโก้พรรคที่คนสงขลายังคงศรัทธาเป็นอันดับหนึ่งในใจ . 2. บัตรใบที่ 2 เลือกคน (แบ่งเขต) ตามมาติดๆ ที่ 44.42% นี่คือคะแนนความไว้ใจในตัวผู้สมัคร ส.ส. ในพื้นที่ . ความน่าสนใจคือ ตัวเลข 45.45% กับ 44.42% แทบจะไม่ต่างกัน แปลไทยเป็นไทยคือไม่ว่าจะมองที่ตัวพรรคหรือมองที่ตัวคน คนสงขลาก็ยังเลือกสีฟ้าเหมือนเดิม ไม่มีการแตกแถว ซึ่งสะท้อนความแข็งแกร่งของฐานเสียง . #สรุปมันคือวิทยาศาสตร์ของความอุ่นใจ ไม่ว่าโลกภายนอกจะเปลี่ยนไปเป็นเฉดสีอะไร แต่สำหรับสงขลาในนาทีนี้ ‘สีฟ้า’ ยังคงเป็นสีที่ฮีลจิตใจได้ดีที่สุด . มันคือวิทยาศาสตร์ของความผูกพันที่บอกเราว่า เหตุผลที่เราเลือกใครสักคน อาจไม่ได้มาจากนโยบายที่ซับซ้อนในหน้ากระดาษ แต่มาจากสารเคมีในสมองที่บอกว่า คนนี้แหละ... คือ Safe Zone ของเรา” . อ้างอิง - นิด้าโพล (NIDA Poll) : สำรวจเรื่อง “เลือกตั้ง 69 ของคนสงขลา” ระหว่างวันที่ 20 - 25 ธันวาคม 2568 - Zajonc, R. B. (1968). Attitudinal effects of mere exposure. Journal of Personality and Social Psychology. - Samuelson, W., & Zeckhauser, R. (1988). Status quo bias in decision making. Journal of Risk and Uncertainty __ #HeartYaiComeback #HugHeartYai #HatyaiConnext #NidaPoll #สงขลา #เลือกตั้ง69hatyaiconnext
  • CONTENT

ฟ้ายังฟ้าอยู่ วิทยาศาสตร์ของ ‘สีฟ้า’ กับเหตุผลทางจิตวิทยาว่า ทำไมคนสงขลาถึงตัดใจไม่ลงในปี 2026

เคยสงสัยไหมว่าทำไม…

X-ray ชีพจรหาดใหญ่ เมื่อ ‘หัวใจ’ กลับมาเต้นแรง แต่ ‘แขนขา’ ยังขยับไม่ได้ อ่านแผนที่แสงไฟที่ซ่อนความเหลื่อมล้ำของการฟื้นตัว . หลังผ่านพ้นวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ สัญญาณต่างๆ เริ่มดีขึ้นไปตามสภาพการณ์ หากเรามองด้วยตาเปล่าใจกลางเมือง ไฟถนนเริ่มติด ร้านค้าเริ่มเปิด ก็อาจเป็นดัชนีชี้วัดแบบจับต้องได้ว่าหาดใหญ่เริ่มกลับมาปกติแล้ว แต่ข้อมูลจากอวกาศกำลังบอกความจริงอีกด้านที่เรามองไม่เห็น . GISTDA ได้เปิดเผยข้อมูล ‘Nighttime Light Recovery’ หรืออัตราการฟื้นตัวของแสงไฟยามค่ำคืน โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียม NASA Black Marble มาเป็นเครื่องวัด ‘ชีพจรของเมือง’ . ตัวเลขภาพรวมการฟื้นตัวที่ 92.9% อาจดูสวยหรูเหมือนเมืองเกือบหายป่วย 100% แต่เมื่อนำข้อมูลมากางลงบนแผนที่ เรากลับพบ ‘อาการแทรกซ้อน’ ที่น่ากังวลเปรียบเสมือนร่างกายที่ระบบไหลเวียนเลือดทำงานไม่เท่ากัน . #ปรากฏการณ์สีฟ้าหัวใจที่เต้นเร็วเกินปกติ สังเกตพื้นที่ใจกลางเมือง (Downtown) และฝั่งตะวันออกที่เป็น ‘สีฟ้า’ นี่คือโซนที่ไฟสว่างกว่าช่วงก่อนน้ำท่วมด้วยซ้ำ มันสะท้อนถึงการ ‘เร่งเครื่อง’ ของย่านเศรษฐกิจ ห้างสรรพสินค้า โรงแรม และถนนสายหลัก ที่ระดมทุนระดมคนมาซ่อมแซมและเปิดไฟให้สว่างไสวที่สุด เพื่อดึงดูดผู้คนและเม็ดเงินกลับมาให้เร็วที่สุดในช่วงไฮซีซั่น เปรียบเหมือนหัวใจที่สูบฉีดเลือดอย่างรุนแรงด้วยอะดรีนาลีนเพื่อให้ร่างกายรอดตาย . #อาการชาที่ปลายประสาทโซนสีส้ม แต่เมื่อตัดภาพไปที่พื้นที่ ‘ทิศเหนือและทิศตะวันตก’ ของหาดใหญ่ (โซนควนลัง/คลองแห/บางส่วนของหาดใหญ่ใน) แผนที่กลับแสดงผลเป็น ‘สีส้มถึงแดง’ . พื้นที่เหล่านี้มีค่าการฟื้นตัวต่ำสุดเพียง 55.2% ซึ่งหมายความว่ามันยัง ‘มืดกว่าปกติ’ เกือบครึ่งหนึ่ง ความมืดนี้ไม่ได้แปลว่าแค่ไฟหลวงเสีย แต่มันหมายถึง ‘กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่หายไป’ ร้านชำที่ยังปิดตาย ตลาดชุมชนที่ยังวาย หรือบ้านเรือนที่ยังไม่มีเงินซ่อมแซมระบบไฟ . #เมืองจะวิ่งได้อย่างไรถ้าขาไม่มีแรง ข้อมูลชุดนี้ชี้ให้เห็น ‘ความเหลื่อมล้ำในการดีดตัวกลับ’ (Resilience Gap) อย่างชัดเจน ร่างกายที่หัวใจ (ย่านธุรกิจ) เต้นแรง แต่แขนขา (ย่านที่อยู่อาศัย/SMEs ชานเมือง) ยังขยับไม่ได้ ย่อมไม่สามารถลุกขึ้นวิ่งไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง หากเราปล่อยให้สถานการณ์เป็นแบบนี้ต่อไป เศรษฐกิจหาดใหญ่จะโตแค่กระจุกเดียว แต่ฐานรากจะค่อยๆ ตายลง . โจทย์ใหญ่ของผู้บริหารเมืองและหน่วยงานเยียวยาตอนนี้คือเลิกมองแค่ค่าเฉลี่ยสวยหรูที่ 92.9% แต่ต้องโฟกัสทรัพยากรไปที่ ‘พื้นที่สีส้ม’ เหล่านั้น ทำอย่างไรให้เส้นเลือดฝอยกลับมาทำงาน เพื่อให้แสงไฟแห่งความหวังของหาดใหญ่ สว่าง ‘ทั่วทั้งเมือง’ อย่างแท้จริง ไม่ใช่สว่างแค่กลางเมืองแต่รอบนอกมืดมิด . อ้างอิง - GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (เมื่อวันที่ 2 มกราคม เวลา 17.00 น.) ภาพถ่ายจาก NASA Black Marble __ #HeartYaiComeback #HugHeartYai #HatyaiConnext #GISTDA #หาดใหญ่ #ชีพจรเมือง #ความเหลื่อมล้ำhatyaiconnext
  • CONTENT

X-ray ชีพจรหาดใหญ่ เมื่อ ‘หัวใจ’ กลับมาเต้นแรง แต่ ‘แขนขา’ ยังขยับไม่ได้ อ่านแผนที่แสงไฟที่ซ่อนความเหลื่อมล้ำของการฟื้นตัว

หลังผ่านพ้นวิกฤตน้…

คนมาเลย์พูดถึงหาดใหญ่ยังไงกัน ? เปิดแชทลับเพื่อนบ้าน แอบมองหาดใหญ่ห่างๆ อย่างห่วงๆ . ช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ผ่านมา (20 ธ.ค. 68 - 3 ม.ค. 69) ปกติหาดใหญ่จะหัวกระไดไม่แห้ง แต่ปีนี้กราฟอารมณ์ของนักท่องเที่ยวสวิงแรงมาก Hatyai Connext ได้ทำการ Social Listening กวาดข้อมูลบางส่วนจากโลกออนไลน์ Lowyat (เว็บบอร์ดเหมือน Pantip ของมาเลเซีย) โซเชียลมีเดีย ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ เพื่อถอดรหัสว่า 'คนที่มา' เจออะไรและ 'คนที่เท' เขาบ่นเรื่องไหน? . 🔴 ดราม่าช่วงสิ้นปี . #ขอเงินคืน ข้อสังเกต : ช่วงวันที่ 20-25 ธ.ค. ประเด็นที่ร้อนแรงที่สุดในกรุ๊ปท่องเที่ยวไม่ใช่ที่เที่ยว แต่คือเรื่องการขอเงินคืน มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากโพสต์ระบายว่า โรงแรมปฏิเสธการคืนเงินโดยบอกว่า "น้ำลดแล้ว เที่ยวได้" แต่ฝั่งนักท่องเที่ยวแย้งว่า "สภาพเมืองยังไม่พร้อมและมีกลิ่น" จนเกิดการโต้เถียงกันในคอมเมนต์ . ทางออก : ความยืดหยุ่นคือสิ่งที่พวกเขาต้องการมากที่สุดในช่วงวิกฤต การที่โรงแรมยืนยันไม่คืนเงินอาจได้เงินก้อนเล็กในวันนี้ แต่เสียลูกค้าประจำในระยะยาว ธุรกิจที่เสนอทางออกเป็นเก็บเครดิตไว้ใช้ได้ 3 เดือน - 1 ปี ได้รับคำชมและมีการแชร์บอกต่อมากกว่า . #เมืองฝุ่นตลบ ข้อสังเกต : หลังจากน้ำลด สิ่งที่ตามมาในช่วงปีใหม่ (28 ธ.ค. - 3 ม.ค.) คือฝุ่นและโคลนแห้ง นักท่องเที่ยวที่ขับรถมาเอง (Road Trip) บ่นกันเยอะมากเรื่องฝุ่นโคลนแห้งที่ฟุ้งกระจายตามถนนสายรองและรถที่เพิ่งล้างมาเลอะเทอะทันทีที่เข้าเมือง . ทางออก : สำหรับคนรักรถ เรื่องนี้เรื่องใหญ่ การที่ร้านค้าช่วยกันฉีดน้ำหน้าบ้าน หรือเทศบาลนำรถน้ำมาล้างถนนถี่ขึ้นในช่วงนี้ จะช่วยลดเสียงบ่นเรื่อง เมืองมีคราบในสายตาพวกเขาได้มาก . 🟢 เรื่องดีๆ ที่เขาบอกต่อกันเอง . #ตุนรับตรุษจีน ข้อสังเกต : แม้จะบ่นเรื่องที่พักแต่กราฟการพูดถึงเรื่องซื้อของพุ่งสูงขึ้นชัดเจนในช่วง 1-3 ม.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจากตรุษจีนปี 2026 (กลางเดือนกุมภา) แม่บ้านพ่อบ้านมาเลเซียเริ่มคุยกันเรื่องการมาหาดใหญ่เพื่อซื้อตุนของและเสื้อผ้าตรุษจีน รวมถึงหมวดขนมของฝากเพราะของที่หาดใหญ่มีแบบใหม่ๆ และราคาถูกกว่ามาก . ทางออก : นี่คือโอกาสทอง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำแคมเปญกระตุ้นการใช้จ่ายและอัด PR เรื่องโปรโมชั่นเซลล์ยกเมือง (เหมือนที่ฮ่องกงมีเซลล์ยกเกาะช่วงปลายปี) ร้านค้าควรเร่งจัดหน้าร้านธีมตรุษจีนและโชว์สินค้าใหม่ทันที เพราะนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ไม่ได้มาเที่ยวชิลล์ๆ แต่มาเพื่อเปย์ ถ้าเรามีของที่เขาตามหา เขาพร้อมจะมองข้ามความไม่สะดวกอื่นๆ ไปเลย . #หนีความวุ่นวายมาผ่อนคลาย ข้อสังเกต : คีย์เวิร์ดที่มาแรงคู่กับคำว่าหาดใหญ่ในช่วงปีใหม่คือ 'Thai Massage' มีการรีวิวร้านนวดที่กลับมาเปิดหรือรีโนเวตเสร็จแล้วในโซเชียล โดยหลายคนบอกว่าการได้นวดเท้า 1 ชั่วโมงคือการชาร์จแบตที่ดีที่สุดหลังขับรถมา . ทางออก : ธุรกิจบริการ (Wellness) คือพระเอกตัวจริงที่ช่วยกู้หน้าเมือง ในวันที่หลายๆ อย่างอาจยังไม่สวยงาม 100% การบริการที่ทัชความรู้สึกทุกระดับประทับใจคือสิ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกว่าคิดถูกแล้วที่มาช่วงนี้ คิวไม่เยอะ คนไม่แน่น . #แล้วหาดใหญ่เดินเกมยังไงต่อดี จากข้อมูลช่วง 20 ธ.ค. - 3 ม.ค. ชี้ให้เห็นว่า นักท่องเที่ยวเริ่มกลับมาในโหมด Practical (เน้นใช้งาน) คือมาเพื่อกิน นวด และซื้อของตุน มากกว่ามาเสพบรรยากาศ . ดังนั้น ในช่วงก่อนตรุษจีนนี้ ผู้ประกอบการไม่ต้องกังวลเรื่องจัดเมืองให้สวยหรู แต่ให้เน้นเรื่องความสะอาด (ลดฝุ่น/กลิ่น) ทำแคมเปญประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการตลาดให้กับเมือง เราอาจยังแก้เรื่องเมืองเงียบลง ไม่ได้ในทันที แต่เราสามารถงัดจุดแข็งเรื่อง กิน x ช้อป มาสู้ได้ . ผู้ประกอบการควรเน้นสื่อสารว่ารสชาติที่คุ้นเคยรออยู่ และสินค้าราคาพิเศษรอให้คุณมาขน (ต้องถูกกว่าเดิมโดยที่ไม่แกงเขา) เพื่อใช้ความคุ้มค่า และความอยาก ดึงนักท่องเที่ยวกลับมา . เพราะต่อให้น้ำท่วมแค่ไหน หาดใหญ่ก็ยังเป็นสวรรค์แห่งความคุ้มค่าที่ใกล้บ้านพวกเขาที่สุดอยู่ดี แต่ข้อดีข้อนี้เราอย่านิ่งนอนใจและเฉยเมยโดยที่ปล่อยปะละเลยนโยบายเชิงรุกเพื่อกระตุ้นหาดใหญ่ให้คัมแบ็คอย่างยิ่งใหญ่กว่าเดิม __ #HeartYaiComeback #HugHeartYai #HatyaiConnext #Hatyai2026 #VoiceOfNeighbors #SocialListening #หาดใหญ่hatyaiconnext
  • CONTENT

คนมาเลย์พูดถึงหาดใหญ่ยังไงกัน ? เปิดแชทลับเพื่อนบ้าน แอบมองหาดใหญ่ห่างๆ อย่างห่วงๆ

ช่วงส่งท้ายปีเก่าต…

สวัสดีปีใหม่ หาดใหญ่ปีม้า ปลดล็อก 'ม้าศึก' ที่ถูกลืม ทำไมตึกแถวที่แพง ที่สุด ถึงกลายเป็นตึกที่เงียบที่สุด . เข้าสู่ปีมะเมีย 2026 ปีแห่งพลังและการก้าวทะยาน แต่เมื่อหันกลับมามองย่านเมืองเก่าหาดใหญ่อย่างนิพัทธ์อุทิศ เรากลับเห็นภาพที่สวนทาง ตึกแถวสถาปัตยกรรมชิโน-ยูโรเปียน ที่เปรียบเสมือน 'ม้าศึก' คู่บ้านคู่เมือง เคยเป็นหัวใจการค้าที่สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทั่วภาคใต้ วันนี้กลับยืนนิ่งสงบ เต็มไปด้วยป้าย 'ขาย/ให้เช่า' ราวกับถูกล่ามโซ่ไว้ด้วยอะไรบางอย่าง . ก่อนจะด่วนสรุปว่าเศรษฐกิจไม่ดี หรือเมืองตายแล้ว อยากให้รู้ว่าในมุมมองของเศรษฐศาสตร์เมือง ม้าศึกตัวนี้ไม่ได้หมดแรง แต่มันกำลังติดอยู่ในกับดักที่เรียกว่า 'Rent Gap' ปรากฏการณ์ที่มูลค่าสินทรัพย์สูงจนกลไกตลาดขยับตัวไม่ได้ . #กับดักของที่ดินทองคำโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น ข้อมูลเชิงประจักษ์ชี้ว่า ราคาประเมินที่ดินถนนนิพัทธ์อุทิศ 3 สูงติดอันดับ 1 ของภาคใต้ (แตะระดับ 400,000 บาท/ตร.ว. และราคาซื้อขายจริงสูงกว่านั้น) นี่คือเกียรติยศและความมั่งคั่ง แต่ในขณะเดียวกัน มูลค่าที่สูงลิ่วนี้ได้กลายเป็นกำแพงที่มองไม่เห็น . Neil Smith เจ้าของทฤษฎี Rent Gap อธิบายปรากฏการณ์นี้ว่า เมื่อเจ้าของที่ดินมองเห็นมูลค่าคาดหวังที่สูงมาก มักเลือกที่จะตั้งราคาเช่าไว้สูง หรือยอม 'ปล่อยตึกว่าง' ดีกว่าปล่อยเช่าราคาถูก เพราะเชื่อว่าสักวันจะมีทุนใหญ่มาซื้อ เปรียบเหมือนการเก็บม้าพันธุ์ดีไว้ในคอกเพื่อรอคนซื้อที่ใช่ มากกว่าจะปล่อยให้ออกไปวิ่ง . #เมื่อคอกม้าแพงเกินไปลูกม้าตัวใหม่จึงเกิดไม่ได้ Jane Jacobs เจ้าแม่แห่งวงการผังเมืองเคยกล่าวประโยคคลาสสิกไว้ว่า 'New ideas must use old buildings' ไอเดียใหม่ต้องอาศัยตึกเก่า เพราะตึกเก่าต้นทุนต่ำ คือสนามเด็กเล่นให้ SME หรือคนรุ่นใหม่ได้ลองผิดลองถูก . แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในหาดใหญ่คือ 'Mismatch' ตึกเก่าของเรามีต้นทุนเท่ากับตึกหรู ทำให้คนรุ่นใหม่ที่มีไอเดีย (แต่ทุนน้อย) เข้าไม่ถึง ส่วนเจ้าของตึกเองก็แบกรับภาษีและค่าเสียโอกาส นี่คือภาวะ Market Failure ที่ทำให้เมืองเสียโอกาสในการสร้างเศรษฐกิจใหม่ๆ . ปีม้า 2026 ถึงเวลาปลดบังเหียนให้ย่านเมืองเก่าได้กลับมาวิ่งอีกครั้ง ด้วยทางออกที่เป็นไปได้ . 1. เปลี่ยนจาก 'ผู้เช่า' เป็น 'พาร์ทเนอร์' ถึงเวลาหรือยังที่โมเดลค่าเช่าตายตัวจะถูกแทนที่ด้วยการ Revenue Sharing แบ่งเปอร์เซ็นต์ยอดขาย วิธีนี้เจ้าของตึกยังได้รักษาทรัพย์สิน แต่ลดความเสี่ยงให้คนรุ่นใหม่กล้าเข้ามาลงทุน ยิ่งธุรกิจวิ่งเร็ว เจ้าของก็ได้ผลตอบแทนมาก เป็น Win-Win Solution . 2. รัฐต้องสร้าง 'สนามวิ่ง' ที่เอื้ออำนวย (Regulatory Sandbox) เทศบาลและภาครัฐต้องเข้ามาดูว่า กฎหมายควบคุมอาคารข้อไหนที่ล้าหลังและขัดขวางการ Renovate ตึกเก่า? การผ่อนปรนกฎระเบียบในโซนพิเศษ จะช่วยลดต้นทุนการปรับปรุงตึก ทำให้ค่าเช่าจับต้องได้มากขึ้น . 3. หา 'เทรนเนอร์' มืออาชีพ (Third Party Management) หากเจ้าของตึกไม่มีเวลาดูแล การมีองค์กรพัฒนาเมือง (City Development Agency) เข้ามาเป็นตัวกลาง บริหารจัดการพื้นที่ รับประกันรายได้ และคัดกรองผู้เช่าคุณภาพ อาจเป็นกุญแจสำคัญที่ไขแม่กุญแจให้เมืองเก่า . ปีนี้ไม่ควรเป็นแค่ปีม้าตามปฏิทิน แต่ควรเป็นปีที่เราช่วยกันปลดปล่อยศักยภาพของ 'ม้าศึก ของหาดใหญ่ ให้หลุดพ้นจากกับดักราคาและกลับมาเป็นหัวจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจหาดใหญ่อีกครั้ง ด้วยความเข้าใจและร่วมมือกันของทุกฝ่าย . อ้างอิง - Smith, N. (1979). Toward a Theory of Gentrification: A Back to the City Movement by Capital, not People. - Jacobs, J. (1961). The Death and Life of Great American Cities. - Treasury Department, Thailand. (2024). Land Appraisal Prices in Songkhla. __ #HeartYaiComeback #HugHeartYai #CurioCity #HatyaiConnext #HNY2026 #สวัสดีปีใหม่hatyaiconnext
  • CONTENT

สวัสดีปีใหม่ หาดใหญ่ปีม้า ปลดล็อก ‘ม้าศึก’ ที่ถูกลืม ทำไมตึกแถวที่แพง ที่สุด ถึงกลายเป็นตึกที่เงียบที่สุด

เข้าสู่ปีมะเมีย 20…

#ปีนี้หาดใหญ่ไม่ขอCountDown แต่เราจะ ‘Count Up’ ไปด้วยกัน เมื่อหลักการฟื้นฟูเมืองบอกว่า ‘เทศกาล’ คือยาขนานเอก แต่ต้องไม่เสพจนลืม ‘แผลที่ยังสด’ . งาน Countdown ปีนี้อาจไม่ได้เต็มไปด้วยความสนุกสุดเหวี่ยงเหมือนปีก่อนๆ หลายคนอาจยังรู้สึกหน่วงๆ กับเหตุการณ์น้ำท่วมที่เพิ่งผ่านพ้นไป แต่รู้หรือไม่ว่า ในหลักการจัดการภัยพิบัติสากล การจัดงานและการที่ผู้คนออกมาใช้ชีวิตคือกลไกสำคัญที่จะช่วยให้หาดใหญ่หายป่วยได้เร็วขึ้น . #หาดใหญ่อยู่ตรงไหนในRecoveryPhases หากอ้างอิงตามกรอบของ UNDP (United Nations Development Programme) การฟื้นฟูเมืองหลังภัยพิบัติจะแบ่งเป็นระยะต่างๆ ออกไป . ตอนนี้หาดใหญ่ได้ก้าวผ่าน ระยะที่ 1 Emergency Response หรือช่วงนาทีชีวิตที่เน้นการกู้ภัยและเอาตัวรอดมาแล้ว และกำลังก้าวผ่าน ระยะที่ 2 Early Recovery ที่เน้นการล้างโคลน ซ่อมไฟ กู้สาธารณูปโภค เพื่อเข้าสู่ ระยะที่ 3 Medium-term Recovery คือการฟื้นฟูสภาพจิตใจและกระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับมาหมุนเวียน ดังนั้น การมี Event อย่างงาน Countdown จึงเป็นสิ่งที่เป็นไปได้และควรทำตามทฤษฎี เพราะมันช่วยสร้างบรรยากาศของความปกติกลับคืนมา . #ข้ามสเต็ปไม่ได้แปลว่างานเก่าจบ การประกาศว่าเมืองพร้อมจัดงาน ไม่ได้แปลว่าผู้รับผิดชอบจะทำเนียนลืมภารกิจในระยะก่อนหน้าที่ยังค้างคาได้ การก้าวเข้าสู่โหมดรื่นเริง ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะทิ้งกองขยะที่ยังตกค้างตามซอยตัน ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะปล่อยให้โคลนแห้งกรังตามฟุตบาท หรือทำเบลอเรื่องเยียวยาที่ยังตกหล่น . แสงไฟจากการเฉลิมฉลอง ต้องไม่ถูกใช้เพื่ออำพรางความบกพร่องในการจัดการที่ยังไม่เสร็จสิ้น ภาครัฐและเทศบาลต้องแม่นยำ แยกแยะให้ได้ว่า ‘มือหนึ่งถือไมค์ฉลอง อีกมือต้องถือไม้กวาดเก็บงานให้จบ’ อย่าให้ภาพความสนุก มากลบรากฐานที่ยังไม่แข็งแรง . #หลักฐานคาตาเนื้อสัญญาณชีพที่ยังเต้นอยู่ ก่อนหน้านี้เราอาจอกสั่นขวัญผวา กลัวว่านักท่องเที่ยวจะเข็ดขยาดและหายวับไปยาวๆ จนถึงตรุษจีน แต่หากลองสังเกตดูดีๆ ในช่วงหลังน้ำลด หรือง่ายๆ เลยอย่างสัปดาห์ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ เราจะเห็นหลักฐานที่ประจักษ์ด้วยตาเนื้อของเราเอง . บนถนนสายหลัก รถเก๋งทะเบียนแผ่นป้ายสีดำจากมาเลเซีย ยังคงวิ่งให้เห็นอยู่ประปราย แม้ปริมาณจะยังไม่กลับมาคึกคักเป็นปกติเหมือนเก่า แต่การที่พวกเขายังกล้าขับข้ามพรมแดนมาในวันที่เมืองเพิ่งแห้งหมาดๆ คือสัญญาณดีที่บอกว่าแขกประจำของเมืองยังคงไว้ใจและไม่ทิ้งไปสนิท . ดังนั้นภาพของคนหาดใหญ่ที่กล้าออกมา Count Up ช่วยปลายปีนี้ จึงเป็นการส่งสัญญาณซ้ำไปให้โลกภายนอกมั่นใจว่า #HatYaiComeback หาดใหญ่กำลังกลับมา และกำลังเตรียมความพร้อมต้อนรับทุกคนแล้วจริงๆ . คืนนี้และพรุ่งนี้ ถ้าพอมีแรง ลองชวนครอบครัวออกมาดูไฟ ออกมาหาของอร่อยกิน ตามจุดจัดงานทั้งกลางเมืองและเซ็นทรัลหาดใหญ่ เพื่อบอกว่าเราพร้อมจะก้าวไปข้างหน้า แต่ก็อย่าลืมช่วยกันเป็นหูเป็นตา สอดส่องจุดที่เมืองยังต้องซ่อมแซม เพื่อให้หาดใหญ่ฟื้นตัวอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่ภาพลวงตาใต้แสงพลุ . พวกเราในนาม Hatyai Connext กลุ่มคนที่เกิดและใช้ชีวิตที่เมืองแห่งนี้ และยังจะไปต่อกับเมืองแห่งนี้ ขอสวัสดีปีใหม่ 2569 ส่งกำลังใจและส่งความสุขแด่ชาวหาดใหญ่ทุกท่าน __ #HeartYaiComeback #HugHeartYai #CurioCity #HatyaiConnext #HNY2026 #สวัสดีปีใหม่hatyaiconnext
  • CONTENT

ปีนี้หาดใหญ่ไม่ขอCountDown แต่เราจะ ‘Count Up’ ไปด้วยกัน เมื่อหลักการฟื้นฟูเมืองบอกว่า ‘เทศกาล’ คือยาขนานเอก แต่ต้องไม่เสพจนลืม ‘แผลที่ยังสด’

งาน Countdown ปีนี…

น้ำลดขยะโผล่ ย้อนดูแผนรับมือขยะหลังภัยพิบัติ กับแนวทางการจัดการจาก UNOCHA . เหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ 2568 เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่หลายคนมองว่าหนักที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา ในแง่ของความเสียหาย ทั้งระดับน้ำที่ทำสถิติสูงที่สุดในหลายพื้นที่ ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่น่าเป็นห่วง และผลกระทบทางสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่เมืองเราควรพูดคุยกันให้มากขึ้น . ภาพกองขยะขนาดใหญ่ตรง ‘สี่แยกสะพานดำ’ ช่วงหลังน้ำท่วมคงยังติดตาพวกเราทุกคน ซึ่งล้วนแต่ส่งผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพต่อผู้คน อีกทั้งยังมีความเสี่ยงที่ตามมาจากการจัดการขยะแบบไม่มีมาตรการที่ชัดเจน . ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงทางด้านเคมีจากสารอันตรายที่อาจรั่วไหลในช่วงน้ำท่วม ฝุ่น น้ำผิวดินและน้ำใต้ดินปนเปื้อนจากน้ำชะขยะ ความเสี่ยงด้านชีวภาพจากการสัมผัสขยะติดเชื้อ หรือโรคติดต่อจากสัตว์ต่างๆ เช่น หนู ยุง แมลงวัน ไปจนถึงความเสี่ยงทางด้านกายภาพที่อาจเกิดจากช่วงขนส่งและขนย้ายขยะ เสียงและการรบกวนจากรถขนขยะ . มากไปกว่านั้นคือความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อม ที่มาจากน้ำชะขยะปนเปื้อนไปบนผิวดินและสามารถซึมไปได้ลึกถึงระดับน้ำใต้ดิน แก๊สที่เกิดขึ้นในหลุมฝังกลบจะมีมากขึ้น ส่งกลิ่นรบกวนมากขึ้น และอาจกลายเป็นแหล่งบ่มเพาะเชื้อโรคที่ส่งผลต่อชุมชนข้างเคียง . ชวนอ่านประเด็นที่น่าสนใจจากรายงานฉบับนี้ และชวนคิดต่อว่าถ้าหาดใหญ่จะมี ‘แผนรับมือน้ำท่วมและฟื้นฟู’ มีประเด็นไหนอีกหรือไม่ที่ควรพิจารณาเพิ่มเติม . #ทำไมต้องให้ความสำคัญกับการจัดการขยะภัยพิบัติ บ่อยครั้งเมื่อเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือสาธารณภัยรูปแบบใดๆ มักจะไม่มีการวางแผนจัดการขยะเกิดขึ้นทันที ซึ่งนำไปสู่การจัดการที่ไม่เหมาะสม หรือไม่ถูกหลักสุขอนามัย เช่น การปล่อยทิ้งไว้ในที่แจ้งโดยไม่มีการควบคุม . สิ่งนี้ก่อให้เกิดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมในระยะยาวกับชุมชนใกล้เคียง เกิดผลเสียทางเศรษฐกิจต่อพื้นที่ทิ้งขยะ ที่สุดท้ายก็ต้องมีการขนไปกำจัดอีกต่ออยู่ดี ทำให้เสียค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนและกลายเป็นการ ‘สร้างปัญหาใหม่จากปัญหาเดิม’ . หลักการพื้นฐานในการจัดการขยะภัยพิบัติ จึงได้แก่ การลดความเสี่ยงต่อชีวิตและสุขภาพของมนุษย์ ลดความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อม และการตีมูลค่าของขยะภัยพิบัติควรเป็นไปเพื่อประโยชน์ต่อชุมชนที่ได้รับผลกระทบ . #ความมหาศาลของขยะภัยพิบัติ น้ำท่วมปี 2568 ที่ผ่านมา ทุกคนต่างเห็นภาพว่ากระป๋องยาฆ่าแมลง สีทาบ้าน น้ำยาเคมี หลอดไฟ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ในบ้านเรา ต่างถูกโกยใส่ถุงดำรวมกันไปหมดในช่วงเวลาล้างบ้าน ภาพเหล่านั้นสามารถเป็นหนึ่งในตัวแทนของขยะที่โดนรวบรวมไปตั้งอยู่กลางสี่แยกสะพานดำ ที่มีน้ำชะขยะไหลลงนำพาทุกอย่างซึมลงไปในดิน . ไม่เพียงขยะเหล่านี้ แต่อาจเป็นขยะที่ชิ้นใหญ่กว่า ทั้งฟูก จักรยาน เฟอร์นิเจอร์ จานชามกระเบื้องที่ยากต่อการจัดการ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า รัฐท้องถิ่นหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีแผนปฏิบัติงานรับมือกับขยะหลังเหตุการณ์อุทกภัยที่ชัดเจน . เราไม่ควรอาศัยเพียงแค่น้ำใจของเอกชนที่มีที่ดินขนาดใหญ่มาใช้รับมือ แต่เรื่องนี้ควรเตรียมการล่วงหน้าอยู่ในแผนรับมือปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาอุทกภัย ที่ไม่ใช่เพียงแค่ขุดลอกคูคลอง หรือตั้งศูนย์เฝ้าระวังอย่างที่ทำอยู่ตามเขตเทศบาลต่างๆ ในอำเภอหาดใหญ่ . . #ถอดบทเรียนUNกรอบการทำงานตามระยะเวลา รายงาน Disaster Waste Management Guidelines จาก UNOCHA (United Nations Office for the Coordination of Humanitarian Affairs) ได้แนะนำกรอบทำงานแบ่งเป็น 3 ช่วง ได้แก่ . 1. ช่วงที่ 1 (ระยะเวลา 0-72 ชม.) สำหรับงานที่ต้องปฏิบัติทันที เน้นไปที่การประเมินสถานการณ์และทรัพยากร ประเมินปริมาณขยะและพื้นที่จัดเก็บ วางแผนจุดพักขยะชั่วคราวและเส้นทางลำเลียง . 2. ช่วงที่ 2 (ระยะ 72 ชม. เป็นต้นไป) สำหรับการปฏิบัติงานระยะปานกลาง เป็นการนำข้อมูลจากช่วงแรกมาตัดสินใจประกอบกับสถานการณ์จริง การเข้าถึงแหล่งกำจัดขยะมูลฝอยและความสามารถในการรับมือของหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อขอความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากส่วนกลางหรือนานาชาติ . 3. ช่วงที่ 3 (ระยะยาว) เริ่มปฏิบัติการฟื้นฟูจากแผนในช่วงก่อนหน้า รวมทั้งคอยปรับแผนให้เข้ากับสิ่งที่ชุมชนร้องขอ ซ่อมบำรุงเครื่องจักรที่เกี่ยวข้องหากได้รับผลกระทบ รวมทั้งฝึกฝนผู้ปฏิบัติหน้างานหากจำเป็น . ท้ายที่สุดคือการวางแผนสำรองสำหรับเหตุการณ์ที่ไม่แน่นอนแต่เป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น เพื่อช่วยอุดช่องว่างของช่วงการรับมือ ช่วงฟื้นฟู และการพัฒนาในระยะยาว . ซึ่งแผนนี้สามารถทำควบคู่ไปกับการปฏิบัติงานช่วงฟื้นฟูได้ เพื่อในอนาคตการรับมือจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น สูญเสียทั้งทรัพยากรและลดผลกระทบต่อชีวิตคนให้น้อยลง เป็นแผนที่สามารถทำร่วมกันทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคประชาชน ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อ้างอิง - Disaster Waste Management Guidelines. (2011, January 31). OCHA __ #HeartYaiComeback #HugHeartYai #CurioCity #HatyaiConnext #หาดใหญ่ #ขยะน้ำท่วมhatyaiconnext
  • CONTENT

น้ำลดขยะโผล่ ย้อนดูแผนรับมือขยะหลังภัยพิบัติ กับแนวทางการจัดการจาก UNOCHA

เหตุการณ์น้ำท่วมหา…

Prev
1 … 18 19 20 21 22 23
Next

Fusce dignissim blandit justo, eget elementum risus tristique. Nunc lacus lacus, sit amet accumsan est pulvinar non praesent tristique enim lorem.

Site Menu

  • Services
  • Our Team
  • Pricing Plans
  • We are Hiring
  • Privacy Policy

Useful Links

  • Introduction
  • About Us
  • App Features
  • Pricing Plans
  • Cookie Policy

Contact Us

Phone: (+63) 555 1212
Fax: (+63) 555 0100

Need help or have a question?
Contact us at: info@mail.com

Copyright © 2026 - WordPress Theme by CreativeThemes